ตราดชูโมเดล R10 Road of Paradise เชื่อมโยงท่องเที่ยว CLMV

ตราด-R10

ความพยายามสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวไทยกับกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ตามกรอบความร่วมมืออนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS และ ASEAN ศูนย์อาเซียนและเอเชียศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกันทำการศึกษาวิจัยแบบพัฒนา “โครงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับประเทศกลุ่ม CLMV” ค่อนข้างเห็นเป็นรูปธรรมเมื่อมีการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แนวทางการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างไทยกับประเทศในกลุ่ม CLMV เมื่อเร็ว ๆ นี้

R10 โมเดลนำร่อง

ศ.ดร.จุฬาภรณ์ ขอบใจกลาง อาจารย์ประจำศูนย์อาเซียนและเอเชียศึกษา หัวหน้าคณะวิจัย กล่าวว่า จากการสำรวจเส้นทางในโครงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวไทยเชื่อมโยง CLMV มีถึง 15 เส้นทางที่มีความเป็นไปได้ และมี 5 เส้นทางท่องเที่ยวที่มีความเป็นไปได้สูง คือ เส้นทางที่ 1 เยือนถิ่นไทโบราณ เวียง-เชียง-หลวง (เชียงราย เชียงตุง เชียงรุ้ง หลวงพระบาง เวียงจันทน์)

เส้นทางที่ 2 Road of Paradise (บ้านหาดเล็ก จ.ตราด เกาะกง สีหนุวิลล์ กัมปอต เกียนยาง พนมเปญ) เส้นทางที่ 3 ล่องเรือเที่ยวเกาะ (เกาะช้าง เกาะกูด จ.ตราด เกาะกง สีหนุวิลล์ กัมพูชา และเกาะฟูโกว๊ก ท่าเรือเกิ่นเทอ ท่าเรือหวุงเต่า นครโฮจิมินห์ เวียดนาม)

ส่วนเส้นทางที่ 4 มิตรภาพ 4 แผ่นดิน (สระแก้ว เสียมราฐ สตึงแตรง เปลกู ฮอยอัน ดานัง เว้ สะหวันนะเขต มุกดาหาร) และเส้นทางที่ 5 วัฒนธรรม 3 แผ่นดิน ญวน ลาว ไทย (นครพนม ท่าแขก วิญห์ ฮานอย หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ หนองคาย อุดรธานี)


ด้วยองค์ประกอบสำคัญ รัฐบาลให้ความสนใจกับโครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีแผนเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูง ระยอง จันทบุรี ตราด สีหนุวิลล์ ดังนั้น ในการสำรวจจึงได้เลือกโมเดลเส้นทาง Road of Paradise : R10 (Southern Coastal Corridor Road) ถนนเลียบชายฝั่งทะเลไทย-เวียดนาม-กัมพูชา จากตราด-เกาะกง-สีหนุวิลล์-กัมปอต-พนมเปญ เพื่อทำการศึกษาเป็นโมเดลนำร่อง

เพราะการท่องเที่ยวจะสามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจการค้า การลงทุน รวมทั้งนโยบาย One Belt One Road ของจีน ทั้งนี้ ในการสำรวจได้นำคณะจากหนองคาย มุกดาหาร นครพนม สกลนคร เลย ไปร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมทั้งนำเสนอเส้นทางใหม่ ๆ อีก 4 เส้นทางให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการได้รู้จักและนำไปต่อยอดพัฒนาการท่องเที่ยว

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวว่า ปัจจุบันเส้นทางท่องเที่ยวปลายทาง (destination) เดิม ๆ นักท่องเที่ยวเริ่มอิ่มตัว อนาคตจำเป็นต้องพัฒนายกระดับคุณภาพให้สูงขึ้น และเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ เชื่อมกับกลุ่มประเทศ CLMV เช่นเดียวกับการไปเที่ยวยุโรป นักท่องเที่ยวจะเดินทางข้ามแดนต่อไปหลายประเทศ

