“เชียงราย”วางเสาเอกแล้วศาลาถ้ำหลวง ชาวบ้านแห่เชียร์ยกเป็นอุทยานแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย พล.ต.คณเดช พงศบางโพธิ์ รอง ผอ.กอ.รมน.เชียงราย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินช่างไม้ ได้ร่วมกันประกอบพิธียกเสาเอกศาลาอนุสรณ์ ตั้งอยู่บริเวณลานหน้าถ้ำหลวง วนอุทยานฯ


โดยพิธีมีเจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมพิธีครบครันรวมทั้งมีชาวบ้านจำนวนมากได้ร่วมกันถือป้ายเรียกร้องขอให้ยกฐานะวนอุทยานดังกล่าวให้เป็นอุทยานแห่งชาติอีกด้วย ขณะที่ในปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าไปภายในถ้ำโดยมีการปิดปากถ้ำเอาไว้แต่อนุญาตให้เข้าไปกราบบูชาศาลเจ้าแม่ดอยนางนอนที่ปากถ้ำได้อยู่แต่ต้องเดินเท้าจากปากทางเข้าไปประมาณ 800 เมตร กระนั้นพบว่ายังคงมีผู้คนเดินทางไปเที่ยวชมในแต่ละวันจำนวนมาก

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า การจะยกฐานะให้วนอุทยานแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติมีความเป็นไปได้ เพราะมีภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกระนั้นก็มีการดูหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบต่อไปด้วยซึ่งตนเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูง สำหรับศาลาอนุสรณ์สถานที่มีการยกเสาเอกครั้งนี้ถือว่าอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้ก่อสร้างขึ้นทำให้ต่อนี้สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นพื้นที่ของคนทั้งโลกที่เป็นทั้งสถานที่ทางธรรมชาติ อนุสรณ์สถาน แหล่งท่องเที่ยว และทาง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ฝากแจ้งมาว่าไม่ว่าจะพื้นที่แห่งนี้จะเป็นวนอุทยานหรืออุทยานแห่งชาติก็ขอให้ประชาชนได้ประโยชน์ด้วย

ด้านอาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า ศาลาอนุสรณ์สถานแห่งนี้มีกำหนดสร้างแล้วเสร็จต้นปี 2562 แต่ก่อนหน้านันรูปปั้นนาวาสมาน กุนัน ผู้เสียสละชีวิตจากปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา จะหล่อแล้วเสร็จก่อนแล้วจะนำไปตั้งไว้ที่หน้าศาลาและเมื่อศาลาแล้วเสร็จก็จะนำภาพวาดเกี่ยวกับปฏิบัติการถ้ำหลวงที่ศิลปินได้ร่วมกันวาดไปจัดแสดงภายในต่อไป ซึ่งก็จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติจากนั้นคงจะมีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถบริหารจัดการหรือเลี้ยงตัวเองได้ เช่น จำหน่ายของที่ระลึก ฯลฯ เพื่อพึ่งพางบประมาณจากรัฐให้น้อยที่สุดต่อไป.