“นครสวรรค์-นครศรีฯ-ขอนแก่น” ชูดิจิทัลเปลี่ยนเมืองสู่สมาร์ทซิตี้

smart city

ปัจจุบันจังหวัดต่าง ๆ เริ่มขับเคลื่อนเมืองให้น่าอยู่ หลังการเติบโตอย่างไร้ทิศทาง

ดังนั้น คณะกรรมาธิการด้านโยธาและผังเมือง สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย จึงจัดการสัมมนาทางวิชาการด้านโยธาและผังเมือง ครั้งที่ 1/2567 เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยฉายภาพ 3 เมืองสมาร์ท โดยนักพัฒนาเมือง “นครสวรรค์-นครศรีธรรมราช-ขอนแก่น” ในการเสวนา เรื่อง “ผู้นำเมือง จะทำให้เมือง Smart ได้อย่างไร”

นครสวรรค์ดันศิลปะ-อีสปอร์ต

นครสวรรค์ เมืองมังกรแห่งปากน้ำโพ จากที่เป็นเพียงเมืองผ่าน วันนี้เริ่มเดินหน้าสร้างให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจให้เจริญรุ่งเรือง ดึงนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าไปให้มากขึ้น

นายสมศักดิ์ อรุณสุรัตน์ ประธานสภาเทศบาลนครนครสวรรค์และรองประธานกฎบัตรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันนี้แทบทุกท้องถิ่นหันมาผลักดันเมืองของตัวเองให้เป็นเมืองสมาร์ทซิตี้ ซึ่งนครสวรรค์ดำเนินการพัฒนาอยู่ตามบริบทความพร้อมของเมือง 5 ด้าน คือ การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living), พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy), การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance), สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment), พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People)

สมศักดิ์ อรุณสุรัตน์
สมศักดิ์ อรุณสุรัตน์

ส่วนด้านการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ต้องใช้การลงทุนจากภาครัฐและเอกชนร่วมกัน ขณะนี้มีการวางแผนโครงการไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ เพราะบางเรื่องไม่สามารถดำเนินการได้ทันที

Advertisment

“อุปสรรคหลักคือ การถูกจำกัดด้วยข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์ของหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่ อาจจะต้องแก้ไขและเข้าถึงระเบียบที่สามารถพัฒนาเมืองสมาร์ทได้ เช่น งานด้านสาธารณสุขเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบของโรงพยาบาล, งานด้านธรรมชาติมีความทับซ้อนกับกฎของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้ทุกวันนี้ท้องถิ่นเจริญด้วยการลงทุนของภาคเอกชน”

ที่ผ่านมาจังหวัดนครสวรรค์เคยเสนอสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ว่า มีศักยภาพความพร้อมในการเป็นเมืองศิลปะและเจ้าภาพการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ หรือไทยแลนด์เบียนนาเล่ (Thailand Biennale) ต่อจากเชียงราย แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก จึงเป็นที่น่าเสียดาย ถ้ามีการจัดงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ที่เมืองรองอย่างนครสวรรค์ เป็นการดึงดูดให้คนเข้ามาท่องเที่ยว สามารถวัดจำนวนคนสนใจศิลปะจริง ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เทศบาลมองกีฬาอีสปอร์ตเป็นเป้าหมายหลักของเมือง ไม่ต้องลงทุนมากเหมือนกีฬาอื่น ๆ และจะเป็นตัวสร้างเศรษฐกิจได้ โดยเริ่ม Sandbox เปิดการเรียนการสอนแผนกอีสปอร์ต ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนเขตเทศบาล และในอนาคตจะขยายไปในทุกโรงเรียนทั่วนครสวรรค์

“ตอนนี้เรากำลังเจรจากับเมืองซีอานในการร่วมทุนเปิดหลักสูตรอีสปอร์ตกับมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในนครสวรรค์ หากเจรจาสำเร็จนักศึกษาจากจีนจะหลั่งไหลเข้ามาเรียน และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในจังหวัดอย่างมหาศาล”

Advertisment

นครศรีฯตั้งไลน์ให้ร้องทุกข์

ขณะที่เทศบาลนครศรีธรรมราชขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ โดยมี “คนเป็นศูนย์กลาง” ผ่านความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จนผงาดสามารถคว้ารางวัลในเวทีเวิลด์ สมาร์ทซิตี้ เอ็กซ์โป 2023 (World Smart City Expo 2023) จัดขึ้นที่เมืองโกยาง สาธารณรัฐเกาหลี โดยการนำเทคโนโลยีไลน์ในชื่อ @nakhoncity เข้ามาบริหารจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัย

นายกณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เทศบาลนครศรีธรรมราชมองเห็นปัญหาสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นอยู่ที่ความยุ่งยากในการติดต่อราชการ จึงสร้างระบบร้องทุกข์ออนไลน์ ผ่านช่องทางไลน์ โอเอ (LINE OA) “@Nakhoncity” เพื่อสื่อสารกับประชาชนให้เข้าถึงง่ายและรวดเร็ว ให้ความสะดวกกับประชาชนตั้งแต่การลงทะเบียน เพียงกรอกชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และเลขประจำตัวประชาชน สามารถร้องทุกข์ได้ถึง 28 หัวข้อ เช่น ไฟจราจรบนท้องถนน คูระบายน้ำ จัดระเบียบคนเร่ร่อน ยืมอุปกรณ์การแพทย์ โดยดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาภายใน 48 ชั่วโมง

