Exit บริการช่วย “ลาออก”

คอลัมน์ สตาร์ตอัพ “ปัญหา” ทำ “เงิน”

โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

สำหรับบางคนการลาออกจากงานอาจเป็นเรื่องสุดแสนจะปกติ จึงอาจนึกภาพไม่ออกว่า ทำไมถึงมีคนยอมจ่ายเงินถึง 450 เหรียญ (เกือบ 15,000 บาท) เพื่อจ้างคนมาช่วยยื่นจดหมายลาออกให้

“Exit” เปิดตัวในญี่ปุ่นไปเมื่อปีก่อน มีหน้าที่ยื่นจดหมายลาออกแทนพนักงาน เห็นเป็นบริการง่าย ๆ ต้นทุนต่ำแบบนี้ แต่กำไรได้ตั้งแต่ปีแรกเพราะมีคนรอใช้บริการอยู่ไม่น้อย


ต้องเข้าใจก่อนว่าในประเทศที่ให้ความสำคัญกับ “ความจงรักภักดีต่อองค์กร” อย่างญี่ปุ่นนั้น “การลาออก” ถือเป็นขบวนการที่ตึงเครียดและบีบคั้นทางอารมณ์อย่างหนัก เพราะทันใดที่บอกเจ้านายไปว่า “ขอลาออกค่ะ/ครับ” ก็เตรียมล้างหูรอฟังเลกเชอร์ยาว ๆ ส่วนมากจะโดนต่อว่าเรื่องความไม่ภักดี ไม่มีน้ำอดน้ำทน ไม่รับผิดชอบ เผลอ ๆ อาจมียกเรื่องไม่สำนึกบุญคุณมาเสริมด้วย

ซึ่งข้อตำหนิเหล่านี้ล้วนอยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่นที่ยึดถือกันมาเนิ่นนานว่า ต้องทุ่มเททำงานถวายหัว ถ้าจะให้ดีคือ ต่างตอบแทนกันไป…ชั่วชีวิต (lifetime employment)

ถึงค่านิยมนี้จะคลายความเคร่งครัดลงบ้างตามยุคสมัย แต่ “ตราบาป” และความกดดันทางสังคมที่มาพร้อมการลาออกก็ยังมีอยู่ ทำให้พนักงานรู้สึกจนมุม จะออกก็ออกไม่ได้ จะอยู่ต่อก็ไม่มีใจ พานเครียดกลายเป็นโรคซึมเศร้าจนถึงขั้นอยากจบชีวิตตัวเองก็มี

Exit จึงทำให้การลาออกจึงเป็นเรื่องง่ายขึ้น อย่างน้อยก็ช่วยเลี่ยงการเผชิญหน้า ลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่จะอยู่ในวัย 20-30 ที่เมื่อตัดสินใจลาออกแล้วก็ไม่อยากกลับไปที่ทำงานเก่าอีก

หน้าที่ของ Exit คือ เป็นคนกลางสื่อสารกับนายจ้าง ด้วยการส่งเมล์จดหมายลาออกพร้อมแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิ์วันลาแทนการกลับไปทำงาน ทำให้ลูกจ้างไม่ต้องเผชิญกับอารมณ์เดือดดาล เพราะมี Exit เป็นฉากกั้นกลาง

สุดท้ายนายจ้างก็ต้องยอม เพราะไม่ว่าองค์กรตัวเองจะมีกฎระเบียบภายในอย่างไร (เช่น บางที่อาจกำหนดให้ลูกจ้างยื่นจดหมายลาออกล่วงหน้า 1-3 เดือน) ก็ต้องหลบให้กฎหมายหลักอย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายแรงงานที่ให้เสรีภาพแก่ลูกจ้างในการเลือกอาชีพและลาออกจากงานได้ เพียงแต่ต้องแจ้งนายจ้างล่วงหน้า 2 อาทิตย์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากเป็นเรื่องการเรียกร้องเงินชดเชย หรือการดำเนินการทางกฎหมายอื่นใดที่ต้องใช้ทนาย Exit จะไม่เข้าไปยุ่ง เพราะถือว่านายจ้างกับลูกจ้างที่ต้องไปตกลงกันเอง บริษัทจะทำหน้าที่เป็นแค่ตัวกลางในการสื่อสารให้เท่านั้น

Exit คิดค่าบริการ 450 เหรียญ สำหรับพนักงานประจำ 360 เหรียญ สำหรับพาร์ตไทม์ และมีส่วนลด 90 เหรียญให้ลูกค้าเก่า

เปิดให้บริการในโตเกียวมาได้ปีเดียว บริษัทมีลูกค้าแล้ว 700-800 คน แถมมีแนวโน้มว่าจะทำมาค้าขึ้นซะด้วย เพราะตัวเลขคนเปลี่ยนงานก็สูงขึ้นตลอด 7 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2017 มีตัวเลขคนย้ายงาน 3 ล้านคน ถึงจะเป็นสัดส่วนแค่ 5% ของแรงงานทั้งหมด แต่ก็ถือว่าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จึงไม่แปลกที่ Exit จะเริ่มมีคู่แข่งบ้างแล้ว บริษัทจึงมีแผนที่จะขยายบริการออกไปอีก โดยนอกจากจะช่วยลาออกจากที่ทำงานเดิมให้แล้ว ยังช่วยสมัครงานใหม่ให้ด้วย เอาให้ครบวงจรกันไปเลย