AI-Climate Change ความท้าทายครั้งใหญ่บนเวที World Economic Forum

AI-Climate Change ความท้าทายครั้งใหญ่บนเวที World Economic Forum

“AI-Climate Change” ขึ้นแท่นความท้าทายครั้งใหญ่ในการทำธุรกิจ ด้านผู้นำบนเวที World Economic Forum ปักหมุดลงทุน ตั้งรับความเปลี่ยนแปลง

วันที่ 24 มกราคม 2567 นายแพทย์ศุภชัย ปาจริยานนท์ CEO and Managing Partner, RISE & SeaX Ventures กล่าวว่า ในการประชุม World Economic Forum 2024 มีการเปิดเผยผลการสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก ซึ่ง 56% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจบอกว่าสภาพเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ส่วนอีก 42% บอกว่าค่อนข้างทรงตัวและอาจจะค่อย ๆ ดีขึ้นในอนาคต

และนอกจากประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ในการประชุมดังกล่าวยังมีการพูดคุยในหลากหลายประเด็นที่เป็น Polycrisis หรือความท้าทายที่มีผลต่อการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจต่อจากนี้ เช่น ภัยสงครามที่ขยายความรุนแรงมากขึ้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือ Climate Change และสิ่งที่ไม่มีใครไม่พูดถึงอย่าง AI

ถ้าเจาะไปที่เรื่องของ AI โดยเฉพาะ จะมีความกังวลอยู่ 4 ประเด็น ได้แก่ 1.คนกลัว AI เข้ามาแย่งงาน 2.เราจะไว้ใจ AI ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานได้มากน้อยแค่ไหน 3.เรื่องของความปลอดภัยและการใช้ข้อมูลอย่างมีจริยธรรม และ 4.AI Democracy หรือขอบเขตของการใช้ AI อย่างเหมาะสม

“สมมุติว่ามีกรณีที่นักแสดงท่านหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว แต่ระบุในพินัยกรรมไว้ว่าลูกหลานสามารถนำใบหน้าและตัวตนไปทำดีปเฟก (deepfake) เพื่อสร้างสรรค์ผลงานต่อได้ อันนี้คือการใช้ AI อย่างเหมาะสมหรือเปล่า ซึ่งท้ายที่สุดแล้วรายละเอียดในประเด็นต่าง ๆ ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่”

ด้านนายประดิษฐ์ มหาศักดิ์ศิริ Chief New Business Innovation, Denso International Asia กล่าวว่า AI เข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น และส่งผลกระทบกับตลาดแรงงานอย่างแน่นอน โดยกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือพนักงานระดับกลางที่ไม่ได้มีทักษะอื่น ๆ เข้ามาทำให้เกิดความพิเศษ เพราะงานที่มีการทำซ้ำ ๆ เช่น การกรอกข้อมูลเข้าระบบ ไม่จำเป็นต้องใช้คนแล้ว

AI จะเข้ามาช่วยคัดว่างานแบบใดที่มีคุณค่าให้คนต้องลงแรง หรือแบบใดที่ช่วยระบบอัตโนมัติช่วยจบงานได้ แต่ความท้าทายที่มีผลกับการทำธุรกิจไม่ได้มีแค่เรื่องของ AI อย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลในวงกว้างมากกว่าที่คิด

“ตอนนี้เรากำลังอยู่ในภาวะโลกเดือด (Global Boiling) ปัญหา Climate Change รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนทั้งระบบ เช่น ผลผลิตทางการเกษตรเติบโตได้ไม่เต็มที่ เพราะสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก ทำให้เกษตรกรมีรายได้น้อยลง และไม่สามารถลงทุนซื้อเครื่องจักรหรือแทร็กเตอร์คันใหม่ได้ พอความต้องการของตลาดลดลง ก็จะกระทบกับเราที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ด้วย”

นายแพทย์ศุภชัยเสริมว่า ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งผู้นำบนเวที World Economic Forum 2024 ให้ความสนใจมาก หลาย ๆ บริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนเกี่ยวกับพลังงานสะอาดมากขึ้น นั่นหมายความว่าธุรกิจเกี่ยวกับ AI และพลังงานสะอาดจะได้รับอานิสงส์ และกลายเป็นอุตสาหกรรมน่าลงทุนในปีนี้

“ผู้นำของเวียดนามประกาศบนเวที World Economic Forum 2024 เลยว่าประเทศเขาจะเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net-Zero) ภายในปี 2593 เร็วกว่าที่ไทยเคยประกาศไว้ถึง 15 ปี โดยเริ่มจากภาคการเกษตรที่จะมีการพัฒนาวิธีปลูกข้าวแบบ low carbon ซึ่งการที่เขากล้าประกาศกลางเวทีใหญ่ระดับโลกเช่นนี้ สะท้อนว่าเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก”

นายประดิษฐ์กล่าวต่อว่า ในมุมของเอกชนก็ตั้งเป้าหมายที่จะเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนเช่นกัน มีการลงทุนในโซลูชั่นเกี่ยวกับ Climate Technology เช่น Carbon Capture หรือการตรวจจับว่าในกระบวนการผลิตปล่อยคาร์บอนออกมาเท่าไร เพื่อดึงกลับเข้าสู่ระบบและทำการชดเชยต่อไป


“เราไม่ได้หยุดแค่เป้าหมายว่าต้อง Net-Zero แต่มองไปถึง Carbon Negative หรือการดูดซับคาร์บอนให้ได้มากกว่าส่วนที่ต้องปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ โดยตอนนี้กำลังพูดคุยและหารือกับบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่ของประเทศ เพื่อหาโซลูชั่นเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ และจะทำให้ในอีก 5 ปีข้างหน้า เกิดการจ้างงานในแวดวง Climate Technology มากขึ้นด้วย”