โซเนวาแจงปมผู้บริหารหนีออกนอกประเทศ เงินสินไหมต้องจ่ายเมื่อไร

โซเนวาคีรีออกแถลงการณ์ชี้แจง 4 ข้อ หลังตำรวจแถลงปิดคดี ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่าผู้บริหารหนีออกนอกประเทศ 

วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 โซเนวา คีรี ได้เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง การสืบสวนสอบสวนในเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านพักวิลล่า โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นที่บ้านพักวิลล่าหมายเลข 63 ของโซเนวา คีรี ซึ่งเป็นบ้านพักวิลล่าขนาด 6 ห้องนอนและในขณะนั้นได้มีแขกเข้าพักอยู่

ทางเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ตและเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รุดเข้าไปยังที่เกิดเหตุและทำการดับไฟได้อย่างรวดเร็ว และจำกัดความเสียหายอยู่แค่เพียงบ้านพักวิลล่าหลังเดียวเท่านั้น ไม่ได้มีการลุกลามไปทั่วรีสอร์ต

ทางเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น และต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทั้งทางแขกผู้เข้าพัก ทีมพนักงาน และชุมชนชาวเกาะกูด ซึ่งเราถือว่าเกาะกูดเป็นบ้านอีกหลังของเราเช่นกัน เราเข้าใจว่าไม่มีคำพูดใด ๆ ที่จะบรรยายถึงความเสียหาย ความเจ็บปวด และสภาวะความเครียดที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

เราขอให้คำมั่นสัญญากับแขกทุกท่านที่เข้าพักว่า เราจะสนับสนุนทุกอย่างอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

ความเสียหาย หรือความรับผิดชอบต่าง ๆ สำหรับกรณีนี้ ทางบริษัทประกันกำลังดำเนินการประเมินความเสียหายซึ่งได้มีการติดต่อพูดคุยกับทางแขกผู้เข้าพักอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยทางบริษัทประกันจะต้องใช้เอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อดำเนินการชดเชยค่าสินไหมทดแทน

โซเนวาชี้แจง 4 ประเด็น

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ได้มีกระแสข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงจากเหตุการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ตามช่องทางต่าง ๆ ซึ่งทางเราอยากจะขออนุญาตชี้แจงถึงข้อเท็จจริง ดังนี้

1.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้บริหารว่าได้กระทำความผิด และไม่ได้มีการเรียกให้ผู้บริหารเข้ามาเกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนครั้งนี้

2.ต่อเนื่องจากประเด็นในข้อที่ 1 ทางโซเนวาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด และทางผู้บริหารทั้ง 2 คนในข่าวไม่ได้มีการหนีออกนอกประเทศเพื่อหนีคดีเหมือนที่ลงในข่าวบางฉบับแต่อย่างใด ทางเราขอชี้แจงว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการออกหมายจับผู้บริหาร และไม่ได้มีการตั้งข้อกล่าวหาใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้บริหารทั้ง 2 คนของเรานั้นเป็นชาวต่างชาติซึ่งไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย และในช่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทั้ง 2 คนก็ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

3.มีการรายงานจำนวนข้อกล่าวหาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคลาดเคลื่อนในบางฉบับ



4.ตามนโยบายของบริษัทประกันนั้น สินไหมทดแทนต่าง ๆ จะดำเนินการจ่ายได้ก็ต่อเมื่อมีข้อสรุปจากการสืบสวนสอบสวนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน

จนถึงวันนี้ เรายังไม่ได้รับการแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการว่ามีการสรุปการสืบสวนสอบสวนจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเราก็ยังไม่ได้รับการแถลงการณ์ใด ๆ ที่ชี้ชัดถึงสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เราจะยังคงร่วมมือกับทางทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะสถานีตำรวจภูธรจังหวัดตราดซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เพื่อรอผลสรุปจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ทางโซเนวา คีรี และทีมผู้บริหารทุกคนยังคงยืนยันที่จะร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เรายังได้ทำการตรวจสอบระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัยทั้งระบบเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย และจะมีการตรวจสอบเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

เราขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับการทำงานของทีมตำรวจไทยในเหตุการณ์นี้ และต้องขอขอบคุณทีมงานของเราที่โซเนวา คีรี ทีมงานดับเพลิงด่านหน้าของทางรีสอร์ต และทีมดับเพลิงของชุมชนเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกันดับเพลิงไหม้ในวิลล่าและป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลาม

ตำรวจแถลงปิดคดี

วานนี้ (30 มิ.ย.) มีการแถลงข่าวปิดคดีไฟไหม้โรงแรม โซเนวา คีรี รีสอร์ท ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย เนื่องจากตกจากที่สูง และมีทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 34 ล้านบาท เช่น นาฬิกา ยี่ห้อริซาร์ตมิล, อัญมณี และอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ เป็นต้น

