เรดแฮตผุดอินโนเวชั่นแล็บ เพิ่มโฟกัสเจาะตลาดเอเชีย

“เรดแฮต” กระตุ้นองค์กรปรับตัวรับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ขยับเปิด “อินโนเวชั่นแล็บ”แห่งแรกในเอเชียย้ำศักยภาพเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีโอกาสเติบโตมาก เหตุสตาร์ตอัพบูม-เปิดรับนวัตกรรมใหม่เร็ว

นายเดเมียน วอง รองประธานและผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคอาเซียน เรดแฮต (Red Hat) ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์โอเพ่นซอร์ซระดับองค์กร เปิดเผยว่า จากผลสำรวจของการ์ตเนอร์ระบุว่า ธุรกิจที่ลังเลในการลงทุนนวัตกรรมใหม่ เนื่องจากยังเชื่อมั่นในรูปแบบธุรกิจเดิมจึงลดทอนโอกาสธุรกิจในอนาคตไปมหาศาล แต่ธุรกิจที่นำนวัตกรรมไปใช้และประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เป็นการนำเอานวัตกรรมไปปรับใช้ในองค์กรเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น และเลือกที่จะไม่ใช้หน่วยงานภายนอก ดังนั้นผู้ที่จะอยู่ในธุรกิจที่มีความมั่นคงต้องเปิดกว้างและกล้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลง โดย 91% ของผู้ที่ทำแบบสำรวจเชื่อว่าองค์กรที่ทำจะทรานส์ฟอร์มด้วยเทคโนโลยีในเวลา 2 ปี และ 59% มองว่าที่ปรับเปลี่ยนล่าช้าเพราะยังไม่พร้อม

จากผลสำรวจ พบว่า 51% มองว่าองค์กรธุรกิจต้องขยับขึ้นไปใช้ระบบคลาวด์ 42% มองว่าควรมีแอปพลิเคชั่นใหม่ 39% มองว่าควรใช้ศักยภาพด้านเทคโนโลยีที่มีทำให้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด และ 38% ตระหนักว่าเรื่องซีเคียวริตี้มีความสำคัญ

เดเมียน วอง

ล่าสุด เรดแฮตเปิดศูนย์นวัตกรรมแห่งใหม่ (innovation lab) ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่เปิดโอกาสให้ทีมงานไอทีของแต่ละประเทศสามารถปฏิบัติงานร่วมกับทีมงานของเรดแฮตอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมให้องค์กรได้อิสระ พร้อมอัพเดตเทคโนโลยีใหม่ของเรดแฮตที่เป็นโอเพ่นซอร์ซแบบออโตเมชั่น ส่วน 2 แห่งแรกอยู่ที่เมืองบอสตัน และลอนดอน

“แล็บนี้มีจุดประสงค์เพื่อสอนให้ลูกค้าทำความเข้าใจในเรื่องโอเพ่นซอร์ซมากขึ้น มีเป้าหมายให้ลูกค้าสามารถสร้างแอปพลิเคชั่นเองได้โดยใช้ประโยชน์จากโอเพ่นแล็บ สามารถเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้”

และคาดว่ากลุ่มแรกที่จะใช้งานจะเป็นกลุ่มธนาคาร, เฮลท์แคร์, ค้าปลีก และผู้ให้บริการไอที ที่เปิดเพิ่มที่สิงคโปร์ เพราะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่เปิดรับนวัตกรรมมากที่สุด “จะเห็นว่ามีสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก ขณะที่องค์กรใหญ่ ๆ ยังปรับตัวช้าและมีความลังเลใจ ดังนั้นแล็บนี้จึงเป็นตัวช่วยให้องค์กรใหญ่ ๆ หันมาทดลองทำบ้าง ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีนโยบายไทยแลนด์ 4.0”

นอกจากนี้ บริษัทยังเพิ่งประกาศผลรางวัลผู้ชนะ Red Hat Innovation Award APAC 2017 ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผู้ประสบความสำเร็จในการนำโซลูชั่นโอเพ่นซอร์ซมาประยุกต์ใช้ในองค์กร ได้แก่ บริษัท MIMOTECH บริษัทลูกของเอไอเอสที่มีหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และมองหาโซลูชั่นลดค่าใช้จ่ายด้าน IT infrastructure

สำหรับผลประกอบการของเรดแฮต ถือเป็นโอเพ่นซอร์ซที่มีรายได้มากที่สุดในโลก โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 62 ไตรมาส โดยไตรมาสที่ผ่านมา เติบโต 21% เทียบกับไตรมาสก่อน