10 ค่ายโทรคมนาคมจับมือ MOU จัดระเบียบสายสื่อสาร

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2562 สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCT) ร่วมกับ 10 ผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคมทั้งภาครัฐและเอกชน ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสร้างความตระหนักในด้านการจัดระเบียบสายสื่อสาร โดยมีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นสักขีพยาน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความร่วมมือของผู้ประกอบการในครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญในการสร้างความปลอดภัยในการใช้ถนนและพื้นที่สาธารณะของประชาชน ทั้งยังก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม เนื่องจากปัจจุบันบรรดาสายสื่อสารที่พาดตามเสาไฟฟ้ามีจำนวนมากมีปัญหาความไม่เป็นระเบียบ ลำบากในการบำรุงรักษา ทั้งยังระบุได้ยากว่าผู้ใดเป็นเจ้าของสาย ทำให้การรื้อถอนหรือติดตั้งสายสื่อสารใหม่บนเสา ทำได้ลำบาก

“ความร่วมมือในครั้งนี้จึงจะเป็นส่วนสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งภาครัฐพร้อมช่วยสนับสนุนและผลักดันอย่างเต็มที่”

มนต์ชัย หนูสง

นายมนต์ชัย หนูสง นายกสมาคม TCT กล่าวว่า MOU ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในความร่วมมือให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงการจัดระเบียบสายสื่อสารยิ่งขึ้น โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมทั้งหมด 10 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือ AIS  บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต ในเครือ dtac บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น  บมจ.ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (3BB)  บมจ.ทีโอที บมจ. กสท โทรคมนาคม (แคท) บมจ. ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม บมจ. เอแอลที เทเลคอม และ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ (UIH)

ขณะที่กรอบความร่วมมือมี 4  ด้าน ได้แก่ 1. ร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน สร้างความตระหนักในการปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งสายสื่อสาร รวมถึงรับผิดชอบต่อการจัดระเบียบสายสื่อสารอย่างเคร่งครัด

2.ร่วมกันให้ความร่วมมือต่อภาครัฐในการจัดระเบียบสายสื่อสารด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ การรื้อถอนสายสื่อสารที่ไมได้ใช้งาน การปรับปรุงสายที่พาดอยู่ให้เป็นระเบียบ ทั้งนี้ ทุกฝ่ายจะร่วมพิจารณาถึงความจำเป็น รูปแบบการดำเนินการ และความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ โดยจะมีการดำเนินการในระยะเวลาที่เหมาะสม

3.ร่วมกันศึกษาสภาพปัญหา และหาข้อสรุปที่เหมาะสมแก่ทุกฝ่ายเกี่ยวกับหลักการและแนวทางการจัดระเบียบสายสื่อสาร โดยคำนึงถึงมาตรฐาน กฎระเบียบ แนวปฏิบัติสากล เทคโนโลยี ต้นทุนในการดำเนินการ ผลกระทบ ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงอัตราค่าตอบแทนโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกันที่เกี่ยวข้องต่อการจัดระเบียบสายสื่อสาร เช่น ท่อร้อยสายสื่อสารสายนำสัญญาไฟเบอร์ออฟติก เพื่อนำเสนอต่อภาครัฐ ในการจัดระเบียบสายสื่อสารต่อไป

4.ร่วมกันกำหนดรายละเอียดการทำงานกิจกรรม และโครงการย่อยแต่ละโครงการเป็นรายกรณีไป

Advertisement