ราชกิจจาฯประกาศแล้ว ! ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯต่อ 2 เดือน คุมโอมิครอนระบาด

ราชกิจจานุเบกษาฯ-ประกาศราชกิจจาฯ

ราชกิจจาฯออกประกาศ ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ออกไปอีก 2 เดือน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์โอมิครอน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค. 2565

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 17) ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า โดยที่สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์โอมิครอนเกิดการแพร่กระจายเป็นวงกว้างและมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายและรวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ อันส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ประชาชนส่วนใหญ่เข้ารับการฉีดวัคซีน ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดแล้วก็ตาม

แต่ในช่วงเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม​ จะมีวันหยุดต่อเนื่องหลายช่วง​ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว รวมทั้งอาจจัดกิจกรรมรวมกลุ่มโดยมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดแบบกลุ่มก้อน

ประกอบกับการเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยง ยังอยู่ในระดับต่ำ หากเกิดการระบาดรุนแรงมากขึ้น จะมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบสาธารณสุขและชีวิตของประชาชน กรณีจึงจำเป็นต้องคงไว้ ซึ่งมาตรการในการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคเพื่อความมั่นคงทางสาธารณสุขของชาติ และชีวิตของประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามมติเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2565 จึงให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปควบคู่กัน

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565

นอกจากนี้ยังมีประกาศอีกฉบับที่ต่อเนื่องจากประกาศฉบับแรกที่กำหนดประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไป