“SansiriAI” ชิงผู้นำ “พร็อพเทค” สร้างความแตกต่าง

พร็อพเทคจุดขายใหม่บ้าน-คอนโดฯ “แสนสิริ” ควัก 100 ล้านบาท ทุ่ม R&D ตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัล เน้น “AI-IoT-Big Data” จับมือ “อะเมซอน-เดลิเทค” พัฒนา Sansiri AI Box ผู้ช่วยอัจฉริยะในบ้าน

นายทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยีและวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กรและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบสนองลูกค้าโดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น โฮมเซอร์วิส แอปพลิเคชั่น มียอดผู้ใช้แอ็กทีฟกว่า 20,000 ราย และหุ่นยนต์น้องแสนดี เป็นต้น

ล่าสุดร่วมกับ Amazon Web Services นำเทคโนโลยี Artificial Intelligence solutions (AI) มาใช้ โดยมีบริษัทเดลิเทคร่วมพัฒนาจนเกิด “Sansiri AI Box” ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย โดย Sansiri AI Box รับคำสั่งพื้นฐาน เช่น ตรวจสอบยอดค่าน้ำ ตรวจเช็กพัสดุ การจองและตรวจสอบสถานะการใช้งานของห้องส่วนกลาง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในโครงการ เช่น การเปิดจองบริการของห้องโยคะ เป็นต้น และสามารถเปิด-ปิดไฟเครื่องปรับอากาศ ม่านไฟฟ้า หรือเปิด-ปิดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ได้ด้วยเสียง และยังให้ข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ ได้ เช่น พยากรณ์อากาศ เช็กสภาพการจราจร สรุปข่าวรายวัน เป็นต้น

เบื้องต้นพร้อมใช้ในไตรมาส 2 ปี 2561 เนื่องจากต้องพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง เช่น ระบบซีเคียวริตี้ เพื่อรองรับคำสั่งการชำระค่าสินค้าในอนาคต สำหรับกลุ่มที่จะได้ใช้ Sansiri AI Box จะเริ่มกับโครงการใหม่ในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับบี เช่น โครงการ the line ที่ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าส่วนใหญ่มีความทันสมัยใช้เทคโนโลยีเป็น และยังติดตั้งอุปกรณ์ IoT ได้สะดวกกว่า โครงการเก่าอาจติดปัญหาฮาร์ดแวร์ไม่รองรับ แต่จะทยอยเปิดให้ใช้ โดยต้องลงทุนเพิ่มครอบคลุมทั้งบ้าน และคอนโดฯในโครงการแสนสิริให้เร็วที่สุด
และมีการเจรจากับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Sansiri AI Box ต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา และอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ทุกห้องต้องมี คาดว่าจะเห็นความร่วมมือในต้นปีหน้า

“เชื่อว่า Sansiri AI Box จะเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจของลูกค้า วัดจากเสียงตอบรับของลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชั่นที่มีผู้ใช้เยอะขึ้น และจากที่ประเมินการสั่งงานด้วยเสียงเป็นสิ่งที่ต้องการ”

นายทวิชากล่าวต่อว่า เงินลงทุนด้านพร็อพเทคของแสนสิริใช้ประมาณ 100 ล้านบาทในปีนี้ ทั้งทำ R&D และลงทุนในบริษัทอื่น ๆ โดยปลายปีนี้จะมีความชัดเจนว่าได้ลงทุนอะไรบ้าง คาดว่าปีหน้าจะใช้งบฯเพิ่มขึ้นอีก ส่วนการลงทุนในสิริ เวนเจอร์ จะเดินหน้าเต็มที่ เพราะเป็นตัวแทนในการหานวัตกรรมต่าง ๆ เช่น AI, IoT และในปลายปีจะมีพันธมิตรจากต่างประเทศเข้ามาร่วมด้วย

สำหรับแผนระยะยาว จะเพิ่มฟีเจอร์ให้โฮมเซอร์วิส แอปพลิเคชั่นสามารถช็อปปิ้งออนไลน์ จองตั๋วเครื่องบิน/หนัง เรียกแท็กซี่ บริการส่งอาหาร สั่งงานได้เหมือนกับ Sansiri AI Box ดังนั้นแอปพลิเคชั่นจะมีไว้เพื่อสั่งงานจากภายนอก ส่วน Sansiri AI Box จะรับคำสั่งเสียงจากในบ้าน คาดว่าจะได้เห็นในปีหน้า

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการสร้าง innovation center เพื่อให้เป็นแหล่งแสดงผลงาน และเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการอยู่อาศัยของแสนสิริโดยเฉพาะอีกด้วย

“การแข่งขันของตลาดตอนนี้เป็นผลดีต่อลูกค้า ผู้เล่นแต่ละรายมีกลยุทธ์ไม่เหมือนกัน แสนสิริเองให้ความสำคัญกับ Big Data, AI, IoT เนื่องจากมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีความยั่งยืน”

ด้าน นายชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย อะเมซอน เว็บเซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า องค์กรขนาดใหญ่ เช่น แบงก์ ไฟแนนซ์ รีเทล เทลโก้ รวมทั้งภาครัฐปรับตัวมาทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น เนื่องจากเทคโนโลยีเริ่มเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และแสนสิริเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีแนวคิดทรานส์ฟอร์ม โดยนำ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในหลากหลายรูปแบบออกมาเป็นข้อมูลดิจิทัล และใช้ความสามารถของระบบอัจฉริยะหรือ AI มาใช้ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่รองรับคำสั่งภาษาไทย

นายวิชญ์ เนียรนาทตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเดลิเทค ผู้พัฒนาเทคโนโลยีบนระบบคลาวด์ เสริมว่า Sansiri AI Box สั่งงานภาษาไทยได้ โดยบริษัทพัฒนาความฉลาดให้การสั่งงานด้วยเสียงระหว่างมนุษย์และเอไอให้มีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น และเพื่อรองรับลูกบ้านที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น Sansiri AI Box จึงใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้าสู่ระบบคลาวด์จึงไม่จำกัดการรองรับการใช้งานของลูกบ้านในอนาคต และมั่นใจได้ว่ามีความเสถียรทั้งเป็นแพลตฟอร์มเปิดพัฒนาและต่อยอดระบบหรือฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ต่อเนื่อง