2563 ศึกซูเปอร์แอป LINE Grab GET พร้อมลุย

ปี 2562 เป็นอีกปีที่คึกคักสำหรับตลาด “ซูเปอร์แอป” แอปพลิเคชั่นที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตลาดแอปแชตอย่าง LINE ที่ขยายบริการจนเป็นมากกว่า “แชต” มาพักใหญ่ได้ขยับสู่บริการอีวอลเลตและอีคอมเมิร์ซเต็มตัว


ขณะที่ Grab ถือเป็นปีแห่งการ “รับเงินทุน” จากยักษ์ใหญ่หลายวงการ อาทิกลุ่มเซ็นทรัล ยักษ์ค้าปลีกของไทยด้วยมูลค่ากว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ควบคู่กับการรุกหนักในตลาด “ฟู้ดดีลิเวอรี่” ส่วน GET น้องใหม่ที่เพิ่งกระโดดเข้าตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อ ก.พ.ที่ผ่านมา

แต่เมื่อมี “โกเจ็ก” สตาร์ตอัพระดับพันล้านเหรียญสหรัฐจากอินโดนีเซียเป็นกองหนุนสำคัญ จึงทำให้ตลาดไทย คึกคักด้วย “โปรโมชั่น”แล้วปี 2563 เป็นอย่างไรต่อไป “ประชาชาติธุรกิจ” เปิดทิศทางข้างหน้ากับ 3 ซีอีโอ LINE Grab GET

“กสิกร ไลน์” พร้อมลุย

“พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท LINE ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ด้วยบริการบนแพลตฟอร์มที่มีหลากหลายของ LINE ในปีที่ผ่านมาได้ย้ำภาพของ “Life on LINE” เพื่อให้ผู้ใช้งานรับรู้และพยายามที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เห็นว่า “ไม่ว่าจะต้องการทำอะไรใน 1 วัน ต้องคิดถึง LINE”

แต่ความยาก คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่ปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างมากและรวดเร็ว โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ และยังคงเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ดังนั้น การหาโปรดักต์ที่จะตอบโจทย์ผู้ใช้ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ คือ สิ่งที่ยากที่สุด

“เรากำลังพูดถึงเรื่องอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง 5G ที่จะมีให้ใช้งานในปี 2563 ซึ่งจะทำให้การใช้งานออนไลน์ทุกอย่างมากขึ้น และทุกอย่างต้องเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์บน LINE TV LINE TODAY ที่เราจะต้องออกเซอร์วิสใหม่ ๆ ออกมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้”

โดยในปี 2563 แน่นอนว่าจะมีเซอร์วิสใหม่ ๆ ในกลุ่มบริการ LINE TV LINE TODAY และถ้าต้นไตรมาส 1 หากสามารถดำเนินการได้ทัน จะได้เห็นบริการใหม่ของ “กสิกร ไลน์” บริษัทร่วมทุนระหว่าง LINE (ลงทุนผ่านบริษัท ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย) กับธนาคารกสิกรไทย (ลงทุนผ่านบริษัท บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด หรือเควิชั่น)

“Rabbit LINE Pay เป็นแค่โมบายวอลเลต แต่กสิกร ไลน์ เป็นพาร์ตของฟินเทค ที่จะให้บริการ banking ที่จะเข้ามาทำให้ชีวิตของผู้ใช้งานสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนจะเป็นไมโครไฟแนนซ์หรือไม่นั้น ขอให้รอดูดีกว่า”

แกร็บปักธงผู้นำทุ่มสู้ไม่ถอย

ด้าน “ธรินทร์ ธนียวัน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ในปี 2562 เป็นปีที่แกร็บ ประเทศไทย “ฮอตสุด” แทบจะในบรรดาแกร็บที่เปิดบริการทุกประเทศ ถือว่าเหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง มีการทำลายสถิติเดิม ๆ ตลอด “มั่นใจว่าอย่างน้อย 8 ใน 10 ของตลาดที่เราบุกไป เราเป็นผู้นำแล้ว”

