“ลือชัย เจริญทรัพย์” ผู้ว่าฯตรัง พลิกโฉมเกษตร ท่องเที่ยว หนุนรายได้ทะลุหมื่นล้าน

สัมภาษณ์

หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรังคนใหม่ “ลือชัย เจริญทรัพย์” กล่าวถึงนโยบายจะเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการทำงาน ทุกคนต้องทำงานแบบบูรณาการคิดร่วมกันให้ออกมาเป็นแผน และแผนนั้นต้องปรับทบทวนทุกปี เพื่อความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม หรือปัจจัยที่เปลี่ยนไปพยายามนำสิ่งที่มีอยู่มาพัฒนาอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดศักยภาพและอัตลักษณ์ของจังหวัดที่สามารถแข่งขันได้ในทุกด้าน อะไรทำได้ต้องเริ่มต้นทำทันที ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์ 20 ปีของประเทศ ต่อไปนี้จังหวัดตรังจะพัฒนาไปในทิศทางไหน จะมีการหารือในคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) โดยผลการประชุมจะต้องออกมาเป็นข้อเสนอต่อรัฐบาลได้ทันที

ในด้านการเกษตร ไม่มีนโยบายในการเปลี่ยนการปลูกยางหรือปาล์มน้ำมัน เพราะถือว่าเป็นวิถีชีวิต หากจะพึ่งเฉพาะยางหรือปาล์มน้ำมันก็ไม่ได้ เพราะตลาดส่งออกหลักอย่างประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา ยังมีปัญหา จะเน้นการพัฒนาให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง อย่างที่เห็นอยู่หลายอย่าง เช่น “หมูย่าง” ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเข้าจากจังหวัดพัทลุง หรือจังหวัดทางภาคกลาง จะต้องหารือกันว่าต่อไปจะทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงภายในจังหวัดตรังเอง และปริมาณการเลี้ยงต้องเป็นจำนวนเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอต่อความต้องการในตลาด


ส่วนพื้นที่อำเภอรัษฎา มีชื่อเสียงในการผลิตผลไม้จะต้องส่งเสริมให้จริงจัง ให้เกษตรกรนำผลผลิตออกมาขายได้ในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งแป้นสีทอง มะละกอเรดเลดี้ แตงโม นอกจากนี้ ในด้านปศุสัตว์จะผลักดันให้มีการเลี้ยงแพะเพิ่มขึ้น เนื่องจากจังหวัดตรังมีพี่น้องมุสลิมประมาณ 20% ต้องมีการพัฒนาสายพันธุ์ และเพิ่มปริมาณผลผลิต

ด้านการท่องเที่ยว เห็นว่าตรังมีศักยภาพมาก โดดเด่นที่สุดและต้องเร่งดำเนินการทันที คือ การเปิดเส้นทางท่องเที่ยว “รถไฟสุดสายอันดามัน” กำลังหารือกันว่าจะประสานกับทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อนำขบวนรถระหว่าง “สถานีตรังถึงสถานีกันตัง” เป็นขบวนรถไฟท่องเที่ยวโดยเฉพาะ คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากและอย่างรวดเร็ว เมื่อนั่งรถไฟถึงสถานีกันตังแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้ถ่ายรูปที่สถานี และลงเรือไปปากน้ำทะเลกันตัง ชมสถานที่ท่องเที่ยว เช่น “สันหลังมังกร ดูพะยูน” และกลับมารับประทานอาหารบนฝั่ง

นายลือชัยกล่าวอีกว่า สำหรับการท่องเที่ยวทางทะเลถือว่าเป็นแต้มต่อเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ เพราะมีชายหาด เกาะแก่งมากมาย ที่จะต้องเร่งเจียระไนออกมาให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบว่ามีหลากหลายมาก โดยมี “ถ้ำมรกต” เป็นไฮไลต์ที่สำคัญ ส่วนทางบกมีน้ำตกถึง 12 แห่ง ตามแนวเทือกเขาบรรทัด มี “อันดามันเกตเวย์” ที่กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว มีเส้นทางจักรยานที่บรรดานักปั่นทั้งหลายจะได้ยลความสวยงามของธรรมชาติจังหวัดตรังอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ จังหวัดตรังยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของการกินที่จังหวัดตรังมีวัฒนธรรมการกินที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น สามารถนำมาเป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี จนได้รับการคัดเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เป็น 1 ใน 12 “เมืองต้องห้ามพลาด ยุทธจักรความอร่อย”

“จริง ๆ แล้วตรังมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นกลุ่มหลักอยู่แล้ว คือ จากกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย สวีเดน ซึ่งจะต้องเร่งขยายตลาดรองรับ เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ต้องการแหล่งท่องเที่ยวที่บริสุทธิ์ ซึ่งตรังเราสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ แต่ต้องเหมาะสมกันทั้งปริมาณและคุณภาพ ทั้งนี้ ในส่วนของสนามบินปีนี้เราได้งบประมาณมาพัฒนาแล้ว คาดว่าต่อไปจะสามารถรับนักท่องเที่ยวแบบเช่าเหมาลำมาลงที่สนามบินตรังได้เลย คาดว่าจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวได้ เนื่องจากจะมีนักท่องเที่ยวไหลบ่าเข้ามาจังหวัดตรังเพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้มากกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปีได้อย่างแน่นอน”

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

 

Previous articleเสาร์อาทิตย์ร้อนจัด! กรมอุตุฯ เผยอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ภาคใต้ยังเจอฝนถล่ม
Next articleรับวันเด็ก! “บิ๊กตู่” โพสต์ภาพวัยเด็ก ชวนมาดูห้องทำงาน-นั่งเก้าอี้นายก จะได้มีแรงบันดาลใจ