สวทช.เร่งต่อยอดนวัตกรรม ติดปีกธุรกิจไทยลุยเวทีโลก

สวทช.โชว์ผลงานปี’61 ปั้น 383 ทรัพย์สินทางปัญญา ถ่ายทอด 261 เทคโนโลยี หนุนเศรษฐกิจ-สังคม 4.5 หมื่นล้านบาท ดึงเม็ดเงินลงทุนได้ 1.4 หมื่นล้านบาท ปักธงปี’62 เร่งติดปีกอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรม

นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า ในปี 2561 สวทช.มุ่งมั่นผลักดันให้เกิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปใช้พัฒนาประเทศตามเป้าหมาย “ประเทศไทย 4.0” โดย สวทช.มีบทความตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ 546 เรื่อง ยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญามากถึง 383 รายการ มีการถ่ายทอด 261 เทคโนโลยีให้กับ 335 หน่วยงาน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่า 45,310 ล้านบาท ผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ของภาคการผลิตและบริการ มูลค่าเกือบ 14,000 ล้านบาท

โดยผลงานที่โดดเด่น อาทิ ผลิตภัณฑ์ดูดจับสารพิษจากเชื้อราที่ปนเปื้อนในอาหารสัตว์, ข้อเข่าเทียมที่เหมาะสมกับคนเอเชีย, ตัวปรับเนื้อสัมผัสอาหารสำหรับบดเคี้ยวง่ายประเภทเนื้อสัตว์, Thai scool lunch ระบบช่วยโรงเรียนจัดอาหารกลางวันที่มีคุณภาพกับเด็กนักเรียน, โพโมะ คิดส์ วอทช์ นาฬิกาป้องกันเด็กหาย เป็นต้น

ในปี 2562 จะเน้นพัฒนาภายใต้แนวคิด NSTDA Beyond Limits : 6-6-10 เพื่อตอบโจทย์นโยบายรัฐบาล ภาคธุรกิจและประชาชนในทุกมิติ

สำหรับเลข 6 ตัวแรก คือ 5 สาขาวิจัยหลักเชี่ยวชาญ ได้แก่ Bioscience and Biotechnology, Nanoscience and Nanotechnology, Electronics and Information Technology, Material and Manufacturing Technology และ Energy Technology รวมกับ Agenda-based หรือเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการประเทศในปัจจุบัน

เลข 6 ตัวต่อไป คือ 6 สาขาวิจัยขั้นแนวหน้า เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้แก่ Quantum Computing, Bionics, Nanorobotic, Terahertz, DNA Data Storage และ Atomic Precision Bioimaging & Plant Electric Circuits

ตัวเลข 10 คือ กลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย (TDGs) ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจแบบจับต้องได้ 1) สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ หรือ Biochemicals ต่าง ๆ 2) สารสกัดที่จะนํามาใช้ทําเครื่องสําอาง โดยเฉพาะสารในกลุ่มสมุนไพร 3) ยาแบบใหม่ที่ใช้กระบวนการสังเคราะห์ทางชีวภาพ 4) การทําวิจัยการแพทย์แบบแม่นยํา 5) งานวิจัยที่เกี่ยวกับระบบดิจิทัลที่ใช้กับอุปกรณ์ช่วยการผ่าตัด หรือชิ้นส่วนทดแทนอวัยวะต่าง ๆ 6) Food & Feed เป็นกลุ่มที่ศึกษา functional ingredients ในอาหารคน อาหารสัตว์ และอาหารเฉพาะ 7) เกษตรแม่นยํา 8) Mobility & Logistics รวมถึงต้นแบบชิ้นส่วนรถไฟฟ้ารางเบา 9) พลังงาน ทั้งการพัฒนาแบตเตอรี่แบบแพ็กที่ใช้กับรถยนต์ และ 10) Dual-use defense

Previous article“โคเบลโก้ มิลล์คอน” รับอานิสงค์อุตฯยานยนต์-EEC ดันเหล็กลวดเกรดพิเศษทะลุ3.5แสนตันปี 62
Next article“กรุงศรี” มองเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-33.00 จับตาเฟด-กนง.ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย