ปาฏิหาริย์เชียงราย

คอลัมน์ คุยกับ เอกราช โดย เอกราช เก่งทุกทาง

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พลิกแซงบุรีรัมย์ด้วยเฮดทูเฮดแบบเหลือเชื่อ
เหตุการณ์วันคว้าแชมป์นัดสุดท้าย ก็สมควรถูกบันทึกเป็นวันประวัติศาสตร์ของบอลไทยด้วยนะครับ

ใครจะไปคิดว่าบุรีรัมย์จะพลาด ตัวเองเป็นจ่าฝูง นำคู่แข่ง 2 แต้ม แถมเจอเชียงใหม่ทีมบ๊วยที่ตกชั้นไปแล้ว แม้จะเล่นนอกบ้าน แต่บุรีรัมย์ก็น่าจะบุกเอาชนะและฉลองแชมป์อย่างสบาย ที่ไหนได้ โดนเชียงใหม่ไล่ตีเสมอ 1-1 ยื่นแชมป์ให้เชียงรายซะยังงั้น

ทีมกว่างโซ้งในความเป็นจริงก็คงไม่กล้าคิดว่าสถานการณ์จะพลิกกลับมา โอกาสของเชียงรายน่าจะดับวูบไปตั้งแต่ตอนเสมอ PTT ระยอง 2-2 ช่วง 3 นัดสุดท้าย

มันเหมือนบุญหล่นทับ ตั้งรับแทบไม่ทัน แต่เชียงรายก็ใช่ว่าจะไม่คู่ควร ที่จริงปีนี้ไม่ว่าเชียงราย บุรีรัมย์ หรือการท่าเรือ ใครเป็นแชมป์ก็โอเคทั้งนั้น เพราะเป็นปีที่ไทยลีกเปิดกว้าง คุณภาพแทบไม่แตกต่าง

กว่างโซ้งทำได้ เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูงสุด นัดไหนเล่นไม่ดีก็ยังเอาเสมอ เก็บ 1 แต้ม ไม่ค่อยแพ้แบบผิดฟอร์ม

แล้วปีนี้ ก็มีดาวรุ่ง เอกนิษฐ์ ปัญญา, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาช่วยส่ง สองคนนี้นอกจากแจ้งเกิดในทีมชาติ ยังขยายผลต่อมาถึงต้นสังกัดทั้งคู่

เชียงรายยังมีสิ่งที่บุรีรัมย์ขาดหายไป คือ ตัวเก็บบอลในแดนหน้า วิลเลียม เอ็นริเก้ นักเตะบราซิล สวมบทเพลย์เมกเกอร์ในแนวรุกได้อย่างยอดเยี่ยม ดีทั้งเก็บบอล เลี้ยงลุย และยิงประตู เมื่อก่อนบุรีรัมย์เคยมีดิโอโก้ทำหน้าที่นี้ แต่พอขายตัวไป เกมก็ทรุดฮวบเพราะคนอื่นเล่นแทนไม่ได้เลย

อีกจุดที่บุรีรัมย์พลาด คือ การประกาศไม่รับถ้วยแชมป์ที่สนามของเชียงใหม่ จะขอไปจัดงานฉลองในบ้านตัวเองทีหลัง

ผมไม่อยากคิดว่า คุณเนวิน ชิดชอบ พูดเป็นลาง ในเมื่อไม่อยากรับถ้วย สุดท้ายก็ไม่ได้เลย…เรื่องแบบนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แล้วแต่จะคิดกันไป

ที่อยากบอกก็คือ ถ้วยแชมป์มันสร้างแรงจูงใจได้ กระตุ้นความฮึกเหิมได้ ถ้าถ้วยแชมป์ไทยลีกไปตั้งอยู่ที่สนามแข่งคู่เชียงใหม่-บุรีรัมย์ ก็น่าจะช่วยส่งประกายความอยาก ความกระหายชัยชนะมาให้นักเตะบุรีรัมย์มากกว่านี้

แต่นี่ดันมองข้าม ปล่อยให้ถ้วยไปสแตนด์บายที่คู่สุพรรณฯกับเชียงราย เท่ากับเอาของไปประเคนให้เขาเองแท้ ๆ

ภาพที่กว่างโซ้งฉลองแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ประทับใจ คงทำให้บุรีรัมย์ขมคอน่าดู