มานิ ชุมชนบุพกาลแห่งเทือกเขาบรรทัด

ชาวมานิ หรือที่คนไทยเรียกขานว่าเงาะป่าซาไก เป็นชาวพื้นเมืองที่พบในพื้นที่ป่าภาคใต้ของไทย ปัจจุบันอาศัยอยู่บริเวณเทือกเขาบรรทัด ซึ่งอยู่บริเวณจังหวัด พัทลุง ตรัง สตูล และ สงขลา มีราว 350 คน

ชาวมานิมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับความเชื่อด้านผีบรรพบุรุษ ส่งผลให้เกิดการย้ายที่อยู่อาศัยอยู่บ่อยครั้ง โดยชุมชนชาวมานิราว 25-30 คนจะเปลี่ยนที่ตั้งรกรากทุก 15-30 วัน จากปัจจัยหลากหลาย เช่น ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การเจ็บไข้ได้ป่วย และการตายของคนในหมู่บ้าน รวมถึงการหาของป่าในแต่ละฤดูกาล เป็นต้น โดยชาวมานิดำรงชีพด้วยการเก็บของป่า เผือก มัน และการล่าสัตว์เล็ก เช่น ลิง ค่าง ด้วยลูกดอกอาบยาพิษที่สกัดจากต้นไม้


ชาวมานิอาศัยใน ‘ทับ’ เป็นครอบครัว เฉลี่ย3-5คน/ทับ

มานิจะอาศัยอยู่ใน ‘ทับ’ มีลักษณะเป็นกระท่อมขนาดเล็กสร้างด้วยไม้ ใช้อิเหนาสานฝากระท่อม และใบตองในการมุงหลังคา โดยชาวมานินิยมก่อการไฟเพื่อให้ความอบอุ่นในกระท่อมตลอดเวลา

อัมรา จันทร์แดง ผู้ดูแลชาวมานิในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ถือผลิตภัณฑ์สานจากภูมิปัญญาของชาวมานิ คาดว่าจะสามารถทำออกขายเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพของชาวมานิ

อัมรา จันทร์แดง เล่าว่าพ่อของตน คนึง จันทร์แดง พบชาวมานิกลุ่มนึงเมื่อราว 20 ปีก่อนบริเวณถ้ำภูผาเพชรในปัจจบุัน และมีการติดต่อช่วยเหลือกันเรื่อยมา โดยชาวมานิยืนยันจะใช้วิถีชีวิตตามความเชื่อเดิม คือเปลี่ยนที่อยู่อาศัยไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและการลดลงของพื้นที่ป่าทำให้มานิไม่สามารถหาของป่าเพื่อดำรงชีพได้อย่างเพียงพอเช่นในอดีต จึงต้องได้รับความช่วยเหลือจากโลกภายนอก เช่น การข้าวสาร และอาหารแห้ง ซึ่งตน และพ่อของตนเป็นผู้ประสานงานหลักกับชาวมานิกลุ่มหนึ่งอยู่ โดยทำข้อตกลงว่าหากต้องการย้ายถิ่นฐาน ให้มีการบอกกล่าว เพื่อจะสามารถช่วยเหลือได้กรณีเจ็บป่วย ฉุกเฉิน รวมไปถึงกรณีที่ชาวมานิล้มป่วยให้เดินทางมาขอความช่วยเหลือทันที

อัมราเล่าต่อว่าปัจจบันในปี 2561 ตนได้สอนภาษไทยให้ชาวมานิกลุ่มนี้จำนวนประมาณ 25 คน เบื้องต้นสามารถอ่านพยัญชนะ ก-ฮ และนับเลขได้แล้ว นอกเหนือจากนี้ยังมีแนวทางให้ชาวมานิกลุ่มที่ตนดูแลอยู่ทำผลิตภัณฑ์สานจากเตยป่าตามภูมิปัญญาเพื่อหารายได้ไว้เลี้ยงชีพ ซื้อหาอาหารสำหรับดำรงชีพอีกด้วย

ในเรื่องการลงหลักปักฐานนั้น ชาวมานิที่อาศัยในอำเภอมะนังจังหวัดสตูลต้องการพื้นที่สำหรับเพาะปลูก และเก็บสัมภาระบางส่วน แต่ยืนยันจะเปลี่ยนที่อยู่อาศัยไปเรื่อยๆ ตามวิถีความเชื่อเดิม

(คลิกดูภาพใหญ่)