กนพ นครศรีธรรมราช
กนพ นครศรีธรรมราช

ปัจจุบันมีสมาชิก 72,564 คน คิดเป็น 72% ของประชากร ซึ่งระบบไลน์โอไอดังกล่าว ประหยัดงบประมาณกว่า 12 ล้านบาท ในการร้องเรียนแต่ละครั้งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ 410 บาท ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 2 เมษายน 2567 แก้ไขปัญหาแล้ว 21,046 เรื่อง

สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ผ่านโครงการน้ำท่วมเมือง โดยติดกล้อง CCTV เพื่อให้สมาชิกทุกคนสามารถดูระดับน้ำได้ทางโทรศัพท์แบบ Real-Time ประหยัดงบประมาณของเทศบาลปีละ 13 ล้านบาท และลดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ปีละ 200 ล้านบาท

นอกจากนี้เทศบาลยังได้ผลักดันเทคโนโลยีเข้าไปในด้านการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาล 10 โรงเรียน ผ่านโครงการห้องเรียนโลกเสมือน (Metaverse Classroom) ให้นักเรียนใช้งาน AR และ VR ในการเรียนการสอนจริง ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และอบรมครู 300 คน เพื่อผลิตสื่อการสอนโลกเสมือน 1,500 บทเรียน

“ตั้งแต่มีการนำเอา AR และ VR เข้ามาใช้การเรียนการสอนจริง พบว่าเด็กนักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้นและเป็นที่ตื่นตาตื่นใจ จนนำกลับไปบอกเล่า สะท้อนประสบการณ์การเรียนให้ผู้ปกครองที่บ้านฟังด้วย”

ขอนแก่นดึง SMEs ใช้ดิจิทัล

ด้าน นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ผู้บริหารบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดขอนแก่นมีความโชคดีที่ภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาชนร่วมมือกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจกันอย่างเต็มที่ และมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นฟื้นตัวจากโควิดอย่างรวดเร็วและแข็งแรงมากขึ้น

สุรเดช ขอนแก่น
สุรเดช ขอนแก่น

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขอนแก่นได้นำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยพัฒนาเหรียญดิจิทัลขึ้นมา ในชื่อ KGO Token ย่อมาจาก Knowledge Governance Token ถือเป็นเหรียญดิจิทัลเหรียญแรกของไทย และเป็นดิจิทัลโทเค็นของขอนแก่น ด้วยความตั้งใจให้เป็นเครื่องมือที่สร้างเศรษฐกิจใหม่ในระบบบล็อกเชน (Blockchain) สามารถเข้าถึงดิจิทัลได้ง่าย

โดยใช้เหรียญดิจิทัลโทเค็นเป็นแต้มส่วนลดสินค้าและบริการ ซึ่งร้านค้าขนาดเล็กสามารถเข้าร่วมและส่งเสริมการขายของตนเองผ่านเครื่องมือดิจิทัล ซึ่งผู้ใช้บริการจะได้เหรียญ KGO เป็นรางวัลในการร่วมกิจกรรม และนำไปใช้เป็นแต้มส่วนลดในการซื้อขายสินค้า แต่ใช้แทนเงินไม่ได้

ปัจจุบันมีร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ 1,276 ร้านค้า มีผู้ใช้งานจำนวน 11,632 ราย ครอบคลุมจังหวัดขอนแก่น ระยอง นครสวรรค์ และกรุงเทพฯ มีหน่วยงานที่ร่วมใช้เหรียญ KGO เช่น เทศบาลนครขอนแก่น, เทศบาลนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, Rayong City Development, เจ เวนเจอร์ส, Wisdom V academy และ J Knowledge ซึ่งถ้ามีการใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น เชื่อว่าผู้คนในสังคมจะรู้จักและเข้าถึงกระเป๋า KGO Token ได้เร็วขึ้นด้วย

นอกจากนี้ในส่วนประเด็นเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ของจังหวัดขอนแก่น เพราะที่ผ่านมามีการรวมกลุ่มจัดตั้ง “โครงการขอนแก่นเมืองหนัง” สร้าง “กองทุนเมืองหนัง” ขึ้นมาในจังหวัด และโครงการดังกล่าวถูกนำไปบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเมืองขอนแก่น

เพื่อสร้างให้เป็นระบบนิเวศ ซอฟต์พาวเวอร์ด้านศิลปะ เช่น ภาพยนตร์ กีฬา หมอลำ และอื่น ๆ ได้มีการจัดประกวด Pitching Film Challenge ขอนแก่นเมืองหนัง ซึ่งมีหนังสั้นจำนวน 31 เรื่อง เข้าร่วมประกวด และได้คัดเลือกหนังเรื่อง “4 ขมัง” มาพัฒนาเป็นภาพยนตร์ซอฟต์พาวเวอร์ขอนแก่น ผสมผสานศิลปวัฒนธรรม ตั้งแต่ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อาหารและวิถีชีวิตของคนขอนแก่น คาดว่าจะได้รับชมในช่วงเดือนตุลาคม 2567 นี้

“เมืองถูกอนุญาตให้ได้รับการพัฒนา ดังนั้นทั้งหมดนี้เป็นการระดมทุนของชาวขอนแก่นเพื่อขอนแก่น เราจะสร้างหนังปีละ 1 เรื่อง เพื่อดันวิถีชีวิตของขอนแก่น”