บลูบิค โกยรายได้ปี‘66 1,313 ล้าน ทุบสถิติกำไรนิวไฮ โต 132%

บลูบิค

บลูบิค โชว์ผลประกอบการปี 2566 โกยรายได้ 1,313 ล้านบาท ทุบสถิติกำไรนิวไฮ 303 ล้านบาท โต 132% รับอานิสงส์ความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นเพิ่มขึ้น พร้อมเตรียมจ่ายปันผล 0.8 บาท/หุ้น ภายในเดือนพฤษภาคมนี้

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทปี 2566 โตกว่าเป้า มีกำไรสุทธิ 303 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และรายได้อยู่ที่ 1,313 ล้านบาท โตขึ้น 133%

ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 4 ประจำปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมีรายได้ 372 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11%

สำหรับ Backlog หรือยอดสะสมของงานในระบบ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 มีมูลค่าราว 863 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มาจากบลูบิค 709 ล้านบาท และบริษัทร่วมทุนอีก 154 ล้านบาท โดยในส่วนของบลูบิคเตรียมรับรู้รายได้ในปีนี้ 579 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้หลังจากปี 2567 ในขณะที่บริษัทร่วมทุนจะรับรู้รายได้ทั้งหมดในปีนี้

“การเติบโตของบลูบิคในปี 2566 ที่ทุบสถิติกำไรนิวไฮ เป็นผลมาจากความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่ยังเติบโตต่อเนื่อง แสดงให้เห็นผ่านการเติบโตในส่วนงานด้านบริการที่ปรึกษาเชิงลึกด้านดิจิทัลและพัฒนาเทคโนโลยีภายในองค์กร (Digital Excellence & Delivery) และบริการที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Big Data & Advanced Analytics) รวมถึงความสำเร็จในการดำเนินแผนยุทธศาสตร์การสร้าง Synergy ระหว่างบริษัทในเครือ ที่ทำให้บริษัทสามารถรับงานได้มากขึ้น”

นายพชรกล่าวต่อว่า แม้ในปี 2567 ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อการลงทุนของภาคธุรกิจ แต่ความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นยังเติบโต เพราะการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมต้องทำอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์เทรนด์การทำธุรกิจ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ในระยะยาว

“แนวโน้มการลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นทั่วโลกยังเติบโตถึง 10% หรือราว 2.51 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ หรือแม้แต่ในไทยก็มีแนวโน้มไม่ต่างกัน เชื่อว่าธุรกิจยังมีช่องว่างให้เติบโต ซึ่งบริษัทได้ปรับแผนการดำเนินงานเพื่อให้สอดรับกับการพิจารณาใช้งบประมาณที่เคร่งครัดของลูกค้า พร้อมกับสร้างการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยตั้งเป้าว่าผลประกอบการปี 2567 สามารถโต 50%”

ทั้งนี้ นายพชรยังได้เปิดเผย 6 ปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของบลูบิคไว้ ดังนี้

1.แผนบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทย่อยในเครือ เพื่อสร้าง Economy of Scale รวมถึงการเพิ่ม Employee Utilization Rate ของพนักงาน พร้อมทำ Cross-Selling และ Up-Selling ขยายการให้บริการพร้อมผลิตภัณฑ์ผ่านฐานลูกค้าของแต่ละบริษัทในเครือ

2.แผนการเพิ่มรายได้ In-Organic Growth รวมถึงการมองหาดีล M&A ใหม่ ๆ เพื่อเสริมแกร่งและใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของบริษัทย่อย เช่น บริษัท ซอส สกิลล์ จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจ Corporate Training ยกระดับทักษะด้านดิจิทัล ธุรกิจ และความเป็นผู้นำองค์กร ได้รับการตอบรับอย่างสูงตั้งแต่ต้นปีนี้ และทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น

3.แผนขยายตลาดต่างประเทศ มุ่งเน้นเจาะตลาดที่มีศักยภาพสูง เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้มการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเติบโตต่อเนื่อง

4.แผนต่อยอดการเติบโตของบริการหลักจากเทรนด์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น เช่น

– เทรนด์การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile เพื่อสร้าง Hyper Scaling ให้กับองค์กรที่ต้องการสร้าง Digital Ecosystem ที่มีความยืดหยุ่นสูงผ่านผลิตภัณฑ์ EDNA (Event-Driven Nano Architecture) ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีความยืดหยุ่น รองรับการปรับเพิ่มและลดขนาดการใช้ทรัพยากรได้อย่างอิสระ โดยไม่กระทบบริการอื่น

– เทรนด์ด้าน Generative AI ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถให้กับองค์กรในปัจจุบัน โดย Democratized Generative AI เป็นหนึ่งในบริการของบลูบิคที่จะช่วยให้องค์กรเข้าถึงเทคโนโลยี Gen AI ในวงกว้าง ช่วยสร้างโอกาสให้กับธุรกิจ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การลดงานซ้ำซาก และยกระดับการเข้าถึงลูกค้าผ่านการหา Customer Insights ด้วย AI เป็นต้น

– เทรนด์การโจมตีทางด้านไซเบอร์ ที่รุนแรงขึ้นจนสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 70% ทั่วโลก ระหว่างปี 2566-2571 จึงทำให้บลูบิคพัฒนาบริการที่เรียกว่า “Cyber Guardians” ที่จะช่วยปกป้อง ป้องกัน รับมือ และคุ้มครอง รวมถึงยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับองค์กรธุรกิจ ถือได้ว่าเป็นการให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มข้นและครอบคลุมกว่าเดิม

5.ปัจจัยบวกจากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเต็มปีเพิ่มเติม จากบริษัท วัลแคน ดิจิทัล เดลิเวอรี่ จำกัด (BBVC) และบริษัท อินโนวิซ โซลูชั่นส์ (Innoviz) ที่คาดว่าจะได้รับอนุมัติในครึ่งปีหลังของปี 2567

6.ส่วนแบ่งกำไรปี 2567 เพิ่มขึ้นจากการถือครองหุ้นเพิ่มใน Innoviz จากเดิม 55% (ณ สิ้นปี 2566) เป็น 85% โดยกระบวนการซื้อขายหุ้นเพิ่มเป็นจำนวนเงินประมาณ 230 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

นอกจากนี้ บลูบิคยังเตรียมประกาศมติประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2567 ที่ได้มีการอนุมัติและเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในการจ่ายปันผลจากผลดำเนินงานงวดปี 2566 มูลค่า 0.80 บาทต่อหุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นจำนวน 108,882,400 หุ้น

โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญปันผลจำนวนไม่เกิน 45.57 ล้านบาท หรือ 0.4185 บาทต่อหุ้น และเป็นเงินสดจำนวนประมาณ 41.54 ล้านบาท หรือ 0.3815 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) วันที่ 30 เมษายน 2567 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2567