เชียงรายค้านจีนปรับร่องน้ำโขงกระทบสิ่งแวดล้อม

แฟ้มภาพมติชน

ชาวเชียงราย 3 อำเภอ “เชียงแสน-เชียงของ-เวียงแก่น” ค้านจีนประชาพิจารณ์ EIA “โครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง” รอบใหม่ ระยะทาง 96 กม.ในพื้นที่ติดไทย หวั่นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมวิถีชีวิต เพิ่มอิทธิพลจีนคุมเศรษฐกิจในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงปลายปี 2561 บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตัวแทนของบริษัท CCCC Second Harbor Consultants จำกัด เอกชนจากประเทศจีน ได้มีหนังสือนัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนพื้นที่ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น ติดแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว ให้ร่วมประชุมรับฟังความเห็นต่อโครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ระยะทาง 96 กิโลเมตร ที่แม่น้ำโขงติดประเทศไทยทั้ง 3 อำเภอดังกล่าว ระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค. 2562

โดยบริษัทได้จัดทำเป็นเอกสารแจ้งผลการสำรวจด้านวิศวกรรมและชลศาสตร์ ธรณีวิทยาลำน้ำโขง แนวเขตระหว่างไทย-สปป.ลาว ระยะทาง 96 กิโลเมตร ซึ่งมีเรือสำรวจของจีนเข้าดำเนินการช่วงกลางปี 2560 แล้วสามารถสรุปแนวทางการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อให้เรือสินค้าขนาด 500 ตัน เรือขนตู้สินค้าขนาด 30 ทีอียู เรือขนส่งน้ำมันขนาด 500 ตัน และเรือโดยสารขนาด 150 ที่นั่ง สามารถสัญจรผ่านได้ด้วยการใช้แนวทางด้านวิศวกรรม เช่น เสริมสร้างความมั่นคงบริเวณพื้นท้องน้ำ ขุดลอก ระเบิดหินใต้น้ำ ป้องกันตลิ่ง การย้ายสิ่งกีดขวางที่อยู่ภายในร่องน้ำ

สำหรับพื้นที่ประเทศไทยที่ควรปรับปรุงมี 13 แห่ง ได้แก่ บริเวณ ต.เวียง ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ต.ริมโขง ต.เวียง ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ ต.หล่ายงาว ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น หากปรับปรุงร่องน้ำบริเวณแก่งคอนผีหลง ต.ริมโขง อ.เชียงของ จะมีการขุดลอกพื้นท้องน้ำทำให้ระดับน้ำลดลงประมาณ 1 เซนติเมตร และความเร็วของกระแสน้ำบริเวณเดียวกันจะลดลง 0.05 เมตรต่อวินาที โดยมีผลเฉพาะจุดที่ปรับปรุงร่องน้ำเท่านั้น แต่การจะดำเนินการต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้ง 4 ประเทศ คือ ไทย จีน สปป.ลาว และเมียนมา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดในการจัดประชุมประชาชนพื้นที่ อ.เวียงแก่น พบว่ามีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก รวมทั้งมีกลุ่มรักษ์เชียงของ นำโดย นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว แกนนำกลุ่ม นายทองสุข อินทวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยลึก ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯล เข้าร่วมทั้งหมดประมาณ 150 คน ซึ่งพบว่าชาวบ้านหลายรายรวมถึงกลุ่มรักษ์เชียงของมีการแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางคัดค้านไม่ต้องการให้มีการดำเนินโครงการ โดยให้เหตุผลถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และอิทธิพลทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้

โดยนายนิวัฒน์ระบุว่า โครงการนี้กำลังจะทำให้ประเทศจีนเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางการกระทำต่อแม่น้ำโขงเพื่อผลประโยชน์ของจีนเป็นสำคัญ ขณะที่ประเทศที่จะได้รับผลกระทบคือประเทศที่อยู่ลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องมีการศึกษากันให้รอบคอบเสียก่อน แม้แต่การเก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำไปประเมินผลก่อนดำเนินการก็ควรให้ประเทศไทยและภาคประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการประเมินว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่ให้ประเทศแม่ผู้ดำเนินโครงการทำการประเมินเอง

ด้านนายทองสุขกล่าวว่า หากมีการปรับปรุงแม่น้ำโขงที่ติดกับประเทศไทยเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งวิถีชีวิตของชาวบ้านจะได้รับผลกระทบ เช่น การหาสาหร่ายแม่น้ำโขง อาจจะทำให้ไม่สามารถหาได้เหมือนเดิม หากมีการปรับปรุงร่องน้ำและมีเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก ดังนั้น หากโครงการยังคงเดินหน้า ชาวบ้านคงต้องคัดค้านให้ถึงที่สุดต่อไป

