“หอการค้า-มช.”ลุยป้องพิษหมอกควัน หนุนเครื่อง”Dustboy”วัดค่าอากาศแบบพกพา

“หอการค้า-มช.”ลุยป้องพิษหมอกควัน หนุนเครื่อง”Dustboy”วัดค่าอากาศแบบพกพา
หอการค้าเชียงใหม่จับมือ ม.เชียงใหม่ ให้ความรู้ป้องกันผลกระทบปัญหามลพิษหมอกควัน ชวนโหลดแอปฯ Dustboy เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบพกพา ด้วยการใช้ดัชนีวัดคุณภาพอากาศภาคประชาชน (People AQI) แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญในปัญหาหมอกควัน รวมถึงเฝ้าระวังและเตือนภัยแก่สาธารณะชนอย่างทันท่วงที

นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีเครือข่าย จัดงานสัมมนาหัวข้อ การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและเตือนภัยวิกฤตหมอกควัน และเปิดตัวโครงการการใช้ดัชนีวัดคุณภาพอากาศภาคประชาชน (People AQI) เพื่อให้ความรู้กับประชาชน ให้รู้เท่าทันกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบพกพา (Dustboy) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและเตือนภัยวิกฤตหมอกควันให้เกิดขึ้น

โดยจะติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบพกพา (Dustboy) จำนวน 5 สถานี ทำการเก็บข้อมูลปริมาณฝุ่น PM10 และ PM2.5 รวมถึงข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา ได้แก่ อุณหภูมิและความชื้น เพื่อรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงอันเนื่องจากปริมาณฝุ่นที่ตรวจวัดและเผยแพร่ข้อมูลแก่เครือข่ายและสาธารณชนอย่างทันสถานการณ์

“ปัญหาหมอกควันจัดว่าเป็นมลพิษทางอากาศที่สำคัญของภาคเหนือ เป็นต้นกำเนิดของสารมลพิษทางอากาศที่ฝังตัวอยู่กับอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทำให้เกิดหมอกควัน ฝุ่นละออง เถ้า เขม่าควัน ระบายออกสู่บรรยากาศ พบมากในช่วงฤดูแล้งของทุกปี ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัยของประชาชน และการท่องเที่ยว”

นางวิภาวัลย์ กล่าวต่อว่า ปัญหาหมอกควันได้ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในปีที่มีหมอกควันมากกว่าปกติ มีส่วนทำให้รายได้เข้าสู่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวลดลงอย่างกะทันหันได้ ช่วงใดที่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศ หากจำนวนผู้มาท่องเที่ยวลดลง ก็จะส่งผลภาวะทางเศรษฐกิจในจังหวัดลดลง รวมถึงผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณเพื่อนำไปพัฒนาในด้านอื่นๆ เพราะมุ่งเน้นหนักไปที่ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะจากหมอกควัน

รศ.ดร. เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล หัวหน้าโครงการการติดตามและประเมินภาวะหมอกควันเพื่อการบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เครื่องวัดคุณภาพอากาศแบบพกพา Dustboy ที่จะนำมาใช้ในงานวิจัยนี้ เป็นเครื่องวัดข้อมูลฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศด้วยระบบเซ็นเซอร์ เชื่อมต่อข้อมูลด้วยระบบสถาปัตยกรรมเน็ตเวิร์กอัจฉริยะ สำหรับข้อมูลในเชิงเทคนิคนั้น Dustboy ใช้เซ็นเซอร์หลักการทางแสงสำเร็จรูป โดยจะติดตั้ง 5 สถานี รายงานความเสี่ยงเพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัยสถานการณ์

โดยข้อมูลคุณภาพอากาศจะเข้ามาเชื่อมต่อกับไลน์แชท DUSTBOY ซึ่งประชาชนในเมืองเชียงใหม่สามารถที่จะเข้ามาเป็นเพื่อนด้วยการแอดไลน์ @dustboy หรือผ่านการสแกนจากคิวอาร์โค้ด ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศได้แบบ Real-time ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็จะรู้ว่าสถานีไหน บริเวณใดมีสภาพอากาศอย่างไร เพียงแค่เปิดไลน์ตรวจดูค่าคุณภาพอากาศ เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงระยะที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานได้อย่างทันท่วงที

“เครื่อง DustBoy ได้พัฒนาอุปกรณ์คัดแยกอนุภาคฝุ่นขนาดใหญ่ออกไปก่อนที่เหลือแต่ PM10 เข้าไปยังเซ็นเซอร์ สามารถใช้งานเซ็นเซอร์วัดฝุ่น PM10 และ PM2.5 ได้โดยไม่ผิดเพี้ยน โดยข้อมูลที่เก็บได้จะถูกเก็บรวบรวมไว้ใน Big query เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ทั้งในรูปแบบของการพัฒนาระบบฐานข้อมูลหมอกควัน เพื่อจะรวบรวมและก่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหมอกควันจากนักวิจัย มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และองค์กรต่างๆ นอกจากนี้ข้อมูลที่เก็บได้จะถูกนำมาวิเคราะห์และเผยแพร่ต่อสาธารณะในรูปแบบที่เข้าใจง่าย อันจะนำไปสู่การเฝ้าระวังและป้องกันภัยอันเนื่องมาจากปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่อไป”

“หอการค้า-มช.”ลุยป้องพิษหมอกควัน หนุนเครื่อง”Dustboy”วัดค่าอากาศแบบพกพา


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