บุกออฟฟิศ “GET” ชูคอนเซ็ปต์ Flexible Workspace มัดใจทุก Gen

บุกออฟฟิศ “GET” (เก็ท) แอปพลิเคชั่นไลฟ์สไตล์ออนดีมานด์ ย่านสาธร หลังให้บริการอย่างเป็นทางการ 6 เดือน

ออฟฟิศของ GET ถือเป็น Flexible Workspace ที่เป็นมิตรกับคนทำงานในทุกเจนเนอเรชั่น ไม่ว่าจะเป็น Gen X, Millennial และ Gen Z เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่มีกฎตายตัวว่าการทำงานจะต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเองเท่านั้น เอื้อให้พนักงานสามารถใช้ประโยชน์จากทุกมุมของออฟฟิศได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเพื่อการทำงานหรือการผ่อนคลาย พร้อมนำจุดเด่นของท้องถนนกรุงเทพมาดีไซน์ในแนว Street Smart เช่น จำลองลวดลายบนพื้นที่ถนน เส้นแบ่งช่องทางเดินรถ หมวกกันน็อก เสื้อวิน และมอเตอร์ไซค์ พร้อมกับใช้โทนสีหลักของแบรนด์ ได้แก่ สีเหลือง Safety Yellow และสีเทา Street Grey เข้ามาตกแต่ง

“เราได้แรงบันดาลใจในการออกแบบ ตกแต่งออฟฟิศมาจากงานที่เราทำ และเราให้ความสำคัญกับทั้ง Flexibility และ Work-Life Balance เพราะที่ GET เราทำงานกันหนัก แต่พอเราว่าง เราก็พักผ่อนกันเต็มที่ เราเลยออกแบบออฟฟิศให้ยกคอมไปนั่งทำงานตรงไหนก็ได้ จะอยู่ที่โต๊ะตัวเอง จะไปนั่งดูวิวแม่น้ำ หรือจะไปนั่งในห้องเงียบๆ หรือถ้าคุณทำงานเสร็จ คุณจะตีปิงปองตอนบ่าย 3 ก็ได้ เพราะเราเชื่อว่าพื้นที่ออฟฟิศและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำให้พนักงานทำงานอย่างแฮปปี้ และโฟกัสกับงานได้ดีขึ้น”

นายก่อลาภ สุวัชรังกูร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หรือซีเอ็มโอ ของ GET กล่าวว่า Flexible Workspace ของ GET ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ Collaboration : การทำงานร่วมกันหรือ Collaboration ระหว่างทีมต่างๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยในออฟฟิศมีห้องประชุมจัดไว้ 8 ห้อง มีพื้นที่ส่วนกลาง และมุมโซฟาต่างๆ ที่จัดไว้หลากหลายมุมเพื่อการประชุม พูดคุย เพื่อให้การทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Concentration : GET มีพื้นที่ทำงานส่วนตัวให้กับพนักงานทุกคน และเพิ่มพื้นที่เงียบ หรือ Quiet Corner สำหรับคนที่ต้องการทำงานที่ใช้สมาธิมาก และจัดห้องสำหรับคุยโทรศัพท์แยกต่างหาก ไว้เพื่อให้คนที่ต้องประชุมทางโทรศัพท์และไม่อยากรบกวนคนอื่นๆ Community : GET มีทั้งโต๊ะปิงปอง ห้องเกม และห้องนอน โดยทุกคนสามารถเข้ามาใช้เมื่อไรก็ได้ที่ต้องการ เพราะบริษัทฯ เข้าใจดีว่าการ Work & Play โดยไม่เครียดมากเกินไป จะช่วยผลักดันความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจในการทำงานได้ดีกว่า

Mobility & Freedom : พนักงานทุกคนสามารถนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟา นั่งดูวิวเมือง หรือนั่งทำงานที่ canteen โดยสามารถยกคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กของตัวเองไปอยู่ในที่ที่ต้องการได้ นอกจากนี้ ห้องประชุมยังเป็นการต่อจอแบบไร้สาย ด้วยระบบ Zoom ที่คอมพิวเตอร์ของพนักงานสามารถ cast content ขึ้นจอได้ทันที

Previous articleผู้ประกอบการเอกชน “หนองคาย” วอนรัฐ อนุรักษ์อาคารศุลกสถาน
Next article“ทอม ฮอลแลนด์” โพสต์รูปคู่ “โรเบิร์ต ดาวนีย์” หลังกระแสข่าวดราม่า “สไปเดอร์แมน” ออกจาก MCU