ด้าน น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า สภาพแม่น้ำโขงทางตอนบนตั้งแต่เขตประเทศจีน ชายแดนประเทศเมียนมา-สปป.ลาว ยังมีจุดที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรืออยู่หลายจุด และหากนำเรือขนาด 500 ตัน มาแล่นตั้งแต่เมืองท่าหน้าด่านของจีน คือ เมืองกวนเหล่ย ลงมาจนถึง อ.เชียงแสนของไทย จะต้องผ่านอันตรายมากมาย เช่น ช่องแคบผาซางใกล้ชายแดนจีน-เมียนมา-สปป.ลาว ที่เป็นหน้าผาแคบ กว้างแค่ 12 เมตร ลึก 20 เมตร และจุดที่ตื้นที่สุดในแม่น้ำโขงตรงมองป่าแหลว ชายแดนเมียนมา-สปป.ลาว ไม่ห่างจาก อ.เชียงแสน ขึ้นไปทางทิศเหนือมากนัก ก็ตื้นมากในฤดูแล้งจนเรือติดทรายกันมาก

ดังนั้น การปรับปรุงร่องน้ำโขงควรดำเนินการทางด้านบน 3 อำเภอของไทยก่อน โดยปรับปรุงร่องตั้งแต่กวนเหล่ยลงมาจนถึงท่าเรือบ้านโป่ง ประเทศเมียนมา และท่าเรือบ้านมอม สปป.ลาว ใกล้สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสนก่อน ส่วนเขตประเทศไทยควรขุดลอกบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เขตติดต่อ 3 ประเทศที่มีหาดทรายมาก่อน แต่มีข้อสงสัยว่าหากปรับปรุงร่องน้ำเชียงแสน-เชียงของแล้ว จะขนส่งเรือขนาดใหญ่ด้วยสินค้าชนิดใด เพราะปัจจุบันการค้าไทย-จีนรายใหญ่ต่างขนส่งโดยแวะที่ท่าเรือแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน เป็นส่วนใหญ่ การพัฒนาแม่น้ำโขงจึงควรมุ่งไปยังการท่องเที่ยว โดยใช้กรอบความร่วมมือที่มีอยู่ของ 4 ชาติ เช่น ควรจะได้สิทธิพิเศษกับไทยในฐานะที่ไม่มีชายแดนติดจีน แต่ใช้แม่น้ำสายเดียวกัน เป็นต้น

อนึ่ง โครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง เกิดจาก 4 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (ไทย จีน สปป.ลาว เมียนมา) ได้ลงนามความร่วมมือว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง 4 ชาติเมื่อปี 2543 เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการเดินเรือพาณิชย์ระหว่างเมืองท่า 14 แห่ง ได้แก่ ซือเหมา จิ่งหงหรือเชียงรุ้ง เมืองหัง กวนเหล่ย ของประเทศจีน บ้านจิง บ้านโป่ง ประเทศเมียนมา ปางทราย ปางเซียงก่อ เมืองมอม บ้านป่าลุน ห้วยทราย และหลวงพระบาง ของ สปป.ลาว และท่าเรือ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ ของประเทศไทย รวมระยะทาง 890 กิโลเมตร ต่อมาประเทศจีนได้ให้สัมปทานบริษัท CCCC Second Harbor Consultants จำกัด ปรับปรุงเส้นทางเดินเรือด้วยการระเบิดเกาะแก่ง ขุดลอก ติดป้ายสัญญาณในแม่น้ำโขงในเขตจีน เมียนมา และ สปป.ลาว เพื่อให้เรือสินค้าแล่นได้ในระยะที่ 1 ไม่น้อยกว่า 100 ตัน ระยะที่ 2 ไม่น้อยกว่า 300-500 ตัน ปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 3 แต่ติดปัญหาประเทศไทยทำให้เรื่องยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article“บิ๊กตู่” แจงเทงบให้กองทุนหมู่บ้าน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ดีกว่าหว่านลงไป กำชับใช้งบคุ้มค่า
Next articleกรมธนารักษ์เว้นค่าเช่า 2 ปี ช่วยเหลือผู้เช่าที่ราชพัสดุที่ประสบภัยพายุ “ปาบึก”