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เผยว่า จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า บริษัท ทรอพพิคอล ไอซ์แลนด์ จำกัด ประกอบธุรกิจโรงแรม ในชื่อ โรงแรมโซเนวา คีรี รีสอร์ท ที่เกิดเพลิงไหม้ ได้นำกลุ่มอาคารห้องพักพูลวิลล่า 63 ที่ไม่ผ่านการตรวจความปลอดภัยจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและนำอาคารดังกล่าวใช้ประกอบกิจการโรงแรม โดยไม่แจ้งนายทะเบียน

และ บริษัทฯขาดการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า จนเกิดเหตุเพลิงไหม้ และโรงแรมทราบดีอยู่แล้วว่าระบบแจ้งเตือนภัยไฟไหม้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในการยับยั้งต้นเหตุเพลิงไหม้ใช้การไม่ได้ แต่กลับไม่ซ่อมแซมให้ใช้การได้ เมื่อเกิดเหตุจึงไม่สามารถระงับยับยั้งไม่ให้เพลิงไหม้ลุกลามใหญ่โตได้

การกระทำดังกล่าวของบริษัท ทรอพพิคอล ไอซ์แลนด์ จำกัด จึงเป็นความผิด กระทำให้เกิดเพลิงไหม้ โดยประมาทจนเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย หรือการกระทำโดยประมาทนั้น น่าจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต บุคคลอื่น, กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, และ ร่วมกันนำอาคารซึ่งไม่เป็น อาคารควบคุมการใช้, ใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารดังกล่าวเพื่อกิจการโรงแรม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

โดย บริษัท ทรอพพิคอล ไอซ์แลนด์ จำกัด มีกรรมการผู้มีอำนาจ จำนวน 3 คน โดย 1 ใน 3 คน เป็นคนไทย ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ส่วนอีก 2 คน จะได้เร่งรัดติดตามจับกุมให้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ตามรายงานของมติชน

เหยื่อไฟไหม้ขอบคุณตำรวจ

ด้านนายชัยนันท์ ประเสริฐวิทย์ น้องชายแพทย์หญิง 1 ในเหยื่อไฟไหม้ ได้เดินทางมามอบกระเช้าขอบคุณการทำงานของผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตราด และทีมสอบสวนที่ได้ทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา

จากนั้นนายชัยนันท์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เดินทางมาพักที่โรงแรมดังกล่าว ในเวลา 16.00 น.แต่ยังไม่ได้เข้าที่พัก และเมื่อเข้าที่พักก็มานั่งอยู่บริเวณสระน้ำ ซึ่งคืนนั้นน้องสาวอยากจะเล่นน้ำที่สระ ทางโรงแรมได้นำไฟสปอตไลต์มาติดตั้งส่องสว่างให้ จากนั้นในเวลา 23.00 น.ทุกคนก็แยกย้ายเข้าห้องพัก

จนกระทั่งเช้ามืดได้ยินเสียงตะโกนว่าเกิดเพลิงไหม้ ต่างคนต่างหลบหนีเอาตัวรอด เพราะเกิดเร็วมาก ซึ่งไม่สามารถนำทรัพย์สินมีค่าออกมาได้ ทั้งหมดรวมมูลค่ากว่า 30 ล้าน ทั้งนาฬิกา แหวนเพชร และทรัพย์สินอื่น ๆ โดยเฉพาะข้อมูลงานวิจัยที่อยู่ในโน้ตบุ๊กที่มีค่ามากต้องสูญเสียไป

หลังจากนั้น ทางโรงแรมก็ไม่ได้เข้ามาติดต่อช่วยเหลือหรือแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ในเรื่องความเสียหาย กระทั่งทางตำรวจ จ.ตราดได้เข้ามาทำสำนวนคดี และพบว่าเป็นเรื่องของความประมาทของทางโรงแรม เพราะจากหลักฐานการสอบสวนได้ชี้ชัดออกมาแล้ว ซึ่งทางครอบครัวจะนำสำนวนคดีไปทำการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป

นายชัยนันท์ กล่าวอีกว่า ต้องขอบคุณทางผช.ผบ.ตร.และตำรวจจังหวัดตราดในการสอบสวนคดี และคลี่คลายคดีได้เป็นอย่างดี และตรงไปตรงมา


สุดท้าย ผช.ผบ.ตร.ได้ให้พนักงานสอบสวนได้อธิบายถึงการสอบสวนและการทำคดีให้สื่อมวลชนรับทราบถึงที่มาที่ไป และบอกกับนายชัยนันท์ ประเสริฐวิทย์ว่า ขอให้มั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและพร้อมจับตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว จึงออกหมายจับและให้ตม.ดำเนินการติดตามต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