คลองท่อม…เมืองสปา ชู “น้ำพุร้อนเค็ม” ดึงตลาดสุขภาพ

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นเทรนด์หรือแนวโน้มใหญ่ของโลก ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มูลค่า 25,000 ล้านบาท และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ 100,000 ล้านบาท

ปัจจุบัน จังหวัด “กระบี่” มีทรัพยากรล้ำค่ายิ่ง เพราะเป็น “แหล่งน้ำพุร้อน” ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเฉพาะที่อำเภอ “คลองท่อม” เมืองป่าชายเลนทะเลอันดามัน

น้ำพุร้อนธรรมชาติ 7 แห่ง

จากข้อมูลของสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า จังหวัดกระบี่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติอยู่จำนวน 5 แห่ง โดยอยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง ได้แก่ 1.น้ำพุร้อนเค็ม องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม 2.น้ำตกร้อนสะพานยูง องค์การบริหารส่วนตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม 3.น้ำพุร้อนคลองบ่อน้ำร้อน เทศบาลเหนือคลอง

ขณะที่บ่อน้ำพุร้อน/สปาของเอกชน มีจำนวน 3 ราย คือ 1.ณัฐฐาวารีน้ำพุร้อน 2.น้ำพุร้อนกระบี่ 3.วารีรักษ์ และ 4.ซาลีน ฮอทสปริงสปา แอนด์ รีสอร์ท

ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ประมาณ 3,000 คนต่อปี และมีแนวโน้มว่ามากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ญี่ปุ่น รัสเซียและนักท่องเที่ยวชาวไทย

สำหรับแหล่งน้ำพุร้อนเค็ม “บ้านห้วยน้ำขาว” หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม ถือเป็นต้นแบบการพัฒนา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำพุร้อนเค็ม 1 ใน 2 แห่งของโลก โดยอีกแห่งอยู่ที่สาธารณรัฐเช็ก โดยมีลักษณะเป็นบ่อน้ำผุดมาจากชั้นใต้ดินตามธรรมชาติ สาเหตุที่มีรสชาติเค็มนั้นเกิดจากการผสมกันของน้ำร้อนและน้ำทะเลในระดับลึก ก่อนโผล่พ้นพื้นดิน เกิดเป็นน้ำพุร้อน จัดอยู่ในประเภทน้ำพุร้อนเกลือ (Salt Spring) และบริเวณรอบ ๆ เป็นพื้นที่ป่าชายเลนตามธรรมชาติ มีบ่อน้ำพุร้อนเค็มกระจายอยู่รอบบริเวณพื้นที่ จำนวน 14 บ่อ

สำหรับความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำพุร้อนเค็มนั้นอยู่ที่อุณหภูมิของน้ำในบ่อไม่ร้อนมาก จนเกินไป มีอุณหภูมิสูงประมาณ 40-47 องศาเซลเซียส ลักษณะน้ำใสสะอาดสะท้อนกับท้องฟ้าเป็นสีมรกตสวยงาม

ปัจจุบันยังมี ศาลานวดแผนไทย และเส้นทางเดินชมศึกธรรมชาติป่าชายเลน นับเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบการผ่อนคลายด้วยสปาธรรมชาติแบบนี้ เหมาะสำหรับการอาบชำระร่างกายแบบบรรเทาการปวดกล้ามเนื้อ และปวดข้อต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้มีการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น

พัฒนาสู่เมืองสปาเวิลด์คลาส

ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และคณะทำงานเมืองสปาคลองท่อม ได้ระดมความเห็นเพื่อกำหนดกลยุทธ์พัฒนา “เมืองสปาน้ำพุร้อน” เพื่อเติมเต็มยุทธศาสตร์จังหวัดกระบี่ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

“อภิชัย อรัญญิก” ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำจังหวัดกระบี่กล่าวว่า เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ Wellness Tourism มีแนวโน้มเติบโตที่ดีทั่วโลก และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพน้ำพุร้อนธรรมชาติของอำเภอคลองท่อม จะเป็นแม่เหล็กตัวใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพมาที่กระบี่

ปัจจุบัน กลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนั้นมีแนวโน้มที่เพิ่ม ขึ้น โดยประเทศไทยก็เป็นอีกจุดหมายปลายทาง จึงเป็นโอกาสดีที่จังหวัดกระบี่ร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนที่จะพัฒนา อำเภอคลองท่อมให้เป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนได้แล้ว เชื่อว่าต่อไปจะมีชื่อเสียงเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ และเมืองแห่งสปาติดอันดับโลก

รุกตลาดครอบครัว/คนรุ่นใหม่

“อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศที่ จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ S-Curve ของรัฐบาลที่จะนำพาให้ประเทศที่มีรายได้ปานกลางเป็นมีรายได้สูง ฉะนั้นการตั้งเป้าหมายให้อำเภอคลองท่อม เป็นเมืองสปาน้ำพุร้อนจึงเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการท่องเที่ยวประเทศ ไปสู่แหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพพร้อมไปกับการเดินทาง ท่องเที่ยว

ด้านนายอำเภอคลองท่อม “ศรัทธา ทองคำ” กล่าวว่า โมเดลการพัฒนาคลองท่อมเมืองสปาน้ำพุร้อน จะเป็นตัวอย่างการขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจฐานรากของคนอำเภอคลองท่อม หรือ Local Economy โดยสร้างความยั่งยืนของชุมชนไปสู่เมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

ขณะ ที่ “ปรีชา พูนโภคผล” ประธานชมรมสโมสรน้ำพุร้อนไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนทั้งในพื้นที่คลองท่อมและอื่น ๆ ให้ความสนใจที่จะปรับโมเดลธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับเมืองสปาน้ำพุร้อน เพื่อขยายตลาดนักท่องเที่ยวสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ นอกเหนือจากตลาดกลุ่มผู้สูงวัยที่มาเพื่อการรักษาหรือบำบัดโรค เช่น กลุ่มครอบครัว กลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะมีการพัฒนาและออกแบบบริการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้


วันนี้นักท่อง เที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ จึงมีทางเลือกมากขึ้นสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หากใครไปแอ่วเมืองเหนือก็ไปแช่น้ำพุร้อนที่จังหวัดลำปาง เชียงใหม่ ส่วนที่ภาคใต้ก็ไม่ควรพลาดไปแช่น้ำพุร้อนเค็มที่คลองท่อมเพียงแห่งเดียวของ เมืองไทย