ธิฎาภา แชมป์คนใหม่ของไทย

“จูเนียร์” ธิฎาภา สุวัณณะปุระ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 3 ที่ได้แชมป์ในแอลพีจีเอ ทัวร์หลังจากชนะที่มาราธอน คลาสสิกที่โอไฮโอ นักกอล์ฟจากสัตหีบ วัย 25 ปี คว้าแชมป์โดยชนะ บริททานี ลินซิคัม ที่หลุมแรกของซัดเดนเดทเป็นแชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์คนที่ 3 จากประเทศไทยต่อจาก เอรียา จุฑานุกาล และโมรียา จุฑานุกาล นี่เป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างตื่นเต้นของธิฎาภา เพราะเธอได้ออกไป เพลย์ออฟเพราะทำอีเกิ้ลที่หลุม 17 และเบอร์ดี้ที่หลุม 18 ในวันสุดท้ายได้เงินรางวัล 240,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 8 ล้านบาท)

ธิฎาภาเป็นสมาชิกของแอลพีจีเอ ทัวร์ในปี 2012 แต่ความก้าวหน้าของเธอถูกจำกัดหลังจากที่เธอรับการผ่าตัดหลังในปี 2015 ต้องหยุดพัก 3 เดือน


เธอบอกว่าตอนนั้นเธอไม่รู้ว่าจะเล่นกอล์ฟได้อีกหรือเปล่าเพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ ปีนี้เธอเล่นไม่ค่อยดี จึงหวังแค่ทำผลงานให้รักษาสิทธิ์การเป็นสมาชิกแอลพีจีเอ ทัวร์หลังจบฤดูกาลนี้เท่านั้น

ชัยชนะที่มาราธอน คลาสสิกทำให้เธอได้สิทธิ์เล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ 2 ปี และได้สิทธิ์เล่นวีเมนส์ บริทิช โอเพ่นในเดือนหน้า

ธิฎาภาขยับขึ้นไปอยู่ที่ 42 ในอันดับเงินรางวัลรวมประจำปี โดยทำได้ 312,546 ดอลลาร์หลังจากทำได้เพียง 97,715 ดอลลาร์ในปีที่แล้ว

เมื่อนับกันอย่างละเอียด เงินรางวัลในปีนี้มากกว่าเงินรางวัลที่เธอทำได้ใน 3 ปีที่ผ่านมารวมกัน ธิฎาภาขยับขึ้นไปเป็นอันดับ 3 ในหมู่นักกอล์ฟไทยในอันดับเงินรางวัลรวมประจำปีรองจากเอรียา (อันดับ 1) และโมรียา (อันดับ 7)

มีนักกอล์ฟไทยอีกหลายคนที่มีโอกาสครองแชมป์ในแอลพีจีเอ ทัวร์ พรอนงค์ เพชรล้ำ ได้ลุ้นแชมป์หลายครั้ง แต่ระยะหลังฟอร์มของเธอไม่ค่อยดี ได้ที่ 49 ร่วมกับเฌอมาลย์ สันติวิวัฒน์พงศ์ ที่มาราธอน คลาสสิก

พรอนงค์อยู่อันดับ 66 และเฌอมาลย์ 71 ในอันดับเงินรางวัลรวมประจำปี วิชาณี มีชัย เป็นนักกอล์ฟไทย อีกคนหนึ่งที่น่าจับตา เธออยู่ที่ 65 ในอันดับเงินรางวัลรวมประจำปีหลังจากที่เธอจบใน 10 อันดับแรกใน 2 รายการในปีนี้รวมทั้งอันดับ 9 ร่วมที่มาราธอน คลาสสิก

ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์ เป็นนักกอล์ฟ ไทยอีกคนเดียวใน 100 อันดับแรกของอันดับเงินรางวัลรวมประจำปีนี้ เธออยู่ที่อันดับ 87 หลังจากได้ที่ 20 ร่วมที่มาราธอน คลาสสิก

มีนักกอล์ฟไทยอีกหลายคนในแอลพีจีเอ ทัวร์ รวมทั้ง พัชรจุฑา คงกระพันธ์ (อันดับ 16 ร่วมที่มาราธอน คลาสสิก) และ เบญญาภา นิภัทร์โสภณ (อันดับ 38 ร่วมที่มาราธอน คลาสสิก) การคว้าแชมป์ของธิฎาภาคงเป็นแรงกระตุ้นให้นักกอล์ฟไทยคนอื่น พยายามมากขึ้น เพื่อเป็นแชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์คนที่ 4 ของไทย