ณัฐชยา มณีเวศย์วโรดม ต่อยอด “พลอย” เรือนเงิน TAEVIKA

การแข่งขันธุรกิจในยุคปัจจุบัน ผู้ประกอบการต่างต้องดิ้นรนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด ต้องพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าเพื่อดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งในแวดวงธุรกิจเครื่องประดับ “พลอย” จากเมืองจันท์ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “ณัฐชยา มณีเวศย์วโรดม” หรือคุณ “เพนกวิน” ทายาทบริษัท K&N เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ “TAEVIKA” ได้มาฉายภาพการค้าพลอย ในฐานะของคนรุ่นใหม่ที่การเข้ามาสืบทอดกิจการต่อจากคุณแม่จนสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้

“เพนกวินเรียนจบด้านมาร์เก็ตติ้งจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หลังจากนั้นเข้ามาทำธุรกิจต่อจากคุณแม่อย่างเต็มตัวในปี 2559 จนถึงปัจจุบัน แต่จริง ๆ เข้ามาช่วยดูแลกิจการตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว และตอนนี้เพนกวินกำลังสร้างแบรนด์ TAEVIKA BY K&N ให้เป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์”


“ณัฐชยา” เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนที่จันทบุรีมีวัตถุดิบพลอยจำนวนมาก รุ่นคุณแม่ได้เข้ามาค้าขายพลอย โดยสรรหาพลอยส่งให้กับโรงงานตามออร์เดอร์ ก่อนหันมาเปิดกิจการเป็นของตัวเอง นำพลอยมาติดลงบนเครื่องทองแล้วส่งขายตามร้านทอง กระทั่งในยุคที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือยุคฟองสบู่แตก ลูกค้าที่เคยซื้อพลอยพร้อมตัวเรือนทองมีกำลังซื้อลดลง คุณแม่จึงหันมาทำตัวเรือนเป็นเครื่องประดับเงินแทนเพื่อลดค่าใช้จ่าย และสามารถขายในราคาถูกที่ลูกค้าสามารถซื้อได้ และบริษัท K&N ถือเป็นบริษัทแรกในจันทบุรีที่ทำตัวเรือนเป็นเงิน

นอกจากจะส่งขายเครื่องประดับพลอยที่มีตัวเรือนเป็นเงินตามร้านทองแล้ว บริษัทยังส่งออกชิ้นงานไปต่างประเทศด้วย ทั้งประเทศบราซิล รัสเซีย อเมริกา ฝรั่งเศส และจีน ซึ่งเป็นงานดีไซน์ที่มีอยู่ชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น ส่วนชื่อแบรนด์ TAE-VIKA จะเป็นลักเซอรี่แบรนด์ เป็นพลอยแท้ดีไซน์ของชิ้นงานไม่เหมือนใคร ซึ่งกำลังทำตลาดอย่างต่อเนื่องและผลิตเองทุกขั้นตอน ชิ้นพลอยมาจากพ่อค้าแม่ค้าที่เดินเข้ามาขายให้กับทางบริษัทโดยตรง จะเป็นพลอยมาจากแอฟริกาประมาณ 80% ที่เหลือนำเข้ามาจากเมียนมา บราซิล เวียดนาม จีน อเมริกา ขึ้นอยู่กับความนิยมของลูกค้าว่าชอบพลอยจากประเทศใด ขณะที่พลอยของเมืองจันท์ไม่มีแล้ว แต่จันทบุรียังคงขึ้นชื่อในเรื่องศูนย์กลางตลาดค้าพลอยที่รู้จักกันทั่วโลก

ทั้งนี้ คิดเป็นสัดส่วนการส่งออกของชิ้นงานไปยังต่างประเทศกว่า 65% ที่เหลือเป็นกลุ่มลูกค้าภายในประเทศ โดยประเทศที่ส่งออกมากที่สุดคือบราซิล ประมาณ 60% เนื่องจากลูกค้าชอบงานดีไซน์ของบริษัทที่เป็นชิ้นงานขนาดใหญ่ มีรับจ้างผลิต (OEM) บ้าง แต่ไม่ทราบว่าผู้ค้าส่งนำไปติดเป็นแบรนด์ไหนบ้าง บางรายมีกลุ่มลูกค้าอยู่แล้ว หรือบางรายขายเพชรอยู่ แต่อยากลองนำพลอยของเราไปขายด้วย ส่วนกลุ่มลูกค้าคนไทยชอบงานชิ้นเล็กเหมือนเครื่องประดับทองคำ บางกลุ่มนิยมเครื่องเพชรแล้วหันมาสนใจเครื่องประดับพลอย ฉะนั้นในปัจจุบันทางบริษัทจึงได้เริ่มการทำชิ้นงานขนาดเล็ก กะทัดรัด และสามารถสวมใส่ได้ทุกงาน เพื่อเข้าไปทำการตลาดในกลุ่มลูกค้าคนไทยด้วย

ด้านรายได้ “ณัฐชยา” บอกว่า 2 ปีที่ผ่านมาตลาดพลอยนิ่งมาก เหมือนขายไปแล้วเอาเงินที่ได้มาจ่ายค่าแรงคนงาน กระทั่งตลาดเริ่มฟื้นตัวในปี 2561 ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทำการตลาดให้ได้ถึง 100 ล้านบาท จากประมาณการรายได้รวมของบริษัทที่ส่งออกและชิ้นงานในชื่อแบรนด์ TAEVIKA อยู่ที่หลัก 10 ล้านบาทต่อปี แต่ต้องดูผลตอบรับจากลูกค้าและภาวะเศรษฐกิจว่าจะเป็นอย่างไร โดยเน้นคอนเซ็ปต์ของการเป็นเครื่องประดับที่คนทุกระดับสามารถจับต้องได้ ราคาตั้งแต่ 900 บาท ไปจนถึงหลักแสนบาท

“ตอนนี้หากเทียบตลาดในจันทบุรี บริษัทน่าจะอยู่อันดับ 3 จากเดิมบริษัทของเราเป็นตึกแถว 3 ห้องติดกัน อยากขยายกิจการให้ใหญ่มากขึ้น ปัจจุบันกำลังพัฒนาแกลเลอรี่มิวเซียม บนเนื้อที่กว่า 20 ไร่บริเวณถนนสุขุมวิทในจังหวัดจันทบุรี ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า วางแผนจะทำโรงงานใหม่ เพราะเมื่อก่อนอาจจะเน้นการส่งออกเป็นหลัก แต่ปัจจุบันเริ่มหันมาค้าปลีกมากขึ้นก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก”