คุยกับรักษาการ แม่ทัพ “เอ็นที” กดปุ่มหั่นรายจ่าย-เพิ่มรายได้

นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ “เอ็นที” เพิ่งอายุครบ 3 เดือนไปไม่กี่วัน เพราะก่อตั้งบริษัทเป็นทางการ เมื่อ 7 ม.ค. 2564 จากการควบรวม 2 รัฐวิสาหกิจการสื่อสาร คือ บมจ.กสท โทรคมนาคม หรือ CAT และ บมจ.ทีโอที หรือ TOT จาก 2 รวมเป็น 1 กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกันถึงกว่า 3 แสนล้านบาท ครอบครอง 6 ย่านความถี่ เรียกว่ามีทรัพยากรเต็มมือแต่ในเวลาเดียวกันก็แบกค่าใช้จ่ายและจำนวนบุคลากรมากถึง 17,000 คน

ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการควบรวมเป็นหนึ่ง “นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์” อดีตรองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้รับมอบหมายให้มานั่งรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็นที

โดยนาวาอากาศเอกสมศักดิ์กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้การควบรวมบริษัททั้งสองเข้าด้วยกันจะแล้วเสร็จ พร้อมเตรียมเปิดตัวโลโก้ใหม่แบรนด์ใหม่ในปลาย เม.ย.นี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่โจทย์ที่ใหญ่กว่ามากจากนี้ไป คือ การเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายให้องค์กร ควบคู่ไปกับการสนับสนุนนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0

เร่งลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้

ในการลดค่าใช้จ่ายทำโดยการปรับโครงสร้างองค์กร แต่โครงสร้างในปัจจุบันยังมีความซับซ้อน และมีขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนพนักงานถึง 17,000 คน ดังนั้น สเต็ปแรกจึงจำเป็นต้องลดขนาดองค์กรลง โดยในเดือน ต.ค.นี้ จะมีโครงการเกษียณก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์) คาดว่าภายใน 3 ปี จะทำให้จำนวนบุคลากรลดลงเหลือ 7,000-9,000 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม

“เรารวมทีมขายของแคท และทีโอทีเข้าด้วยกันแล้ว วันนี้เวลาทีมขายจะออกไปขายโปรดักต์อะไรก็จะเป็นโปรดักต์เดียว คือ โปรดักต์ของเอ็นที ไม่ใช่ของแคทหรือทีโอที การปรับโครงสร้างใหม่ก็เพื่อให้สอดรับสภาพความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้เราไม่ได้คิดขึ้นเอง แต่ปรับมาจากแนวทางที่บริษัทที่ปรึกษาวางไว้

โดยใน ต.ค. เมื่อเปิดโครงการเออร์ลี่รีไทร์แล้วก็จะมีบางตำแหน่งหายไป เพราะจะไม่มีการตั้งขึ้นมาใหม่ เช่น ในทีมผู้บริหาร ถ้าระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่เกษียณอายุก็จะไม่ตั้งใหม่ เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

สำหรับแผนการเพิ่มรายได้ คือ ดึงศักยภาพที่มีมาใช้ ปัจจุบันเอ็นทีมีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 3 แสนล้านบาท มีโครงข่ายที่พร้อมสำหรับการต่อยอดธุรกิจจำนวนมาก ได้แก่ เสาโทรคมนาคมกว่า 25,000 ต้นทั่วประเทศ ท่อร้อยสายใต้ดิน ระยะทางกว่า 4,600 กิโลเมตรทั่วประเทศ

ศูนย์ข้อมูล data center จำนวน 13 แห่งในทุกภูมิภาคของประเทศ มีระบบโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่เข้าถึงจากทุกเลขหมายทั่วโลก เคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ 9 ระบบ 14 POP เชื่อมต่อไปยังทุกทวีปทั่วโลก และคลื่นความถี่ 6 ย่าน รวม 600 MHz ประกอบด้วย 2100 MHz, 2300 MHz, 850 MHz, 1800 MHz, 700 MHz และ 26 GHz

“เราเตรียมที่จะนำทรัพย์สินที่มีมาปรับ และพัฒนาให้สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้งาน เพื่อสร้างรายได้”

ภารกิจหนุนไทยแลนด์ 4.0

นาวาอากาศเอกสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ลูกค้ารายสำคัญของเอ็นที คือ “รัฐบาล” และที่ผ่านมาสนับสนุนนโยบายภาครัฐต่อเนื่อง ทั้งการร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ศึกษา พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและบริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมภารกิจของ บขส. สู่การเป็นศูนย์รวมการขนถ่ายผู้โดยสาร และพัสดุภัณฑ์ด้วยรถโดยสารทั่วประเทศ

และเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยติดตั้ง free WiFi 160 จุด บริเวณสถานีรับ-ส่งผู้โดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสาร และบุคคลทั่วไปเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ต รวมถึงบริการดิจิทัลต่าง ๆ ได้สะดวก รวดเร็ว

ล่าสุดร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จัดโครงการ “ซิมการ์ดพัฒนาแรงงานออนไลน์” โดยแจกซิมระบบเติมเงินฟรี ในเบื้องต้น 1,600 ซิม ให้ใช้อินเทอร์เน็ตจากโครงการ NT Mobile ที่ความเร็ว 4 Mbps ไม่ลดสปีด ค่าบริการเดือนละ 70 บาท สำหรับกลุ่มพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านออนไลน์ และบุคลากรการฝึกเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

