Opn พลิกเกมโต ลุยตลาดเปย์เมนต์เกตเวย์โกลบอล

Opn ลุยตลาดเปย์เมนต์เกตเวย์โกลบอล

Opn เผยรายได้โตปีละ 25-30% ประกาศปิดดีลซื้อบริษัทเปย์เมนต์เกตเวย์มะกัน รุกตลาดโซลูชั่น B2B เติบโตระดับโกลบอล พร้อมขยายบริการด้าน Financial เสริมพอร์ต

วันที่ 8 ธันวาคม 2565 นายอิศดร หะรินสุต ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Opn ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินครบวงจร (Payment Gateways) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการรีแบรนด์ Omise เป็น Opn เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการเปิดกว้างรองรับลูกค้าที่หลากหลายยิ่งขึ้น

“เราดำเนินธุรกิจที่ให้บริการกับธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ครอบคลุมบริการด้านการชำระเงินทั้งหมด จุดเด่นของ Opn ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีชั้นสูงที่สามารถมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่เรายังมีความเข้าใจธุรกิจในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะในประเทศไทยเป็นอย่างดี ทำให้เราสามารถออกแบบโซลูชั่นที่เหมาะกับการใช้งานในตลาดนี้”

ล่าสุด Opn มีการเข้าซื้อบริษัท MerchantE ในกลางปี 2565 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลคอมเมิร์ซของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดของโซลูชั่นด้านการเงิน (embedded pinyinents) ที่ใหญ่ที่สุดและกำลังเติบโต โดยมีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตกว่าสองเท่าและ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1.8 ล้านล้าน บาท) ภายในปี 2569 ส่วนรายละเอียดมูลค่าการเข้าซื้อนั้นไม่เปิดเผย

นอกจากนี้ นายอิศราดร เปิดเผยด้วยว่า ในปี 2565 มีธุรกรรมการชำระเงินเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของ Opn มูลค่ากว่า 1.9 หมื่น 25 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 7 แสนล้านบาท)

“การเติบโตรายได้ของ Opn อยู่ที่ 25-30% ต่อปี โดยสัดส่วนรายได้อยู่ที่ค่าธรรมเนียมการ Pay in และ Pay out และคาดว่าปีหน้าจะเริ่มขยายบริการอื่นมาเติมพอร์ต ได้แก่ Value-added services หรือการให้บริการทางการเงินแก่ร้านค้าหรือกิจการที่อยู่ในระบบนิเวศของเรา รวมถึงขยายบริการ Bank as a service ให้ธนาคารและองค์กรใหญ่จัดบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก และสุดท้ายคือบริการให้คำปรึกษา (DX consult) ให้กับการปรับปรุงโซลูชั่นการเงินขององค์กร”

ปัจจุบัน Opn นับว่าเป็นบริษัทเปย์เมนต์ เกตเวย์ ระดับภูมิภาค คือมีกิจการอยู่ใน 7 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา โดยมีแผนการที่จะพัฒนาทั้งเทคโนโลยีฟร้อนต์เยนต์และแบ็คเอนด์เพื่อสร้างแพลตฟอร์มบริการทางการเงินที่ครบวงจรสำหรับเจาะตลาดลูกค้าทั่วโลก (Global)

ผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันของ Opin ได้แก่ เกตเวย์การชำระเงิน (payment gateway) บริการด้านการประมวลผลธุรกรรม (processing) บริการออกบัตร (issuing) การให้บริการแก่ผู้รับบัตร (accumming) การออกใบอนุญาต (Icensing) การวางแผนในองค์กร (enterprise resource planning) และบริการให้คำปรึกษา 80%

ในปีหน้านี้ Opn เตรียมรุกนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้ทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กรในประเทศไทย โดยจะนำเสนอแพลตฟอร์มโซลูชันการชำระเงินแบบครบวงจรแก่ลูกค้า เน้นการให้บริการช่วยเหลือและ สนับสนุนด้านเทคนิค นอกจากนี้ Opn ยังจะพัฒนาโซลูชันเพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจในประเทศไทย เช่น ธุรกิจประกัน และธุรกิจที่มีโมเดลเป็นระบบสมาชิก (Subscription) ที่ต้องการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานความ ปลอดภัยในระดับสากล (PCI DSS) และต้องการการสนับสนุนด้านเทคนิค

นายอิศราดรกล่าวเสริมด้วยว่า การซื้อธุรกิจ MerchantE ในอเมริกา คือ แผนการปูทางไปสู่ตลาดโกลบอล เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีความแข็งแกร่งในการให้บริการโซลูชั่นเปย์เมนต์ระหว่างบริษัทถึงบริษัท (B2B) ขณะที่ Opn แข็งแกร่งด้าน B2B2C จะทำให้ขยายบริการได้อีกมาก โดยคาดว่าจะเริ่มออกจากภูมิภาคสู่ระดับโลกได้ภายใน 2-3 ปี

นอกจากนี้ บริการใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น อย่างเช่นบริการด้านการเงิน Value-added services ที่บริษัทมีข้อมูลพร้อมจะตัดสินใจให้เครดิตทางการเงินแก่บริษัทหรือองค์กรในระบบนิเวศได้ นั้นจะทำให้บริษัท พลิกมาทำกำไรได้อีกภายใน 1-2 ปี

บริการทางการเงินนี้ นายอิศราดร ย้ำว่าตอนนี้ได้พูดคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วพบว่าทำได้เลย ส่วนรายละเอียดจะเปิดเผยภายหลัง

“รายได้จากธุรกิจเปย์เมนต์ เป็นธุรกิจที่มาจิ้นบางมาก แต่หากเข้าไปทำด้านไฟแนนซ์ มาจิ้นจะเพิ่มมากขึ้น 2-3 เท่า” นายอิศราดรกล่าว