ขณะที่ “สงครามราคา” เป็นปกติของช่วงแรกในการทำตลาด ซึ่งในไทยมีความน่าสนใจมากเพราะมีผู้เล่นหลายรายในตลาดที่พร้อมจะเข้ามาช่วยกระตุ้นและให้ความรู้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น ตลาดฟู้ดดีลิเวอรี่ในไทยตอนนี้เหมือนอีคอมเมิร์ซเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่เพิ่งเริ่มโต เป็นช่วงแรกของ S-curve บรรดาแบรนด์จึงลงทุนกันมาก และเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยลูกค้าในการเปลี่ยนพฤติกรรม ก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์ของแต่ละบริษัทว่าพร้อมจะลงทุนแค่ไหน ในแง่มุมของแกร็บบอกได้ว่า นี่เพิ่งเป็นช่วงเริ่มต้น

ปี 2563 มีสัญญาณที่ดีหลาย ๆ อย่างสำหรับแกร็บ ไม่ว่าเป็นครั้งแรกที่มีสัญญาณชัดเจนจากภาครัฐเรื่องกฎหมาย ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน สัญญาณจากตลาดฟู้ดที่ดีมากด้วยจำนวนยอดสั่งซื้อที่ยังไม่ได้เศษเสี้ยวของการสั่งออฟไลน์ และได้เห็นเทรนด์ว่า น่าจะเป็นเหมือนอีคอมเมิร์ซที่ตอนนี้ทุกคนยินดีจะกดซื้อของทางออนไลน์อย่างมาก ฉะนั้นแค่ 2 สัญญาณนี้ก็เชื่อว่า ปี 2563 จะเป็นปีที่สดใสมาก ๆ

“แกร็บฟู้ดปี 2563 อยากขยายบริการให้ได้อย่างน้อย 30 จังหวัด แต่ถ้ามีศักยภาพที่จะเติบโตมากกว่านั้นก็จะไปต่อ ส่วนบริการแกร็บคาร์มีแล้ว 20 เมือง ยังไม่ขยาย รอภาพของกฎหมายชัดเจนขึ้นก็จะขยายเพิ่ม โดยเฉพาะในเมืองรอง ธุรกิจออนดีมานด์ยังมีช่องว่างอีกเยอะ เพราะคนเราขี้เกียจมากขึ้น เราอยู่ในยุคของ lazy economy”

ส่วนภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอาจจะกระทบกับเซ็กเตอร์อื่น แต่สำหรับฝั่งแกร็บที่เป็น gig economy ก็จะทำให้มีคนมารับงานจากแกร็บมากขึ้น ขณะเดียวกัน ร้านค้าต่าง ๆ หากทำโปรโมชั่นที่ราคาถูก ก็เป็นทางเลือกในการประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคด้วย ทำให้ธุรกิจแบบแกร็บจะไปได้ดีมากในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

GET ดึงบริการ “โกเจ็ก” หนุน

ฟาก “ภิญญา นิตยาเกษรวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GET ระบุว่า ปี 2563 นอกจากจะต้องทำให้โตอย่างยั่งยืน ด้วยการทำให้ “คนติดแอป” ด้วย “คุณภาพ” ที่เน้นสร้างแรงจูงใจกับคนขับให้มีการบริการที่ดียิ่งขึ้น เพิ่มร้านอาหารให้หลากหลาย และ “ราคา” ที่แข่งขันได้โดยไม่ต้องใช้โปรโมชั่นช่วย เพื่อให้ผู้ใช้งานเจอในสิ่งที่ต้องการและตัดสินใจ “สั่ง” ได้ง่ายขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งจะได้เห็นจาก GET คือ บริการจาก “โกเจ็ก” ผู้ลงทุนรายสำคัญ ซึ่งเป็นซูเปอร์แอปรายใหญ่ของอินโดนีเซีย จะเข้ามาให้บริการในไทย ซึ่งยังไม่เปิดเผยว่าจะเป็นบริการประเภทไหน แต่ที่แน่ ๆ คือ อีวอลเลต “GET Pay” มาแน่ ส่วนบริการอื่นที่จะเลือกมาจะยังคงคอนเซ็ปต์ “ถูกกฎหมาย” และให้อยู่ภายใต้เป้าหมายการเป็นแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานได้ทั่วทั้งอาเซียน ส่วนโจทย์ใหญ่ปี 2563 GET ก็เหมือนทุกเจ้าคือ หาทาง “ทำกำไร” ให้ได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