“ตำบลควนปริง” เมืองตรังรุกธุรกิจน้ำดื่ม-โรงน้ำแข็งชุมชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ประชาชนในจังวัดตรังมีการซื้อน้ำดื่มกันเป็นจำนวนมาก ไม่เฉพาะในชุมชนเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนตามชนบทในพื้นห่างไกล ที่อดีตเคยใช้น้ำบ่อตื้นและน้ำฝนในการอุปโภค บริโภค ได้เปลี่ยนมาซื้อน้ำดื่มจำนวนมาก ทำให้มีผู้ประกอบการหลายรายหันมาทำธุรกิจน้ำดื่ม เนื่องจากแนวโน้มมีการขยายตัวในทิศทางทีดีและลูกค้ามีความต้องการมากขึ้น ซึ่งหลายชุมชนได้นำเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและกองทุนมู่บ้าน มาทำโรงงานผลิตน้ำดื่ม โดยเฉพาะพื้ยที่หมู่ 1 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง

นายสุรินทร์ สิริรักษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง เปิดเผยว่า ชุมชนควนปริง เป็นศูนย์เครือข่ายของกองทุนหมู่บ้านตำบลควนปริง จัดตั้งมาเมื่อปี 2550 ตอนนี้มีสมาชิกของกองทุนหมู่บ้าน จำนวน 150 คน ในส่วนของโครงการที่สนับสนุนจากภาครัฐ เป็นโครงการที่สามารถให้ชาวบ้านได้มีงานเพิ่มขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริหารระดับท้องถิ่น ท้องที่ของเราได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทางกลุ่มได้นำเงินมาสร้างโรงงานผลิตน้ำดื่มของกองทุนหมู่บ้านโครงการประชารัฐ รอบที่ 1 จำนวนเงิน 500,000 บาท ทำโรงน้ำแข็งชุมชน และกำไรจากผลิตน้ำแข็งได้ต่อยอดมาเป็นโรงน้ำดื่ม


หลังจากนั้น ปี 2561 ได้รับงบประมาณจากกองทุนหมู่บ้านอีก 300,000 บาท นำมาต่อยอดโครงการน้ำดื่มชุมชน เนื่องจากปกติชุมชนและคนทั่วไปในตำบล หมู่บ้านที่ตนได้ไปประชุมและศึกษาดูงาน ส่วนใหญ่สั่งน้ำดื่มมาจากตลาด ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางมาโดยตลอด เราปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่าช่วงนี้น้ำในบ่อ ห้วย หนอง ไม่สามารถนำมารับประทานได้ เนื่องจากมีสารพิษที่ทำให้เกิดสารพัดโรค

“ดังนั้นแนวทางที่เราต้องหลีกเลี่ยงในการใช้น้ำของพ่อค้าคนกลางคือ ต้องหาวิธีการผลิตน้ำดื่มด้วยชุมชนของเราเอง โดยน้ำดื่มถัง 20 ลิตร ขายในราคา 12-15 บาท/ถัง แต่ทางกองทุนฯขาย10 บาท/ถัง ต้องการลดต้นทุนให้กับชาวบ้าน ส่วนน้ำขวดเป็นแพ็ค ปกติราคาแพ็คละ 45-50 บาท แต่ทางกองทุนฯขายแพ็คละ 38 บาท เน้นขายในชุมชนและงานพิธีต่างๆ ในชุมชน หมู่บ้าน โดยเฉพาะงานในส่วนราชการต่างๆ จะสั่งน้ำของทางกองทุนฯไป” นายสุรินทร์กล่าว

นายสุรินทร์กล่าวต่อว่า ส่วนโรงน้ำแข็งที่เปิดดำเนินการมาแล้ว 2 ปี มีรายได้พอที่จะตั้งตัวได้ โดยเมื่อมีการจัดงานในชุมชนหรือมีงานสาธารณะก็จะไปบริการฟรี ส่วนน้ำดื่มชุมชนโครงการประชารัฐนั้น ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งทางชุมชนมีกฎระเบียบของกลุ่มชัดเจนที่จะดูแลสมาชิก ดูแลชาวบ้านมีน้ำดื่มน้ำใช้อย่างเพียงพอ ไม่ต้องไปสั่งซื้อจากพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป เชื่อว่าโครงการผลิตน้ำดื่มของชุมชนจะสามารถชาวยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนกับประชาชนเป็นอย่างดี

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article“บิ๊กเต่า” ชี้ป่าถูกรุกก่อนคำสั่ง คสช.1.2 ล้านไร่ หลัง คสช.เข้ามามี ถูกรุกแค่ 5.69 หมื่นไร่
Next articleกรมอุตุฯเผยอากาศเย็นระลอกสุดท้าย คาดสัปดาห์หน้าเข้าสู่”ฤดูร้อน”อย่างเป็นทางการ