ในโลกออนไลน์ใครชนะ วัดพลังโซเชียลจากศึกประธานสภา

ประธานสภาฯ
ภาพจากเว็บไซต์ Thaigov

ดาต้าเซ็ต เผยข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย ช่วงศึกประธานสภา มีการกล่าวถึง-มีส่วนร่วมกับประเด็นดังกล่าว 16,287,997 ครั้ง 

วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ผู้ให้บริการเครื่องมือเก็บข้อมูล DXT360 เพื่อติดตามข่าวสารและเสียงของผู้บริโภค (Social Listening) เปิดเผยข้อมูล Insight ประเด็นการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยเก็บข้อมูลระหว่าง 15 มิ.ย.-5 ก.ค. 2566 ว่า ค่า Buzz ซึ่งเป็นการกล่าวถึง (Mention) รวมกับการมีส่วนร่วม (Engagement) ในเรื่องประธานสภา สูงถึง 16,287,997 ครั้ง โดย Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่มี Buzz มากที่สุด

โดยข้อมูลจาก บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด สามารถแบ่งย่อยได้ดังนี้

โซเชียลติดแฮชแท็ก #ประธานสภา ปมเพื่อไทยขอเก้าอี้ประธานสภา

ช่วงก่อนวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานสภา ค่า Mention และยอด Engagement พุ่งขึ้นสูงสุด

พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องตำแหน่งประธานสภา โดยพรรคก้าวไกลได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงแนวทางของพรรค โดยเสนอชื่อ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พรรคก้าวไกล เข้าชิงตำแหน่งประธานสภา ส่วนพรรคเพื่อไทยแถลงยืนยันขอตำแหน่งประธานสภา โดยมองว่าพรรคก้าวไกลซึ่งได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว พรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคอันดับ 2 ควรได้ตำแหน่งประธานสภา ด้วยสูตร 14 + 1 หมายถึงได้รัฐมนตรี 14 ตำแหน่ง บวกอีกหนึ่งคือประธานสภา

กรณีนี้ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์บนโซเชียลอย่างกว้างขวาง จนเกิดแฮชแท็ก #ประธานสภา ได้รับความสนใจในหลายช่องทางอีกครั้ง ส่งผลให้ประเด็นนี้มี Buzz ขึ้นสูงสุดในวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันโหวตเลือกประธานสภา

ฝ่ายสนับสนุนพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของพรรคเพื่อไทย โดยให้เหตุผลว่า ประธานสภาต้องมาจากพรรคที่ชนะโหวตเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าจะชนะมากกว่ากี่คะแนนเสียง ผู้ชนะคือผู้ชนะ พรรคเพื่อไทยควรยอมรับผลการตัดสินของประชาชน

ส่วนฝ่ายสนับสนุนพรรคเพื่อไทยนั้น ความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝ่าย โดยมีผู้ที่เห็นด้วยกับแนวคิดและผู้ที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่าตำแหน่งประธานสภาควรจะเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย และบางส่วนรู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจของพรรค รวมถึงเป็นเหตุผลในการตัดสินใจว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่เลือกพรรคเพื่อไทยอีกต่อไป

สุดท้ายแล้ว พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุปในวันที่ 3 ก.ค. 66 พร้อมเสนอชื่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานสภา โดย ส.ส.ก้าวไกล เป็นรองประธานสภา คนที่ 1 และ ส.ส.เพื่อไทย เป็นรองประธานสภา คนที่ 2 ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวบนโซเชียลอีกครั้ง และได้รับ Buzz สูงสุดถึง 1,574,177 ครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจและติดตามการเลือกประธานสภาอย่างใกล้ชิด

วันโหวตประธานสภา ‘วันนอร์’ ยืนหนึ่งไร้คู่ชิง มติสภาเป็นเอกฉันท์

ในช่วงก่อนการสรุปผลการเลือกประธานสภา เสียงจากโซเชียลบางส่วนมองว่า ถึงแม้มองที่ตัวบุคคลที่ดูเหมาะสมกับตำแหน่งแล้วในหลายด้าน แต่ยังขัดกับหลักการที่ประธานสภานั้นควรมาจากพรรคอันดับหนึ่ง เสียงบางส่วนจึงเห็นว่าการที่พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนแผน ไม่เสนอผู้เข้าชิงจากพรรคตน แต่เป็นจากพรรคอันดับ 3 แทนนั้น เพราะเหตุใดกันแน่?

อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนร่วมแสดงความยินดี และคิดว่านายวันมูหะมัดนอร์ เหมาะสมแล้วทั้งด้านประสบการณ์ คุณวุฒิ และวัยวุฒิ แต่บางส่วนยังคงมีความกังวล เนื่องจากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง และมองว่ามีความคิดที่ขัดกับประเด็นส่วนบุคคล โดยเฉพาะประเด็น ‘ศาสนา’ และ ‘สมรสเท่าเทียม’ อย่างไรก็ตาม วันมูหะมัดนอร์ มะทา เคยนั่งตำแหน่งประธานสภามาแล้วเมื่อปี 2539 ในนามของพรรคความหวังใหม่ โดยตอนนั้นพรรคความหวังใหม่ได้ที่นั่ง ส.ส.สูงสุดในสภา 125 ที่นั่ง

รวมแฮชแท็กชาวโซเชียลในประเด็นประธานสภา

โซเชียลพูดคุยประเด็น #ประธานสภา ได้รับ Buzz สูงสุดถึง 3,395,172 ครั้ง ตามด้วย #ก้าวไกล และ #เพื่อไทย สองพรรคหลักที่ถูกกล่าวถึง นอกจากนี้ สื่อต่าง ๆ ได้นำเสนอข่าวการเลือกประธานสภา โดยสื่อที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดบนโซเชียล คือ #ข่าวช่อง 3 และ #เรื่องเล่าเช้านี้ นอกจากกระแสของพิธีกรอย่าง คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา และคุณพิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ วิธีการนำเสนอข่าวด้วยวิดีโอ หรือไลฟ์สตรีม ยิ่งทำให้ได้รับการมีส่วนร่วม (Engagement) จากผู้ชมอย่างดีอีกด้วย