อยากเติบโตต้องบุกตลาดโลก “อีเบย์” ให้มากกว่าแพลตฟอร์ม

เป็นอีกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ “อีเบย์” ที่ปีนี้มีอายุครบ 24 ปี ล่าสุด “เจนนี หุย” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเบย์ ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน ได้มาเผยทิศทางธุกิจในประเทศไทย

โดยย้ำว่า “ไทย” เป็นตลาดที่มีศักยภาพด้วยจำนวนผู้ค้าบนอีเบย์ที่มีกว่าหมื่นราย ขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยก็ติด top 3 อาเซียน ทั้งโตก้าวกระโดด โดยปีที่แล้วมีมูลค่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มจากปี 2558 ถึง 49% และคาดว่าปี 2568 จะเพิ่มอีก 30% เป็น 13 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่สินค้าไทยก็ได้รับความนิยมไม่น้อยบนอีเบย์ โดยเฉพาะกลุ่ม “จิวเวลรี่” และสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม “เจนนี หุย” ยอมรับว่า การแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกภูมิภาคทั่วโลก ทำให้อีเบย์ไม่หยุดที่จะพัฒนาเพื่อรับมือกับการแข่งขันแต่ด้วยจุดเด่นในฐานะแหล่งรวมสินค้าจากทุกมุมโลก สินค้าบนอีเบย์จะไม่ซ้ำกับบนแพลตฟอร์มอื่น ทั้งมีนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อคืนสินค้าได้หากไม่พึงพอใจ ดูแลไม่ต่างกับการซื้อขายออฟไลน์จึงยังเป็นตัวเลือกลำดับแรก ๆ ในตลาดนี้

“ผู้ประกอบการที่อยากประสบความสำเร็จในตลาดอีคอมเมิร์ซ ต้องมุ่งสู่ตลาดโลก ไม่ใช่เจาะแค่ตลาดใดตลาดหนึ่ง”

การใช้อีเบย์เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าหมายถึงโอกาสเข้าถึงผู้ใช้กว่า 180 ล้านคนใน 190 ประเทศทั่วโลก ทั้งกว่า 60% ของการซื้อขายบนอีเบย์ยังเป็นการค้าปลีกส่งออกข้ามประเทศ (cross border trade : CBT) ซึ่งประเมินว่าปี 2565 จะมีส่วนแบ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซโลก 20% และเอเชีย-แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีการค้าแบบ CBT ใหญ่ที่สุด

ที่ผ่านมาอีเบย์มีจุดยืนสำคัญคือ purpose partnerships scale เพื่อเชื่อมผู้ซื้อผู้ขายเข้าด้วยกัน เป็นพาร์ตเนอร์กับผู้ขาย ไม่แย่งตลาดกัน และมีสเกลตลาดที่ขยายธุรกิจได้ไม่หยุดยั้ง เน้นการให้โอกาสกับผู้เริ่มต้น

“การค้าบนอีเบย์นอกจากเข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก ยังมีการพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีช่วยให้การค้าขายประสบความสำเร็จ มี ebay Boot Camp อบรมทักษะที่จำเป็นให้ฟรี เป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ มีข้อมูลวิเคราะห์เทรนด์ตลาด ที่สำคัญคือ ระยะเวลาในการจ่ายเงินค่าสินค้าให้ผู้ค้าเร็วกว่าแพลตฟอร์มอื่น และไม่หยุดพัฒนาระบบไอที ระบบฐานข้อมูลเพื่อให้ผู้ซื้อค้นหาสินค้าทุกอย่างที่ต้องการได้รวดเร็วเพิ่มโอกาสในการขาย สร้างประสบการณ์ที่ดีทั้งการซื้อและการขาย แม้พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนตลอดเวลา”

สำหรับความท้าทายในตลาดไทย คือ การที่ผู้ขายยังใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างความแข็งแรงในการค้าขายน้อย และมีจุดอ่อนด้านภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร ส่วนสถานการณ์สงครามการค้ามองว่ายังไม่กระทบกับผู้ค้าในอาเซียนมากนัก ยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมากจึงควรรีบคว้าไว้แต่ต้องพร้อมปรับตัว ทั้งย้ำว่า โอกาสไม่ได้อยู่แค่ตลาดอเมริกา แต่ขยายไปที่ฝั่งยุโรปได้ ด้วยเครื่องมือที่อีเบย์มี อาทิ โปรแกรมแปลภาษาที่ทำให้การประกาศขาย 1 ครั้งให้ข้อมูลได้ทั้งภาษาอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลียน รวมถึงโปรแกรมช่วยพัฒนาธุรกิจแบบเจาะลึก

เริ่มแล้วในสินค้ากลุ่มผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ทำร่วมกันในไทย มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน เพื่อสร้างเครือข่ายสินค้า มีทีมซัพพอร์ตเฉพาะมาช่วยให้เติบโตแข็งแกร่งขึ้น

Previous articleวัดใจแบงก์ชาติสกัดเงินร้อน มิ.ย.บอนด์สั้นทะลัก 7 หมื่นล้าน
Next article4 พรรค พลิกตำราสู้พิษหุ้นสื่อ 65 ส.ส.ถอดชนักศาลรัฐธรรมนูญ