Bellwether คั่วกาแฟเองก็ได้ง่ายจัง

คอลัมน์ สตาร์ตอัพปัญหาทำเงิน

โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

เดี่ยวนี้ร้านกาแฟผุดขึ้นยังกับดอกเห็ด แต่ยิ่งเปิดมากยิ่งแข่งขันสูง ใครลดต้นทุนได้ดีกว่ามีโอกาสรอดมากกว่า

สตาร์ตอัพวันนี้ชื่อ Bellwether มาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้ร้านกาแฟธรรมดา ๆ สามารถคั่วกาแฟเองได้แบบไม่ต้องง้อโรงคั่วอีกต่อไป

ฮาร์ดแวร์ที่เป็นพระเอกของงานนี้ คือเครื่องคั่วไฟฟ้าที่บริษัทรับประกันว่าจะทำให้ชาวบ้านตาดำ ๆ อย่างเราคั่วกาแฟออกมาได้ราวกับมืออาชีพ

เครื่องนี้มีขนาดเท่าตู้เย็นบ้านไซซ์กลาง แค่เสียบปลั๊กก็ใช้งานได้เลย ไม่ต้องเดินสายต่อท่อให้ยุ่งยาก แถมไม่ต้องติดตั้งระบบระบายอากาศด้วย เพราะไม่ปล่อยควัน ก๊าซ หรือเศษละอองออกมาเหมือนเครื่องทั่วไป ทำให้มั่นใจว่าจะไม่ก่อมลพิษแน่นอน ส่วนคนที่กลัวว่าค่าไฟจะบานปลายก็ไม่ต้องวิตก เพราะบริษัทเคลมว่าเครื่องคั่วนี้ใช้ไฟเท่าตู้เย็นบ้าน

ในส่วนซอฟต์แวร์ คือแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้ลูกค้าสั่งซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรหรือเจ้าของไร่กาแฟทั่วโลกได้โดยตรง ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม เจ้าของร้านก็ลดค่าหัวคิวที่เคยจ่ายผ่านพ่อค้าคนกลาง แถมยังเลือกได้ว่าอยากได้กาแฟสายพันธุ์อะไร ปลูกที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร

แหล่งผลิตกาแฟที่ Bellwether เลือกมาล้วนเป็นผู้ผลิตกาแฟแบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรือ “กรีนคอฟฟี่” ทั้งหมด ทำให้สบายใจได้ว่าทุกขั้นตอนไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (ถ้ามีก็น้อยมากเมื่อเทียบกับการผลิตกาแฟแบบปกติ)

ทีเด็ดอีกอย่างคือ หากกดสั่งซื้อกาแฟผ่านแอป Bellwether พอถึงเวลาคั่ว ระบบจะเสนอวิธีคั่วที่เหมาะสำหรับกาแฟตัวนั้นให้ทันที เพราะมี preset ไว้อยู่แล้ว ช่างสะดวกสบายจริง ๆ

ลูกค้าเป้าหมายคือ เจ้าของร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อที่ขายกาแฟสดไปจนถึงออฟฟิศหรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มีมุมทำกาแฟก็สามารถสั่งซื้อเครื่องนี้ไปใช้ได้

สนนราคาตกเครื่องละ 75,000 เหรียญ ใครไม่อยากซื้อหรือซื้อไม่ไหวก็มีให้เช่าเดือนละ 1,000 เหรียญ

เห็นราคาแล้วหลายคนอาจตกใจ แต่บริษัทจาระไนเหตุผลจิปาถะว่านี่คือการลงทุนระยะยาว เพราะช่วยประหยัดไปได้ตั้งหลายอย่าง

หลัก ๆ คือ ไม่ต้องง้อโรงคั่ว หรือถึงมีเครื่องคั่วเป็นของตนเองก็มีขนาดใหญ่ แถมต้องเดินสายต่อท่อ ติดตั้งเครื่องระบายอากาศวุ่นวาย ไหนยังต้องมีพนักงานคั่วกาแฟเก่ง ๆ อีก หากลาออกไปแล้วหาคนใหม่มาแทนไม่ทันก็เดือดร้อน

นอกจากนี้การคั่วแบบเดิมต้องทำเป็นรอบ จะคั่วเองตามใจไม่ได้ เพราะไม่ใช่จะทำกันง่าย ๆ ทั้งช่วงที่คั่วก็อาจส่งเสียงดัง มีทั้งกลิ่น ทั้งควัน ทั้งฝุ่นละออง ทำให้คั่วในร้านไม่ได้แน่นอน เดือดร้อนต้องหาที่คั่วแยกต่างหาก ทำให้เปลืองที่เปลืองเงินเข้าไปอีก

ดังนั้นเมื่อเปรียบกับเครื่องคั่วของบริษัทแล้วย่อมเทียบกันไม่ได้ ทั้งในแง่ความสะดวก เพราะติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก ไม่กินเนื้อที่ มีการตั้งโปรแกรมการคั่วไว้ให้เลือก คั่วได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ไม่ต้องง้อผู้เชี่ยวชาญ เมล็ดกาแฟที่คั่วออกมามีรสชาติเสถียร และประหยัดต้นทุนในระยะยาว ผลพลอยได้สำคัญอีกอย่างคือ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย

เจอการโน้มน้าวชั้นเซียนขนาดนี้ ย่อมมีคนใจอ่อนกลายเป็นลูกค้าของบริษัทไปแล้วราว 140 แห่ง

ล่าสุดบริษัทระดมทุนได้มาอีกก้อน ทำให้ยอดเงินทุนทั้งหมดที่ 56 ล้านเหรียญ พอใช้ขยายกิจการไปนอกอเมริกาได้ โดยตั้งเป้าจะขยายมาแถวเอเชีย-แปซิฟิกกับยุโรปปีหน้า

Previous article“โฆษกกบฏฮูตี” ย้ำ! การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ ยังอยู่ในเป้า พร้อมถล่มทุกเมื่อ!!
Next articleเร่ง EIA “อ่างแม่ตาช้าง” ป่าแดด หนุนปลูกข้าว-ลำไย-ข้าวโพด