“แพ็กเกจเติมเงิน 70 บาท ที่ออกมานี้ถูกกว่าเอกชน แต่ก็ยังเป็นราคาที่เราอยู่ได้ ดีกว่าเก็บทรัพยากรไว้เฉย ๆ ไม่เกิดประโยชน์ นำมาสร้างรายได้ดีกว่าแน่ เบื้องต้นกระทรวงแรงงานขอมา 1,600 ซิมการ์ดก่อน ถ้าผลตอบรับดีก็อาจเพิ่มจำนวนให้ เพราะเป็นโอกาสในการเพิ่มฐานลูกค้า และอาจต่อยอดธุรกิจในอนาคตได้ด้วย”

ในเร็ว ๆ นี้ ยังจะมีความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข โดยแผนความร่วมมือของแต่ละหน่วยงานรัฐก็จะแตกต่างกันตามยุทธศาสตร์แต่ละหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุขร่วมมือด้านโครงข่ายเพื่อสร้างความเสถียรให้บริการ “เทเลเมดิซีน” เป็นต้น

“ปีนี้เอ็นทีเป้าหมายชัดเจน คือ เร่งหารายได้จากศักยภาพและทรัพยากรที่มี เน้นหน่วยงานภาครัฐ เราเป็นรัฐวิสหากิจต้องทำหน้าที่สนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และดูแลสังคม”

ศึกษาโอกาสจาก 5G

นอกกจากนี้ยังมองไปถึงการจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทเอกชน เพราะ “เอ็นที” คงไม่สามารถแข่งกับเอกชนได้ เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจ มีกฎระเบียบ และกติกาต่าง ๆ ทำให้เคลื่อนตัวได้ช้า จึงใช้วิธีเปลี่ยนคู่แข่งเป็นพันธมิตร

“เอกชนที่เป็นพันธมิตรเดิมของแคท และทีโอทีต้องมาเซ็นสัญญากันใหม่ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว แต่ไม่ได้ยกเลิก ก็อยู่ระหว่างเจรจาหาแนวทางที่เหมาะสม”


นาวาอากาศเอกสมศักดิ์กล่าวด้วยว่า เทคโนโลยี 5G ถือป็นโอกาสสำคัญของเอ็นทีด้วย เพราะมีคลื่น 26 GHz ที่พร้อมให้บริการกับภาคอุตสาหกรรม ล่าสุดลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมกับอีอีซี เพื่อรองรับระบบสื่อสาร และเทคโนโลยี 5G ในเขตอีอีซี ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบโทรคมนาคมและดิจิทัลในโครงการรองรับระบบการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยี 5G ที่จะช่วยภาครัฐบริหารจัดการเทศบาลตำบลบ้านฉาง จังหวัดระยอง เป็นเมืองต้นแบบ 5G สมาร์ทซิตี้ในอนาคต

ส่วนคลื่น 700 MHz จะนำมาใช้กับผู้ใช้งานทั่วไป อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด และวางแผนธุรกิจ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ และโอกาสในการดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีไร้สายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ซึ่งถ้ามาเร็วก็จะให้บริการบรอดแบนด์ได้จึงต้องพิจารณาอีกครั้ง

ความท้าทายช่วงเปลี่ยนผ่าน

รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ “เอ็นที” กล่าวว่า ได้รับเลือกให้มารับตำแหน่งนี้แบบไม่รู้ตัว เพราะเดิมเป็นบอร์ดทีโอที ซึ่งสิ่งที่ได้รับมอบหมาย และตนสามารถทำได้ เพื่อให้บุคลากรทั้งสองแห่งเข้าอกเข้าใจกัน และก้าวไปด้วยกันจึงถือเป็นงานท้าทาย

แต่ในท้ายที่สุดแล้ว การจะทำให้องค์กรเดินต่อไปได้ คือ รับฟังเสียงจากคนส่วนใหญ่ และมองข้ามผลประโยชน์ของตนเอง เพื่อพาองค์กรก้าวต่อไป

“มาทำงานตรงนี้ ต้องยอมรับว่าจะทำอะไรก็โดนด่าไปหมด แต่โดยส่วนตัวเป็นคนคิดบวก และทำงานร่วมกับคนมาหลายระดับ ทั้งอยู่ในจุดที่เกษีณอายุราชการแล้ว จึงไม่ได้ทำงานเพื่อแสวงหาตำแหน่ง แต่มีเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรเดินหน้าต่อได้ ซึ่งต้องทำในจังหวะที่พอดี ไม่เร็วไปหรือช้าไป จังหวะไหนต้องเดิน ก็ต้องก้าว”

และว่าไม่ได้รับหน้าที่แค่บริหารองค์กร แต่ต้องเปลี่ยนตนเองเป็นหัวหน้าทีมขายด้วย เพราะถ้า “ข้างบน” ยังไม่ขาย ข้างล่างจะไปต่อได้อย่างไร

“การออกไปขายของที่มี ก็เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม ถ้าเราดีลจบแล้ว ข้างล่างก็ทำงานต่อได้ เพื่อให้องค์กรเดินหน้าต่อได้”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