เช่นเดียวกับไทยต่อไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อไปในกลุ่มประเทศ CLMV เส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นได้ต้องมีภาคเอกชนลงทุน มีการกระจายรายได้ในชุมชนที่เส้นทางท่องเที่ยวผ่าน ปัจจุบันรัฐบาลสนับสนุนบ้านที่มีห้องพักไม่เกิน 4 ห้องนอน พักไม่เกิน 20 คน ทำเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวได้ และในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง นำค่าใช้จ่าย ค่าบริการท่องเที่ยวมัคคุเทศก์ ค่าที่พักแบบโฮมสเตย์ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินปีละ 15,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมโยงทางน้ำ ตามที่เสนอใน R10 จากเกาะฟูโกว๊ก-สีหนุวิลล์-ตราด สิ่งสำคัญความร่วมมือจากภาคเอกชน นักวิชาการ หน่วยราชการร่วมกันพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศ CLMV

ปลดล็อกบอร์เดอร์พาสผ่านแดน

นางวิยะดา ซวง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวว่า เส้นทาง R10 เชื่อมโยง CLMV มีความสำคัญทั้งการค้าและการท่องเที่ยว ภาคเอกชนและจังหวัดตราดได้ร่วมกันพัฒนามากว่า 3 ปีแล้วแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย โดยได้ทำข้อตกลงระหว่างจังหวัดตราดกับ 4 จังหวัดของกัมพูชา คือ เกาะกง แกป สีหนุวิลล์ โพธิสัตว์ และเกียนยาง อีก 1 เมืองของเวียดนาม เพื่อร่วมมือกันพัฒนา 3 เรื่อง คือ 1) ศูนย์รวมแห่งการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค 2) พัฒนาเส้นทางการค้าการลงทุนในเส้นทาง R10 และ 3) พัฒนาฝีมือแรงงานให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน

และด้วยศักยภาพของจังหวัดตราดที่มีเขตแดนติดต่อกับ 3 จังหวัดของกัมพูชา เกาะกง พระตะบอง โพธิสัตว์ ทั้งนี้ ปัจจุบันจีนเข้าไปลงทุนที่เมืองสีหนุวิลล์ นำทัวร์คนจีนเข้าไป ทำให้ค่าครองชีพสูง ชาวกัมพูชาจึงมองหาที่เที่ยวแห่งใหม่ ๆ ในไทย และมีโอกาสจะดึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามา จ.ตราดแต่ทุกวันนี้ยังมีปัญหาการข้ามแดนทำให้เสียโอกาสที่จะมีรายได้จากนักท่องเที่ยว

ดังนั้น การจะช่วยพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง R10 คือ การบูรณาการงบประมาณหน่วยงานของรัฐหลายภาคส่วนเพื่อพัฒนาส่งเสริมให้ครอบคลุมทั้งด้านการค้า การลงทุน การขนส่ง การพัฒนาบุคลากร และการแก้ปัญหาการเข้า-ออกนักท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวก จากต้องใช้พาสสปอร์ต ณ จุดผ่านแดนถาวร ให้ใช้เอกสารบอร์เดอร์พาสชั่วคราวแทน

ขณะเดียวกัน ควรเร่งการเปิดจุดผ่านถาวรที่บ้านท่าเส้น-โพธิสัตว์ ตามนโยบายรัฐบาล ที่ผ่านมาสูญเสียโอกาสที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาฝั่งไทย

“มูลค่าการค้าชายแดน จ.ตราดปี 2560 มูลค่า 34 ล้านบาท รายได้การท่องเที่ยว 17,000 ล้านบาท แต่ได้รับงบประมาณพัฒนาจังหวัด 900 ล้านบาท

