“อีทราน” ฝันใหญ่สตาร์ตอัพไทยจุดพลุมอเตอร์ไซค์พลังงานสะอาด 

สตาร์ตอัพสัญชาติไทย ‘อีทราน’ยิ้ม รับเงินกว่า 100 ล้าน ปิดดีลซีรี่ย์ A ดันมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าลงตลาด 2 รุ่นเจาะกลุ่มไรเดอร์ฟู้ดดีลิเวอรี่ ในไทยก่อนสยายปีกบุกเอเชีย

วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 นายสรณัญช์ ชูฉัตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีทราน (ไทยแลนด์) จำกัด (ETRAN) เปิดเผยว่าบริษัทประสบความสำเร็จในการระดมทุนSeries A มูลค่าราว 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 100 ล้านบาท จาก 2 นักลงทุนรายใหญ่ ได้แก่ บริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NDR ผู้ผลิตและจำหน่ายยางล้อรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติไทย และ Angle investor หรือนักลงทุนอิสระ ซึ่งจะช่วยให้บริษัททำการตลาดกับกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงกลุ่มที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 

โดยปีนี้วางแผนเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพลังงานสะอาดจำนวน 2 รุ่น คือ รุ่นที่1 KRAF สำหรับทำตลาดในกลุ่มผู้ใช้รถมอเตอร์ไซด์ทั่วไป 

และรุ่นที่ 2 MYRA จับกลุ่มไรเดอร์เดลิเวอรี่  รวมทั้งจะขยายสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ ETRAN Power Station จำนวน 100 สถานี ในกรุงเทพฯ ภายใน 3 ปี เพื่อรองรับผู้ใช้งานโดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ 

นายสรณัญช์ กล่าวว่าบริษัทตั้งเป้าที่จะมีส่วนแบ่ง 50% ของตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารวมภายในปี 2568 ด้วยยอดขายกว่า 100,000 คัน และต้องการเปลี่ยนวงการรถมอเตอร์ไซค์สู่พลังงานสะอาด ด้วยการสร้างประสบการณ์ให้ผู้ขับขี่ตระหนักว่าพวกเขามีส่วนช่วยสิ่งแวดล้อมและสังคมได้ ด้วยการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ซึ่งไม่สร้างมลพิษทางอากาศและมลพิษทางเสีย

‘เราจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ เทคโนโลยีมอเตอร์และแบตเตอรี่สมรรถนะสูง  เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย และเทคโนโลยีการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ใช่แค่ในตลาดประเทศไทยแต่ในประเทศแถบเอเชียตะวันวันออกเฉียงใต้อีกหลานประเทศก็มีโอกาสรออยู่อีกมาก’


สำหรับในรุ่น ETRAN MYRA เป็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ที่ออกแบบเพื่อการขนส่งโดยเฉพาะ มีระยะทางต่อการชาร์จ 180 กิโลเมตร และทำความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เน้นการปรับเปลี่ยนรองรับอุปกรณ์พิเศษ เช่น กล่องขนส่ง ตู้เย็น อุปกรณ์ติดตาม และระบบบริหารจัดการเครือข่ายขนส่งขนาดใหญ่ มาพร้อมระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่ใน ETRAN Power Station ที่จะติดตั้งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล 100 จุด 

‘เราต้องการเติบโต ไปกับภาคการขนส่ง Last mile delivery ซึ่งการเจาะตลาดนี้จะใช้โมเดลธุรกิจใหม่คือเป็นการให้เช่ารายวัน คาดว่าในปี 2565 จะมีรายได้  400-500 ล้านบาท และในปี 2566 จะเติบโตก้าวกระโดดแตะ 1,000 ล้าน’

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