“ไทย” ความสามารถดิจิทัลดีขึ้น 5 อันดับ แต่ยังตามสิงคโปร์ มาเลเซีย

ความสามารถด้านดิจิทัล

“TMA” เผยผลการจัดอันดับความสามารถด้านดิจิทัล พบไทยอยู่อันดับที่ 35 ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า 5 อันดับ แต่ยังตามหลังสิงคโปร์ และมาเลเซีย

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) เผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศโดย World Competitiveness Center ของ International

Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจําปี 2566 โดยปีนี้ไทยอยู่ในอันดับที่ 35 จาก 64 เขตเศรษฐกิจ ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า 5 อันดับ จากการปรับตัวดีขึ้นของปัจจัยที่ใช้ในการจัดอันดับทั้ง 3 ด้าน

จากปัจจัย 3 หลักที่ IMD ใช้ในการจัดอันดับของไทย พบว่า ด้านเทคโนโลยี (Technology) เป็นปัจจัยที่มีอันดับดีที่สุด โดยอยู่ในอันดับที่ 15 ดีขึ้นกว่าปี 2565 ถึง 5 อันดับ ส่วนด้านความรู้ (Knowledge) และด้านความพร้อมสําหรับอนาคต (Future Readiness) มีอันดับดีขึ้น 4 และ 7 อันดับตามลําดับ แต่ยังคงอยู่ในอันดับที่ไม่สูงนัก คืออันดับที่ 41 และ 42

ในระดับอาเซียนที่ IMD มีการจัดอันดับเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนรวม 5 เขตเศรษฐกิจ ไทยอยู่ในอันดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยจาก 64 เขตเศรษฐกิจ สิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 3 และมาเลเซียอยู่อันดับที่ 33 โดยปัจจัยที่เป็นจุดเด่น ได้แก่ ความพร้อมด้านเทคโนโลยี ส่วนอินโดนีเซียมีอันดับดีขึ้นถึง 6 อันดับมาอยู่ที่ 45 และฟิลิปปินส์มีอันดับลดลง 3 อันดับ มาอยู่ที่อันดับที่ 59

และเมื่อมองภาพรวมในระดับโลก เขตเศรษฐกิจที่มีอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลสูงที่สุด 10 อันดับแรกในปี 2566 ได้แก่

อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา

อันดับ 2 เนเธอร์แลนด์

อันดับ 3 สิงคโปร์

อันดับ 4 เดนมาร์ก

อันดับ 5 สวิตเซอร์แลนด์

อันดับ 6 เกาหลีใต้

อันดับ 7 สวีเดน

อันดับ 8 ฟินแลนด์

อันดับ 9 ไต้หวัน (เข้ามาอยู่ใน 10 อันดับเป็นครั้งแรก)

อันดับ 10 ฮ่องกง

จะเห็นว่ามีประเทศในทวีปยุโรป 5 ประเทศ และประเทศในทวีปเอเชีย 4 ประเทศ ในขณะที่สหรัฐอเมริกากลับขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ในปีนี้ จากการพัฒนาด้านความรู้ เทคโนโลยี และความพร้อมสําหรับอนาคตอย่างต่อเนื่อง ส่วนเนเธอร์แลนด์ที่อันดับ 2 ปรับตัวดีขึ้นถึง 4 อันดับจากปีที่ผ่านมา

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA Center for Competitiveness) กล่าวว่า นับเป็นแนวโน้มที่น่ายินดีที่ไทยมีอันดับดีขึ้นถึง 5 อันดับในปีนี้

โดยดีขึ้นในทุก ๆ ปัจจัย ถึงแม้ว่าใน 2 ปัจจัยที่มีความสําคัญต่อความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวโดยเฉพาะในยุคที่ AI และเทคโนโลยีอื่น ๆ กําลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว คือด้านความรู้ (Knowledge) และด้านความพร้อมสําหรับอนาคต (Future Readiness) จะยังอยู่ในอันดับที่ไม่ดีนัก แต่ก็มีแนวโน้มในทางบวก เช่น ในเรื่องของการสร้างกําลังคนที่มีศักยภาพ (Talent)


“นอกจากความพยายามของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนากําลังคนด้านดิจิทัล ยังมีการปรับปรุงกฎระเบียบที่ช่วยดึงดูดทาเลนต์จากนอกประเทศเข้ามาทํางานในไทยง่ายขึ้นด้วย ทั้งนี้ประเด็นสําคัญที่ไทยจะต้องให้ความสําคัญ คือ การก้าวให้ทันเทคโนโลยีด้าน AI ในขณะเดียวกันก็ต้องยกระดับความสามารถในด้าน Cyber Security และ Privacy Protection ให้ดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งสะท้อนผ่านการจัดอันดับในด้าน Government Cyber Security Capacity ที่อยู่ในอันดับที่ 58 และ Privacy Protection by Law Content ที่อยู่ในอันดับที่ 43”