ชงขยาย “ไทยแลนด์ริเวียร่า” เชื่อม “ออก-กลาง-ใต้” ดันท่องเที่ยวโต

หอการค้าใต้-ตะวันออกหนุนไทยแลนด์ริเวียร่า 3 ภาค “ตะวันออก-กลาง-ใต้” ชงสร้างถนนริมทะเลแนวยาวผ่านอู่ตะเภา ดึงเรือเฟอรี่เชื่อมสถานที่ท่องเที่ยว ลุ้นปรับผัง EEC ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยดันเศรษฐกิจโต
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ หอการค้าไทยได้ยื่นสมุดปกขาวเสนอแก่รัฐบาล โดยระบุถึงรายละเอียดโครงการที่อยากให้ภาครัฐสนับสนุน เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และส่งเสริมการค้าและการลงทุน ทั้งนี้ ในส่วนการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดชายฝั่งทะเลนั้น มีการระบุถึงการเชื่อมโยงภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ผ่านโครงการไทยแลนด์ริเวียร่าของรัฐบาล โดยเอกสารระบุว่า ต้องการให้เชื่อมโยงไทยแลนด์ริเวียร่าเชื่อม 3 ภาค
 
นายปรัชญา สมะลาภา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก หอการค้าไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลายปีที่ผ่านมา ภาคตะวันออกมีการจัดทำโครงการถนนเลียบชายฝั่งชื่อโครงการถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ในบริเวณอำเภอแกลง จังหวัดระยองไปจนถึงจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของภาคตะวันออกและประสบความสำเร็จ โดยนักท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีเพิ่มขึ้นมากถึง 5 เท่าตัว ผ่านถนนเส้นดังกล่าวในการสัญจร ภาคตะวันออกแม้จะมีทรัพยากรทางชายฝั่งที่ดี แต่หลายพื้นที่เข้าถึงได้ยาก ดังนั้น การจัดทำถนนเส้นดังกล่าวจึงส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเป็นอันมาก
 
ล่าสุด ภาคเอกชนในภาคตะวันออกได้ทำการเสนอโครงการทำส่วนต่อขยายไปจนถึงท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และในบริเวณดังกล่าวเองอยู่ใกล้กับท่าเรือจุกเสม็ด ซึ่งอยู่ในโครงการของรัฐบาล นอกจากนี้ ยังมีโครงการเสนอให้ทางจังหวัดชลบุรีต่อยอดจากถนนเลียบชายทะเลของชลบุรีไปจนถึงบางปู สมุทรปราการ สอดคล้องกับที่รัฐบาลจะจัดทำไทยแลนด์ริเวียร่าที่จังหวัดชุมพร และจังหวัดระยอง ภาคเอกชนจึงเสนอให้ทำโครงการเชื่อมต่อกัน โดยอาศัยถนนเส้นดังกล่าวแล้วเชื่อมด้วยเรือเฟอรี่ จากท่าเรือจุกเสม็ดจนถึงบริเวณจังหวัดชุมพร หรือตามแต่โครงการพัฒนาของภาครัฐ
 
นายปรัชญากล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ยังเกี่ยวพันกับอีก 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ถนนเลียบชายฝั่ง 2.การเปิดพื้นที่และปรับปรุงผังเมืองสำหรับให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านกาแฟ และรีสอร์ต สามารถดำเนินการบนพื้นที่ริมฝั่งทะเลเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาผังเมืองเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะมีขึ้นในปี 2563 3.พัฒนาเขื่อนกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่งที่มีอยู่เดิม ให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์สำหรับประชาชนทั่วไป รวมถึงเป็นเขื่อนกันคลื่นที่สมบูรณ์ ซึ่งทั้ง 3 เรื่องดังกล่าวหากภาครัฐพัฒนาแล้ว ภาคเอกชนเองพร้อมตอบรับผ่านการลงทุนสนับสนุนการท่องเที่ยวตลอดแนวชายฝั่งหลายร้อยกิโลเมตร
 
ในขณะเดียวกัน นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ สภาหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนในภาคใต้มีการเสนอประเด็นการท่องเที่ยวชุมชนไปยังภาครัฐบาลผ่านสมุดปกขาวของหอการค้าไทย โดยสนับสนุนให้จัดทำโครงการต่อขยายของไทยแลนด์ริเวียร่าที่จากเดิมอยู่ในจังหวัดเพชรบุรีจนถึงจังหวัดชุมพรและระนองให้มีความยาวไปจนถึงบริเวณทะเลสาบสงขลา โดยเสนอให้ภาครัฐดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาของภาคเอกชน เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางสัญจร และเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทั้งยังมีแนวทางเชื่อมโยงกับภาคตะวันออกผ่านทางท่าเรือ
 
“ขณะที่เอกชนพัฒนาเรื่องสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสถานประกอบการการท่องเที่ยว ภาครัฐก็ควรสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ได้แก่ ถนน ระบบราง และการสัญจรทางน้ำเข้าแหล่งท่องเที่ยวชุมชนโดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรอง ซึ่งภาคเอกชนไม่มีอำนาจในการดำเนินการ รวมไปถึงระบบสื่อสารทั้งโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต โดยอินเทอร์เน็ตและไวไฟจะสามารถช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน ผ่านมัลติมีเดียและการประชาสัมพันธ์” นายวัฒนากล่าว
 
นอกจากนี้ หากโครงการก่อสร้างระบบรางเชื่อมลงมาจากจังหวัดชุมพรได้จริง รวมไปถึงการมีท่าเทียบเรือขนาดใหญ่จากสุราษฎร์ธานี จะสนับสนุนการพัฒนาถนนรอบทะเลสาบสงขลา และส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวชุมชนและการสัญจร เนื่องจากภาคใต้มีถนนหลักเพียงเส้นเดียว หากเกิดอุทกภัยจะทำให้การสัญจรเป็นอัมพาตได้ จึงจำเป็นต้องเพิ่มเส้นทางสัญจรเพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้มากขึ้น

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat


หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleตลาดแอร์อินเดีย โตกระฉูด ไดกิ้น ผุดโรงงานรับดีมานด์
Next articleกำลังซื้อซบค้าปลีกภูธรยอดร่วง 30% สมาพันธ์เอสเอ็มอีจี้รัฐช่วยหนุนสู้กลุ่มทุนใหญ่