ข้อเสนอถึงเจ้าพ่อ “เฟซบุ๊ก”

คอลัมน์ Pawoot.com โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

 

จะไม่มาหรือจะมา ผมมีข้อเสนอถึง “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอ และผู้ก่อตั้ง “เฟซบุ๊ก” ถ้าเขามาเมืองไทย และอยากฝากหัวข้อเหล่านี้ไว้ให้ผู้บริหารประเทศไทยนำไปพูดคุยกับเขาเพื่อหาโอกาสเติบโตไปด้วยกัน

เพราะต้องยอมรับว่า “เฟซบุ๊ก” เริ่มกลายเป็นสันหลัง (backbone) การสื่อสารของประเทศไทย คนไทยอาจจะกว่าครึ่งใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือรับข้อมูลข่าวสาร ตอนนี้เรามีคนใช้มากกว่า 49 ล้านบัญชีแล้ว จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า เฟซบุ๊ก มีบทบาทอย่างมากกับคนไทยในทุกชนชั้น


ข้อเสนอที่เราควรคุยกับทาง facebook

1. เสนอให้นำรายได้โฆษณาที่คนไทยซื้อใน facebook มาบันทึกลงในประเทศไทย

ปัจจุบันเม็ดเงินลงสื่อโฆษณาออนไลน์สมาคมโฆษณาดิจิทัลแห่งประเทศไทย (DAAT) ปีนี้คาดว่า 12,000 ล้านบาท หากรวมกับที่กลุ่ม SME และธุรกิจอื่น มาซื้อด้วย ผมคาดว่ากว่า 2 หมื่นล้านบาททีเดียว และอาจมากถึง 4-5 พันล้านบาทต่อปีที่จ่ายผ่านทางออนไลน์โดยที่ไทยไม่ได้ภาษีเลย แต่ไปรับรู้รายได้ที่ สิงคโปร์ หรือยุโรปแทนเพราะภาษีต่ำ

ดังนั้นรัฐบาลต้องคุยกับ facebook (และสื่อออนไลน์อื่น ๆ) นำรายได้มาบันทึกลงในประเทศไทย ซึ่งหมายถึงรายได้ทางภาษีจะอยู่ในประเทศ ตอนนี้อังกฤษ-ออสเตรเลียทำได้แล้ว และอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าเรื่องนี้

2. สร้างทีมงานที่พร้อมรับ-ติดตาม-แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในไทยอย่างรวดเร็ว

ต้องยอมรับว่าคนไทยใช้ facebook เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร ทั้งทาง facebook page, group, live, messenger รวมถึง instagram ซึ่งมีบางกลุ่มมีคนติดตามหลักล้าน ๆ คน ภาครัฐ อย่าง “กสทช.” เริ่มมองว่าคนกลุ่มนี้ กลายเป็น “สื่อ” รูปแบบหนึ่ง และเริ่มวางแผนรู้จักกับ “สื่อรูปแบบใหม่แบบนี้” เพื่อเข้าถึงและจัดการสิ่งที่อาจเป็นปัญหาด้วยการลงทะเบียน

คำถามคือทำไมรัฐต้องทำแบบนี้ หาก facebook แก้ปัญหา และจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในไทยได้อย่างทันท่วงที แต่ปัจจุบันนี้ รัฐแทบไม่สามารถจัดการหรือบริหารสิ่งที่อาจไม่ดีที่เกิดขึ้นใน facebook ได้เลย (ผมไม่พูดถึงการปิดกั้นการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุนะครับ)

ดังนั้น หาก facebook มีทีมงาน และกระบวนการที่จัดการปัญหาได้รวดเร็ว เป็นกลาง อาจทำให้รัฐเบาใจมากขึ้น โดยไม่ต้องมานั่งออกกฎระเบียบควบคุมภายหลังอีกที และประชาชนจะมีความคล่องตัวมากขึ้น ไม่ต้องมาคอยพะวงกับกฎระเบียบต่าง ๆ ของภาครัฐ

3. เชิญ facebook มาตั้ง office และศูนย์พัฒนาในประเทศไทย

ต้องยอมรับว่าไทยเป็นประเทศที่มีการใช้ facebook สูงมากในโลก และมีหลายบริการที่ใช้งานผ่าน facebook ในไทยก่อนประเทศอื่น ๆ เช่น การใช้ facebook ซื้อ-ขายสินค้า, การใช้ facebook live ขาย-ประมูลสินค้า ทำให้ไทยเป็นประเทศแรก ในโลกที่ได้ใช้บริการใหม่ ๆ ก่อนประเทศอื่น ๆ เช่น ระบบชำระเงินผ่าน facebook, facebook group สำหรับการค้า คงดีไม่น้อย หาก facebook มาตั้ง Sub-Reginal Head Quoter (S-RHQ) ที่เน้นไปที่ตลาดในกลุ่ม CLMV โดยจ้างคน และนักพัฒนามาลงในออฟฟิศในประเทศไทย เพื่อพัฒนาบริการใหม่ป้อนตลาดอาเซียน เราจะได้มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ คนไทยจะได้พัฒนามากขึ้น

ผมนึกออก 3 สิ่งหลักที่สำคัญ ที่รัฐบาลไทย ควรนำไปพูดคุยกับทาง Mark เพราะเราจะหาโอกาสได้ค่อนข้างยาก ที่เขาจะมาเมืองไทย และมาพูดคุยกับผู้นำระดับสูงของไทย แต่หากท่านไหนมีคำแนะนำหรือข้อเสนออื่น ๆ ก็แนะนำมาได้เลยนะครับ หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว มาพูดคุยกันได้ที่ https://www.facebook.com/PawootPom/pots/1724847724195072