เขาค้อจ่อยุบวิสาหกิจเดินรถ 8 กลุ่ม เซ็ตซีโร่เริ่มจัดระเบียบรถรางใหม่

วันที่ 10 ม.ค.62 นายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย ปลัดอาวุโสอำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวถึงแนวทางแก้ไขรถรางที่ให้บริการบริเวณทุ่งกังหันลม หลังถูกนักท่องเที่ยวร้องเรียนจนต้องสั่งปิดชั่วคราว ขณะร่วมประชุมวาระยามเช้าซึ่งมีผู้ว่าราชการ จ.เพชรบูรณ์เป็นประธานว่า แนวทางแก้ไขจะยุบรวมวิสาหกิจ 8 กลุ่มที่ดำเนินการกิจการเดินรถรางให้เหลือเพียงแห่งเดียว และกำหนดกติการะเบียบมารยาทการให้บริการเดินรถ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ โดยสร้างระบบบริหารจัดการ การกำหนดราคาและความปลอดภัยขึ้นใหม่ รวมทั้งให้มีการสมัครสมาชิกใหม่ทั้งหมดหลังเซ็ตซีโร่วิสาหกิจชุมชนเหล่านี้ทุกกลุ่มแล้ว นอกจากนี้ต้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิก ต้องเป็นคนในพื้นที่และไม่เป็นนอมินีให้นายทุนรายไหน เวลานี้ทางอำเภออยู่ระหว่างประสานกับทางเกษตรอำเภอซึ่งเป็นนายทะเบียน เพื่อจัดระเบียบวิสาหกิจชุมชนก่อน

นายสมพงษ์กล่าวว่า ส่วนการจัดระเบียบเส้นทางปัจจุบันวิสาหกิจทั้ง 8 กลุ่ม รถรางจำนวน 37 คันต่างเดินรถในเส้นทางเดียวกันทั้งหมด ทำให้มีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยสูงมาก ยังไม่รวมถึงสมรรถภาพของรถรางที่นำมาให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ทางบริษัทเขาค้อวินพาวเวอร์กับทางกรมป่าไม้ต้องกำหนดเส้นทางใหม่หรือจัดโซนนิ่งเส้นทางใหม่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเป็นไปตามเงื่อนไขการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ นอกจากนี้ยังได้แจ้งต่อตัวแทนวิสาหกิจทุกกลุ่มว่าต่อไปนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานการทำให้ถูกระเบียบและข้อกฎหมาย เพราะที่ผ่านมายอมรับว่ามีการผ่อนปรนเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้และหลังตั้งกลุ่มใหม่การยื่นขออนุญาตเดินรถราง จะขอได้เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น


“ถ้าไม่ทำปัญหาจะก่อตัวขึ้นไปเรื่อยๆ ในขณะที่ประชาชนทั้งภายในและนอกพื้นที่ ต่างก็สะท้อนถึงความรู้สึกมาและรับรู้ถึงปัญหานี้เหมือนกัน โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ก็บ่นว่า ขายของไม่ได้เลย เพราะคนเข้าไปอยู่ในกังหันลมหมด หากจัดระเบียบใหม่ก็จะทำเกิดประโยชน์มากขึ้น และยังมองไปถึงภาพลักษณ์ความเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตด้วย ส่วนเหตุผลที่ต้องสั่งปิดก่อนได้ชี้แจงต่อชาวบ้านไปว่า หากยังมีสภาพเป็นแบบนี้ก็ต้องมีเสียงนักท่องเที่ยวตำหนิหรือด่าทอกันทุกวัน แต่หากมาร่วมกันจัดระเบียบอาจจะยากหน่อย แต่จะทำให้เกิดยั่งยืน” นายสมพงษ์กล่าว

ปลัดอาวุโสอำเภอเขาค้อกล่าวอีกว่า ในการจัดระเบียบในครั้งนี้ยังถือโอกาสจัดระเบียบเรื่องสิ่งปลูกสร้างด้วย โดยเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่เป็นถาวรเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการผิดเงื่อนไขการขอใช้พื้นที่ของบริษัทฯต่อกรมป่าไม้ด้วย ทางอำเภอจึงประสานกับทางหน่วยป่าไม้และหน่วยงานความมั่นคง มีการสำรวจสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นในโซนอันตรายบริเวณใต้กังหันลม ซึ่งมีความเสี่ยงที่ใบพัดจะตกหล่นลงมาได้ จำเป็นต้องมีการจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างใหม่ทั้งหมด ทั้งภายในบริเวณโครงการและรอบๆ ด้วย

“สถานการณ์เริ่มก่อมาตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งมีการกำหนดให้บริเวณพื้นที่นี้เป็นกรีนโซนนิ่งและเป็นแหล่งพลังงานสะอาด ไม่มีสิ่งปลูกสร้างนอกจากการทำการเกษตร ฉะนั้นวันนี้หากไม่ทำไม่เกิน 5 ปีข้างหน้าก็คงจะเหมือนภูทับเบิกน้อยๆ โดยอัตราเป็นได้มาก เพราะ 2 ปียังเป็นขนาดนี้ โดยเฉพาะมีการอ้างว่ารายนั้นทำได้รายนี้ก็ต้องทำได้เหมือนกัน ซึ่งไม่อยากได้ยินคำพูดของชาวบ้านเหล่านี้โดยมีการพูดกล่าวอ้างกันมาโดยตลอด ส่วนทุ่งเทเลทับบี้ก็อยู่ในข่ายต้องถูกบริหารจัดระเบียบด้วยเช่นกัน เพราะชาวบ้านมองจุดนี้อยู่หากยังดำเนินการกับรายนี้ไม่ได้ ก็จะมีรายอื่นผุดหรือลุกลามขึ้นมาจนเต็มเขา ฉะนั้นหากเร่งทำในวันนี้ความเสียหายอาจจะน้อย แต่หากไม่ทำวันข้างหน้าผลกระทบจะมากกว่านี้” นายสมพงษ์กล่าวย้ำ

อย่างไรก็ตาม นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบูรณ์ ยังกำชับให้ทางอำเภอเขาค้อ ให้ยึดแนวปฏบัติให้ทำตามกฎหมายและกำหนดกติกาให้ชัดเจนและให้จัดคิวรถรางให้เป็นระเบียบ และกำชับเรื่องการสมัครเป็นสมาชิกให้มีการคัดกรอง ไม่ให้มีคนนอกพื้นที่แอบแฝงหรือเป็นนอมินีเข้ามาเป็นสมาชิก โดยให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับชาวบ้านอย่างทั่วถึง ที่สำคัญต้องดำเนินการให้ถูกกฎหมายโดยได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ก่อน

ขณะที่นายชิต อินทรนก ผอ.ศูนย์ประสานงานป่าไม้จังหวัดแจ้งเพิ่มเติมว่า กำลังเร่งจัดทำป้ายประกาศแจ้งเตือนให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในและรอบบริเวณกังหันลมที่ทำผิดเงื่อนไขให้รื้อถอนภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ หากฝ่าฝืนจะถูกบังคับใช้ตามกฎหมาย

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

Previous articleปลดล็อก SMEs ไทย ปรับตัวอย่างไรให้เติบโต
Next articleทำเนียบฯจัดงานวันเด็ก​ เปิดให้เด็กนั่งเก้าอี้บิ๊กตู่ พร้อมจัดแสดงไดโนเสาร์-หุ่นยนต์