เบริล8พลัสดัน”แชตบอต”เพิ่มยอดขาย

“เบริล 8 พลัส” เกาะเทรนด์โซเชียล คอมเมิร์ซ ชูโซลูชั่นใหม่ตอบโจทย์ธุรกิจ ทั้งคลาวด์ CRM และแชตบอต เพิ่มศักยภาพงานขาย และการบริการพร้อมขยายตลาดโซนเอเชีย นำร่องญี่ปุ่น-ไต้หวัน

นางสาวนิธินาถ สินธุเดชะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง เบริล 8 พลัส บริษัทที่ปรึกษาและให้บริการด้านเทคโนโลยี เปิดเผยว่า มีประสบการณ์เกือบ 10 ปี ในการออกแบบและพัฒนาโซลูชั่นด้านการขายและบริการบนคลาวด์ โดยทำงานร่วมกับหลายองค์กรในการวางแผนกลยุทธ์ดิจิทัล สร้างระบบ CRM ระบบ call center ระบบการบริหาร digital marketing รวมถึงระบบ analytics จาก big data ครอบคลุมความสามารถด้าน machine learning เพื่อให้ธุรกิจยกระดับประสบการณ์สำหรับลูกค้า พร้อมรับโจทย์ธุรกิจยุค 4.0

ล่าสุดพัฒนา 2 โซลูชั่นใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการยุคนี้ ได้แก่ Integra8 (อินเทกราเอต) ที่นำระบบคลาวด์ CRM มาต่อยอดเป็นแอปพลิเคชั่นให้พนักงานขายภาคสนามทำทุกขั้นตอนการขายได้ เช่น เช็กสต๊อก, รับคำสั่งซื้อ, วิเคราะห์สถิติยอดขายบนดีไวซ์พกพา เป็นต้น และใช้งานออฟไลน์ได้ตอบโจทย์เห็นผลชัดเจนในแง่ความเร็ว และขายของได้เพิ่มขึ้นถึง 20%


“ลูกค้าบางรายเมื่อก่อนใช้กระดาษจด ใช้เวลา 1 อาทิตย์รับออร์เดอร์ แต่ใช้ระบบนี้ทุกอย่างคีย์ผ่านระบบที่เชื่อมต่อกับระบบ ERP และ logistic จึงใช้เวลาแค่ 30 วินาทีทุกอย่างจะอยู่ในระบบไม่ต้องคีย์ซ้ำ ลูกค้าได้เงินเร็วขึ้น ขายได้มากขึ้น เป็นโซลูชั่นเดียวที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของงานขาย”

อีกโซลูชั่นเป็น “แชตบอต” ชื่อ “โบ” (BO Conversation Platform) รองรับกระแสโซเชียลคอมเมิร์ซในประเทศไทย แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติในรูปแบบแชตบอตที่ผู้ใช้พัฒนาแชตบอตได้เอง พร้อมฟังก์ชั่นรับมือคำสั่งซื้อสินค้าและการจองบริการต่าง ๆ จากลูกค้าโดยตรง โดยตัวบอตไม่ได้จำกัดแค่การตอบโต้กับผู้ใช้ทั่วไปเท่านั้น แต่พร้อมรองรับการตอบรับ และบันทึกคำสั่งซื้อสินค้า และจองใช้งานบริการได้อัตโนมัติ รวมถึงการสอบถามความพึงพอใจของลูกค้าหลังให้บริการได้ด้วย

นิธินาถ สินธุเดชะ

“โบมีฟังก์ชั่นรับคำสั่งซื้อสินค้าและการจองได้ มีระบบชำระเงินที่ร่วมกับ”โอมิเซะ” บริษัทจะเป็นผู้ช่วยตั้งคำถาม/คำตอบ และวางแผนในเชิงจิตวิทยาเพื่อให้ปิดการขายให้ได้ ไม่ใช่แค่คุยอย่างเดียว ในอนาคตจะมีฟีเจอร์ที่จะอัพเกรดเพิ่มตามเทรนด์และความต้องการของลูกค้า แชตบอตปกติให้ใช้ฟรีก็จริง สามารถนำไปต่อยอดได้ แต่ยังมีข้อจำกัดจึงต้องอาศัยดีเวลอปเปอร์เขียนโปรแกรมเอาเอง และโซลูชั่นเราจะมาช่วยตอบโจทย์โดยไม่ต้องทำเอง”

นางสาวนิธินาถกล่าวว่า บริษัทเริ่มต้นพัฒนาบริการจากปัญหาของลูกค้าจึงแก้ปัญหาได้ตรงจุด และง่ายในการใช้งาน เพราะถ้าใช้งานยากลูกค้าจะไม่ยอมใช้

สำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทจะมีองค์กรทุกขนาดตั้งแต่ระดับขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และ SMEs โดยปีนี้จะเน้นเจาะที่กลุ่มองค์กรระดับกลางและเล็กเป็นหลัก เนื่องจากกลุ่มบนค่อนข้างมีความซับซ้อนต้องใช้เวลา แต่ไม่ได้เจาะจงกลุ่มธุรกิจไหน เนื่องจากงานขายและงานบริการมีอยู่ในทุกธุรกิจ ดังนั้นลูกค้ามีอยู่ในทุกกลุ่ม ส่วนราคาโซลูชั่นจะแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า มั่นใจว่าเป็นราคาที่แข่งขันได้ในตลาดแน่นอน

ส่วนการทำตลาดในต่างประเทศปัจจุบันมี 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่บริษัทจะเข้าไปทำตลาดจะเน้นโซนเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน คาดว่าจะมีการขายในปีหน้า

ส่วนในประเทศอื่นที่เข้าไปทำตลาดแล้วก็จะมีการขยายทีมมากขึ้น ซึ่งการเติบโตของบริษัทรวมทุกประเทศอยู่ที่ 50% ต่อปี โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้มากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 70% คาดว่าใน 3 ปีสัดส่วนจะเป็น 50/50 เนื่องจากตลาดต่างประเทศมีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนาม