“ThaiMarket” ชูแพลตฟอร์ม จับคู่ร้านค้ากับตลาด

พิชานันต์ คุปต์อัครภิญโญ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

การประกวด TCC Business Spin Up 2023 ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 รางวัลชนะเลิศ Business Projects ได้แก่ แพลตฟอร์ม “ThaiMarket” จาก กทม. “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “พิชานันต์ คุปต์อัครภิญโญ” ประธานกรรมการ บริษัท เสนีย์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของตลาดเสนีย์ ถนนเพชรเกษม กทม. และ CEO & FOUNDER Platform “ThaiMarket” ถึงแพลตฟอร์มจับคู่ร้านค้ากับตลาด จากประสบการณ์เป็นผู้ก่อตั้งและดูแลมานานกว่า 8 ปีจนถึงปัจจุบัน

จากอดีตที่เคยคิดว่าทำธุรกิจตลาดง่าย อยากเป็นเสือนอนกินแล้วรอเก็บเงินค่าแผง แต่กลับไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะไม่รู้จะหาพ่อค้า-แม่ค้าเข้ามาเช่าแผงในตลาดได้อย่างไร เพราะเปิดตลาด 200 แผง มีผู้เช่าเพียง 20 แผง ต้องพยายามดิ้นรนเดินหาพ่อค้าแม่ค้าตามหาบเร่แผงลอยด้วยตัวเอง เพื่อดันเข้าไปอยู่ในตลาดให้เต็ม

ขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าก็อยากหาตลาดขายของแต่หาไม่ได้ ยกตัวอย่างเมื่อหลายปีก่อนได้พบกับแม่ค้าในตลาดตัวเอง เป็นคุณยายมาจากต่างจังหวัดมาอยู่กับลูกในกรุงเทพฯ มีสินค้าขายในแผงน้อยมากและไม่ดึงดูดความสนใจลูกค้าเลย หลังจากสอบถามคุณยายบอกว่ามีต้นทุนเพียง 10,000 กว่าบาท ไปมาหลายตลาดแต่ถูกปฏิเสธ ตลาดบางแห่งบอกว่าสินค้าซ้ำกับร้านอื่นก็ไม่รับ กว่าจะได้แผงขายของเงินทุนเกือบหมดและเหลือมาทำของขายได้เพียงเล็กน้อย

จึงเป็นที่มาของการพัฒนา “Platform ThaiMarket” เป็นระบบนิเวศธุรกิจ (ecosystem) เพื่อให้ตลาดและร้านค้าได้เจอกัน เป็นแพลตฟอร์มจับคู่ร้านค้ากับตลาด พ่อค้าแม่ค้าสามารถจองแผงในตลาดผ่าน ThaiMarket ได้โดยไม่ต้องไปเดินหาด้วยตัวเอง

ตลาดเสนีย์

“พิชานันต์” เล่าว่า กว่าจะมาเป็น ThaiMarket ล้มลุกคลุกคลานพอสมควร ในตอนเริ่มต้นทำตลาดเสนีย์ สาขาแรกลงทุนไป 20 กว่าล้านบาท โดยใช้พื้นที่โกดังเก่าและมองดูแล้วว่าทำเลค่อนข้างดีจนตัดสินใจปรับโครงสร้าง

ก่อนจะวิ่งหาร้านค้ามาลงทุนด้วยนับร้อยราย และได้มาเพียง 2 รายที่เข้ามาเซ้งระยะยาวคือ ร้านยา Icare Pharmacy และร้านอาหารสัตว์ เพ็ทมอลล์ นับเป็นช่วงเริ่มต้นที่ลำบากมาก เพราะนอกจากจะได้เงินทุนมาเพียงส่วนหนึ่งยังต้องขายทรัพย์สินส่วนตัวรวมถึงกู้เงินจากญาติมาด้วย ใช้ระยะเวลาเกือบปี กว่าจะประกอบร่างเป็นตลาดเสนีย์สาขาแรก

“เรารู้ซึ้งเลยว่าการเป็นเจ้าของตลาดถ้าสายป่านไม่ยาวทำไม่ได้ ทั้งต้องวิ่งหาคนเข้าตลาด ไม่ได้รับความไว้วางใจ เพราะคนกลัวเจ๊ง กลับกลายเป็นว่าวันนี้เริ่มมีคนเข้ามาหาและขอให้เข้าไปช่วยเหลือจำนวนมาก ประสบการณ์ที่ทำตลาดมานานกว่า 8 ปี ต่อยอดทรานส์ฟอร์มโดยใช้เทคโนโลยีเพื่อให้การทำงานระหว่างเจ้าของตลาดกับพ่อค้าแม่ค้าง่ายขึ้นด้วยแพลตฟอร์ม ThaiMarket”

Platform ThaiMarket เริ่มในปี 2566 ลงทุนเบื้องต้นประมาณ 3 ล้านบาท โดยทำการสำรวจ และรับข้อมูลจากสมาคมตลาดสดไทยที่มีสมาชิกกว่า 40 ตลาดทั่วประเทศ แล้วนำเสนอข้อมูลกับเจ้าของตลาดตามหัวเมืองใหญ่ รวมไปถึงสมาคมตลาดกลางของ กทม. จนได้รับการตอบรับและทุกคนต่างพูดเสียงเดียวกันว่าเป็นโครงการที่ดี

นอกจากนี้ยังได้สำรวจฝั่งร้านค้าที่ปัจจุบันไม่ได้มีแค่ตลาดขายอาหาร แต่ยังมีร้านขายอาหารสัตว์ คลินิก โรงเรียนในตลาด มีร้านขายมอเตอร์ไซค์ ร้านคาเฟ่ ร้านยา เป็นต้น

ตลาดเสนีย์

“เราสร้างแพลตฟอร์มได้เพียง 4 เดือนกว่า ๆ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566-ตอนนี้ มีข้อมูลอยู่ทั้งใน Line, Facebook, มีระบบหลังบ้านรวมข้อมูลไว้เป็นของตัวเอง และมีคอลเซ็นเตอร์บริการตลอด เรามีตลาดอยู่ในระบบมากกว่า 80 ตลาด จากจังหวัดเชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรสาคร ฯลฯ ทั่วประเทศ มีแผงค้าที่ยังว่างอยู่ในแพลตฟอร์มมากกว่า 1 หมื่นแผง เกิดการซื้อขายแผงบนระบบมากกว่า 300 รายแล้ว ถือเป็นแพลตฟอร์มแรกในประเทศไทย”

ทั้งนี้ ตลาดในประเทศไทยมีมากกว่า 10,000 ตลาด เล็กที่สุดประมาณ 100 แผง ใหญ่ที่สุดประมาณ 3,000 แผง ในทุกตลาดจะมีแผงว่างอยู่ประมาณ 5-20% ฉะนั้นหากมีตลาดอยู่นับหมื่นแห่งจะมีแผงค้าว่างอยู่นับล้านแผง อาจจะมากกว่าห้องพักที่มีอยู่ในระบบของอโกด้าด้วยซ้ำ ฉะนั้นปี 2567 ตั้งเป้าไว้ว่าจะนำตลาดเข้าสู่แพลตฟอร์มได้เกิน 1,000 ตลาดทั่วประเทศ

“พิชานันต์” บอกว่า โมเดลธุรกิจ ของ Platform ThaiMarket คือ ให้เจ้าของตลาดและพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาใช้แพลตฟอร์มฟรี ระบบทำงานต่างจากการที่เจ้าของตลาดเคยจ้างเอเยนซี่โฆษณาขายแผงอย่างสิ้นเชิง เพราะถ้า ThaiMarket ขายแผงให้ตลาดไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว

ยกตัวอย่าง ราคาค่าแผง 10,000 บาท/เดือน พ่อค้าแม่ค้าต้องจ่ายเงินประกันตรงให้ตลาด 20,000 บาท แต่ภายในเงิน 20,000 บาทนี้จะแบ่งให้ ThaiMarket 50% และเงิน 10,000 ที่ได้มาจะนำมาแบ่งออกอีก 50% เพื่อเป็นส่วนลดให้กับพ่อค้าแม่ค้า หลังจากนั้นตลาดกับพ่อค้าแม่ค้าจะทำสัญญาเช่าอย่างไรจะไม่เกี่ยวข้องกับ ThaiMarket

“อนาคตของ ThaiMarket สามารถเติบโตได้แน่นอน เราจะเป็นที่ปรึกษาให้ความรู้กับพ่อค้าแม่ค้า เกษตรกรรากหญ้าในการลงทุน ตกแต่งร้าน สร้างความสนใจให้กับลูกค้า เราเชื่อว่าหากพ่อค้าแม่ค้ามีความรู้จะเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้”

นอกจากนี้ ยังมีแผนทำ Delivery Platform ซื้อสินค้าที่จุดเดียวโดยมีเซ็นเตอร์ที่เป็นพาร์ตเนอร์คือ พราวด์ แพลตฟอร์ม (Proud) รับออร์เดอร์ซื้อสินค้าได้จากหลาย ๆ ร้านค้า ยกตัวอย่าง ร้านอาหารจะสั่งซื้อของสดจากตลาด เราจะรวบรวมคำสั่งซื้อภายในครั้งเดียว

และกระจายออร์เดอร์ไปยังร้านค้าต่าง ๆ ในตลาด และอนาคตหากสามารถรวมตลาดทั่วประเทศมาอยู่ใน Platform ThaiMarket ได้ตามเป้าหมาย ทั้งตลาดสด ตลาดกลาง จะสามารถช่วยเกษตรกรได้ และเป็นสื่อกลางในการกระจายสินค้าจากตลาดไปถึงมือผู้บริโภค สุดท้ายมองว่า ThaiMarket จะเป็น super app แบบครบวงจรในอนาคต ใครที่คิดว่ามีแพสชั่นเดียวกันโดยไม่แสวงหากำไรก็สามารถมาร่วมทำงานด้วยกันได้

อย่างไรก็ตาม “พิชานันต์” บอกว่า ปัจจุบันบริษัท เสนีย์ กรุ๊ป มีตลาดอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ตลาดเสนีย์สาขาแรก (ขายคืนให้เจ้าของที่ ปัจจุบันชื่อตลาดต้นไม้ชายคา), เสนีย์ฟู้ด มาร์เก็ต และเสนีย์บาซาร์ ทั้ง 3 ตลาดอยู่ฝั่งธนฯ บนถนนเพชรเกษม ประสบความสำเร็จ มีพ่อค้าแม่ค้าเต็มทุกแผง และได้รับรางวัลจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เป็น 1 ใน 8 ตลาดพรีเมี่ยมของ กทม.ในปี 2566

หลังจากนั้นก็พัฒนาตัวเองมาเป็นที่ปรึกษาให้กับตลาดหลายแห่งในประเทศไทย ด้วยแนวคิดที่ว่า ตลาดเป็นรากฐานของเศรษฐกิจประเทศ หากตลาดมีความคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าขายของได้


แปลว่าเกษตรกรจะขายผลผลิตได้เช่นกัน ส่งผลให้การขนส่ง โลจิสติกส์ การเงินของประเทศ ตลอดจนการท่องเที่ยวดี