FLASH ผนึกนิ่มซี่เส็งขึ้นเบอร์ 1 สยายปีกรับอีคอมเมิร์ซบูม

“แฟลช เอ็กซ์เพรส” โชว์ยอดโต 4,000% ก้าวสู่เบอร์ 3 ในตลาดด้วยปริมาณพัสดุรวมกว่า 20 ล้านชิ้น/ปี เดินหน้าผนึก “นิ่มซี่เส็ง” ตั้งบริษัท “แฟลช โลจิสติกส์” ก้าวสู่เบอร์ 1 ในตลาด ตั้งเป้าโตอีก 1,000% โกยรายได้พันล้านต่อเดือน

นายคมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจแฟลช (FLASH GROUP) กล่าวว่า ด้วยจุดแข็งที่ค่าบริการถูกที่สุดในตลาด ทำให้ 1 ปีที่ผ่านมา “แฟลช เอ็กซ์เพรส” มียอดส่งกว่า 20 ล้านชิ้น โต 4,000% ลงทุนแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท ครึ่งปีหลังจะเพิ่มอีก 2,000 ล้านบาท ในส่วนเครื่องคัดแยกสินค้าอัจฉริยะที่สามารถส่งได้ 100,000 ชิ้น/60 นาที และพัฒนาระบบไอทีโดยสิ้นปีจะขยายสาขาเป็น 1,700 แห่ง เพิ่มพนักงานอีกเท่าตัวเป็น 20,000 ราย รองรับการจัดส่งสินค้า 40,000 ชิ้น เพิ่มลูกค้าในฝั่ง B2B จาก 10% เป็น 30% รายได้เป็น 1,000 ล้านบาท/เดือน และจะเปิดใน ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และเวียดนาม คาดว่าในปี 2565 จะครบ 10 ประเทศ ด้วยเงิน 40,000 ล้านบาททั้งเพิ่มบริการครอบคลุมธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้ครบวงจร โดยตั้งบริษัทด้านบริหารคลังสินค้า บิ๊กดาต้า บริการทางการเงิน และบริหารการนำสินค้าไปฝากล่วงหน้าในจุดที่ใกล้ที่สุดของลูกค้า

ล่าสุดได้จับมือกับ “นิ่มซี่เส็งโลจิสติกส์” ผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่ ตั้งบริษัท “แฟลช โลจิสติกส์” ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ที่จะใช้เทคโนโลยีเชื่อมการขนส่งให้กับผู้ประกอบการขนส่งแต่ละราย พร้อมมีศูนย์รับและคัดแยกสินค้าแบบครบวงจรในกรุงเทพฯ และเตรียมจะขยายเป็น 10 แห่งทั่วประเทศ ด้วยวงเงินกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมมีงบประมาณสนับสนุนให้พาร์ตเนอร์ด้วย

“ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ในไทยมีกว่า 30,000 ราย เป็นรายใหญ่ราว10 ราย มีรถขนส่งกว่า 500,000 คัน การเข้ามาร่วมในแพลตฟอร์มจะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนลดลงราว 20% มีศูนย์กระจายสินค้าและพนักงานให้ใช้ โดยแฟลช โลจิสติกส์จะมีรายได้จากค่าบริการราว 2.5 บาท/กิโลกรัม ซึ่งการร่วมกับนิ่มซี่เส็ง จะช่วยดึงพาร์ตเนอร์ให้เข้ามาได้มากขึ้น ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 100 ราย มีสินค้ากว่า 5,000 ตันต่อวันในศูนย์กระจายสินค้าในกรุงเทพฯ”

ในปี 2563 มั่นใจว่า “แฟลช โลจิสติกส์” จะเป็นที่ 1 ในตลาดโลจิสติกส์ไทย

ด้านนางปิยะนุช สัมฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นิ่มซี่เส็งโลจิสติกส์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช โลจิสติกส์ กล่าวเสริมว่า แพลตฟอร์มนี้ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจจากเครือข่ายที่มีทั่วประเทศ ทั้งยังลดการสูญเปล่าด้านต้นทุนและรองรับปริมาณขนส่งสินค้าได้มากขึ้น จากการบริหารระวางขนส่งทั้งขาไปและขากลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมตลาดโลจิสติกส์ในปีนี้

นายคมสันต์กล่าวว่า มูลค่าน่าจะโตกว่า 15-20% ไปอยู่ที่กว่า 200,000 ล้านบาท จากอานิสงส์ของตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่คาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 3.2 ล้านล้านบาท โตราว 8-10% ทำให้ตลาดขนส่งแข่งขันดุเดือด ซึ่ง “แฟลช เอ็กซ์เพรส” เป็นที่ 3 ในตลาดรองจากไปรษณีย์ไทยและเคอรี่

“ความท้าทายอยู่ที่คุณภาพของคน เพราะลูกค้าไม่ได้เน้นแค่ราคา จึงจ้าง HR กว่า 100 คนเพื่อดูแล รวมทั้งใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ กล้าพูดว่าเราให้เงินเดือนมากที่สุดในตลาด”

ปีนี้คาดว่าจะมีผู้ให้บริการหน้าใหม่เข้ามาในไทยอีก 3 ราย จากจีน 2 ราย และสหรัฐอเมริกา 1 ราย แต่ท้ายสุดน่าจะเหลือผู้เล่นขนาดใหญ่ในตลาดไม่เกิน 5 ราย โดยรายเล็กจะผันตัวเป็นตัวช่วยของผู้เล่นรายใหญ่ เนื่องจากปัญหาขาดแรงงาน ดังนั้นใครที่มีเงินทุนก็จะอยู่รอด ซึ่งปีหน้าคาดว่าจะเริ่มเห็นบางรายไปต่อไม่ไหว

Previous articleโรงสกัดหนุนรัฐจี้ห้างเลิกโปรโมชั่นลดราคา”น้ำมันปาล์ม”
Next articleโฉมใหม่สนามบิน “สกลนคร-นครพนม” สร้างเสร็จเปิดใช้ต้นปีหน้ารับผู้โดยสารเพิ่มเท่าตัว