ถึงเวลามองเรื่องขาดดุล การค้าดิจิทัลแล้วรึยัง (1)

คอลัมน์ Pawoot.com

โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

 

ผมศึกษาเรื่องการเสียภาษีของธุรกิจจากต่างประเทศที่เป็นธุรกิจออนไลน์ ซึ่งคนไทยนิยมใช้กัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ออกไปต่างประเทศเกือบทั้งหมด ทุกวันนี้จะเห็นว่าคนไทยเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต

เริ่มเข้าสู่บริการต่าง ๆ บนโลกออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะซื้อซอฟต์แวร์ ดูหนัง ฟังเพลง ไลฟ์สไตล์เริ่มผูกอยู่กับออนไลน์มากขึ้น และปรากฏว่าบริการต่าง ๆ บนออนไลน์ที่เราใช้และจ่ายเงินไปนั้นเป็นบริการของต่างประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่ ผมจึงเริ่มเก็บข้อมูลดูว่าปัจจุบันคนไทยนิยมจ่ายอะไรกันไปบ้าง

แบ่งออกได้ 11 กลุ่ม คือ กลุ่ม e-Commerce หรือกลุ่มคนที่ซื้อสินค้าออนไลน์ต่าง ๆ เช่น ซื้อผ่าน eBay, Alibaba, AliExpress, Amazon ฯลฯ

กลุ่ม media & advertising เช่น จ่ายเงินลงโฆษณากับ Google, Facebook, [email protected], Twitter ฯลฯ

กลุ่ม service ต่าง ๆ อย่างการใช้ซอฟต์แวร์บางตัว เช่น Evernote, Cloud Computing, Cloud Storage

กลุ่ม transportation หรือการเดินทาง บางคนนั่ง Grab หรือบางคนจองสายการบินผ่านเว็บไซต์ของต่างประเทศโดยตรง กลุ่ม travel การจองโรงแรมต่าง ๆ เอง เช่น Booking.com, Airbnb (ซึ่ง Agoda มีการลงบันทึกรายได้ในประเทศไทยครับ)

กลุ่ม digital content เช่น Netflix, iflix, JOOX, Spotify ฯลฯ ยังมี digital content อีกประเภทหนึ่ง คือ พวก porn จัดเป็นพวก adult content ในต่างประเทศมีเยอะบ้านเราก็มีการจ่ายให้พวกนี้ด้วยเหมือนกัน

กลุ่มซอฟต์แวร์ เช่น การดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จาก App Store หรือ Play Store กลุ่มเกมต่าง ๆ มีทั้งพวกเกมและ In-app purchases เยอะมาก ซึ่งรายได้จะวิ่งตรงไปต่างประเทศก่อนแล้วค่อยหักส่วนแบ่งกลับมายังผู้ให้บริการในประเทศอีกที หรือบางคนไปซื้อเกมเมืองนอกก็จ่ายให้เมืองนอกทั้งหมดเลย

กลุ่ม infrastructure พวก Cloud ต่าง ๆ เช่น Google Cloud หรือบางคนใช้ Amazon จ่ายค่าเว็บโฮสติ้งต่าง ๆ

กลุ่ม financial พวกเพย์เมนต์ เช่น PayPal, AliPay ฯลฯ และกลุ่มการพนัน betting ที่มีคนเล่นไม่น้อย เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปเข้าบ่อนแล้วแค่เปิดมือถือขึ้นมาก็เล่น poker, roulette, slot และอื่น ๆ เวลาจ่ายเงินก็ใช้วิธีการรูดบัตรเครดิต

ที่ผมพูดมาหลายคนน่าจะคุ้นอยู่บ้างบางคนก็ใช้ในชีวิตปกติ แต่เงินทั้งหมดที่จ่ายไปเป็นเงินเท่าไร ผมลองเก็บข้อมูลของตนเองว่าใน 1 เดือนจ่ายค่าบริการออนไลน์พวกนี้ไปเท่าไหร่ แล้วปีหนึ่งเท่าไหร่

ปีหนึ่ง ๆ ผมจ่ายไปหลายหมื่นบาทอยู่ครับ อย่างผมใช้ Evernote ซื้อพื้นที่เก็บเมล์ใน Gmail เพิ่ม ดูหนังฟังเพลงด้วย iflix, Netflix ฯลฯ เหล่านี้บางคนที่ใช้บริการแล้วจ่ายไปทีละเล็กทีละน้อยไม่ได้มาเก็บข้อมูลไว้ว่าจ่ายไปเท่าไหร่ หากลองคิดดูบริการบางอย่างรวม ๆ แล้วเยอะมากเลยทีเดียว

ผมคาดการณ์ว่าปีหนึ่งค่าใช้จ่ายที่คนไทยจ่ายผ่านออนไลน์น่าจะหลายหมื่นล้านบาท ยิ่งเวลานี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม คนไทยที่เริ่มหันมาใช้ออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

ผู้ให้บริการต่างก็พยายามหารายได้จากการเก็บค่าบริการต่าง ๆ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเราปล่อยให้เป็นไป

มากกว่านี้นั่นหมายถึงคนไทยจะจ่ายเงินออกนอกประเทศโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

Previous article“แบงก์ชาติ” เผย Q3 อสังหาฯเหนือหดตัวต่อเนื่อง แนวราบ-อาคารชุดลงทุนติดลบ 87%
Next articleThe Big Prop Trend 2019 บิ๊กมูฟ “สมาร์ต ลิฟวิ่ง” ขับเคลื่อนบ้าน-คอนโดอัจฉริยะ