หากการล็อกเรื่องเอกสารการเข้า-ออกชายแดนด้านกัมพูชา การค้า การลงทุนจะเติบโตตาม เพราะนักท่องเที่ยวนิยมซื้อสินค้าไทยกลับไป รวมถึงการทำแพ็กเกจทัวร์ 3 ประเทศ ภายใน 1 วัน และเดือนนี้จะสำรวจเส้นทางล่องเรือเที่ยวเกาะ : เส้นทางสายอนาคต จากเกาะฟูโกว๊ก อัญมณีแห่งทะเลจีนใต้ที่มีเคเบิลคาร์ยาวที่สุดในโลก-สีหนุวิลล์-เกาะกง-เกาะช้าง เกาะกูด (ตราด) เพื่อเปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำอีกเส้นทางหนึ่ง”

ด้านนายกำธร อ่อนอินทร์ คณะทำงานด้านการท่องเที่ยว หอการค้าจังหวัดตราด และกรรมการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว กล่าวเสริมว่า นโยบายเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขเรื่องเอกสารบอร์เดอร์พาสผ่านแดนของนักท่องเที่ยว การเร่งเปิดจุดผ่านแดนถาวร ทางด่านท่าเส้น อ.เมืองตราด จ.ตราด-บ้านทมอดา อ.เวียลเวง จ.โพธิสัตว์ แม้ว่ารัฐบาลอนุมัติเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวร แต่ไม่สามารถเปิดได้ ด้านกัมพูชาพร้อมเดินทางเข้า-ออกเส้นทางจากจังหวัดโพธิสัตว์ถึงบ้านทมอดา-ด่านท่าเส้น ระยะทาง 187 กิโลเมตร เพื่อมาท่องเที่ยวและซื้อสินค้าจากฝั่งไทย

และอนาคต R10 ควรอำนวยความสะดวกการเดินทางโดยรถยนต์ข้ามแดนในกลุ่มประเทศ CLMV เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศในยุโรป มีการพัฒนาสู่ระบบมาตรฐาน ใช้ระบบคิวอาร์โค้ด หรือ ID Card สแกนข้อมูลได้สะดวกรวดเร็ว

พัฒนาบุคลากรท้องถิ่นรองรับ

ดร.หลินฟ้า คูร์พิพัฒน์ ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เส้นทางท่องเที่ยว R10 เชื่อมโยงกับประเทศกลุ่ม CLMV มีความเป็นไปได้สูงเพราะมีปัจจัยทั้งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ด้านเกษตรเมืองผลไม้ การท่องเที่ยวมีชายหาดทะเลใสสะอาด ระบบการขนส่งที่สะดวก ถนน 4 เลน ใช้เวลาน้อยกว่าด้านอรัญประเทศ-ปอยเปต

การพัฒนาต้องร่วมกัน ต้องบูรณาการร่วมมือกันทุกภาคส่วน การส่งเสริมไม่ต้องรอให้ถนน 4 เลนเสร็จ ทางน้ำท่าเทียบเรือสำราญ การสร้างเครือข่าย การพัฒนาบุคลากรทางด้านภาษาและเทคโนโลยี มัคคุเทศก์ที่ทำทัวร์ต้องเข้ามาร่วมพัฒนา ที่เร่งด่วนคือ การอนุมัติการลดหย่อนภาษีให้นักท่องเที่ยวที่มาจับจ่ายซื้อของ

ต้นแบบโมเดลเส้นทาง R10 เส้นทางเชื่อมโยงไทยกับกลุ่ม CLMV อีก 4 เส้นทาง…น่าสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน ส่งผลให้มีการลงทุนพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม…งานวิจัยนี้คงไม่สูญเปล่า

Previous articleอึ้ง! เปิดผลวิจัยพบรายจ่ายการศึกษาไทยสูงเกือบ9แสนล้าน
Next article‘นอสตราดามุสเมืองไทย’ ชี้ปี’62 ดาวสีเลือดส่งผลหนัก การเมืองระส่ำ เศรษฐกิจวิกฤต!