หนุนนวัตกรรมองค์กร RISE ตั้งกองทุนพันล้าน

เปิดตัวมาเกือบ 3 ปี สำหรับ “RISE” สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กร ภายใต้การนำทีมของ “หมอคิด-ศุภชัย ปาจริยานนท์” ที่ตั้งเป้าจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน GDP ของไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ได้เติบโตได้อีก 1% ด้วยการใช้ “นวัตกรรม” โดยพุ่งเป้ากระตุ้นและช่วยให้องค์กรธุรกิจสร้างนวัตกรรม และหนุนการเติบโตของสตาร์ตอัพด้วยการจับมือกันสร้างแรงบันดาลใจให้คนในองค์กรใหญ่เข้าใจ และเห็นโอกาสจากเทคโนโลยีใหม่ เปลี่ยน mindset ของระดับผู้บริหาร พร้อมเป็น venture builder จับคู่กันระหว่างองค์กรกับสตาร์ตอัพ ซึ่งโครงการ Krungsri RISE ที่สตาร์ตอัพในโครงการรุ่น 3 ทั้งหมดมีองค์กรใหญ่เข้าร่วมทุน รวมถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มที่สมบูรณ์

แม้ว่า 1% ของ GDP อาจต้องใช้เวลาถึง 10 ปี แต่ 2 ปีกว่าที่ผ่านมา RISE โชว์ผลงานเป็นเบอร์ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเครือข่ายสตาร์ตอัพกว่า 1,000 ราย จาก 22 ประเทศ จำนวนลูกค้าองค์กรที่ดึง RISE เข้าช่วยสร้างนวัตกรรมองค์กร มีถึง 50% ของบริษัทใหญ่ในไทย รวมมูลค่าถึง 25% ของมูลค่าหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขณะที่สเต็ปต่อไปยังตั้งเป้าจะเป็นเบอร์ 1 ในเอเชีย ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า

โดยในปี 2562 เตรียมจัดงาน Corporate Innovation Summit ที่จะมีผู้บริหารระดับสูงขององค์กรทั่วเอเชียกว่า 1,500 แห่ง มาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ทั้งการเตรียมเปิดสำนักงานสาขาของ RISE ทั่วโลก จากเดิมมีที่ประเทศไทย และสิงคโปร์ ก็จะขยายให้มากขึ้น ประเดิมที่เมืองซานฟรานซิสโก เพื่อสร้างเครือข่ายองค์กรและสตาร์ตอัพให้กว้างขวางขึ้นอีก ที่สำคัญคือการตั้งกองทุนสำหรับสนับสนุนสตาร์ตอัพที่เป็น deep tech วงเงินประเดิมที่ 1,500 ล้านบาท เพื่อดึงนวัตกรรมจากทั่วโลกเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในไทยและอาเซียน โดยเฉพาะด้านการแพทย์ สุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพที่รองรับสังคมสูงวัย รวมถึงเทคโนโลยีด้านอาหารและการเกษตร ซึ่งทั้งหมดเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจในไทยและอาเซียน

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleขี่จักรยานหาความฝัน
Next articleอีซูซุ ดีแมคซ์ สเทลธ์ เที่ยวลำพูน ได้ “คูณความสุข”