ดันตั้ง บมจ. “หาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่ม”

ดันตั้ง บมจ. “หาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่ม”
รวมพลังสร้างจุดขายใหม่ - โรงพยาบาลรัฐบาลและเอกชนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อาทิ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) โรงพยาบาลหาดใหญ่ กรุงเทพหาดใหญ่ โรงพยาบาลศิครินทร์ โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี พร้อมด้วยธุรกิจภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการเจรจาร่วมเตรียมดันตั้ง บมจ. หาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่ม ชูท่องเที่ยวพร้อมรักษาพยาบาล

5 โรงพยาบาลรัฐ-เอกชนหาดใหญ่ ผนึกผู้ประกอบการท่องเที่ยว-บริษัททัวร์-ชมรมรถปรับอากาศภาคใต้-สมาพันธ์ SMEs ดันตั้ง “บริษัทมหาชน” รับโครงการ “หาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มซิตี้” เปิดทางดึงชาวหาดใหญ่เข้ามาถือหุ้นสูงสุดได้ไม่เกิน 5% ต่อราย เผยเร่งหาข้อสรุปให้จบภายในเดือน ก.พ.นี้ พร้อมเล็ง MOU เครือข่าย “โรงแรม-ภัตตาคาร-ร้านอาหาร-บริษัททัวร์-บริษัทรถปรับอากาศ-แหล่งท่องเที่ยว” จัดแพ็กเกจทัวร์เช่าเหมาลำสายการบินเสริมทัพ

ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานจากจังหวัดสงขลาว่า กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา นำโดย นายวิฑูรย์ ตันติพิมลพันธ์ รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จ.สงขลา และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ นายสุทธิโรจน์ ตั้งธนกิจโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท นิวเทคนิค จำกัด นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา เจ้าของคลินิก นพ.เกรียงศักดิ์-พญ.พิพิธพร นายวิทยา ภิญโญธนนันท์ ชมรมรถปรับอากาศภาคใต้ กรรมการผู้จัดการ หจก.ท่องไทยทั่วทิศ นายวิทยา แซ่ลิ่ม ผู้ประกอบการท่องเที่ยว น.ส.มณฑาทิพย์ พงษ์เกษตร ผู้ประกอบการบริษัททัวร์ น.ส.จินตนา สุวรรณรัตน์ ผอ.สนง.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเขต 2 ได้เข้าพบคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อหารือถึงการที่จะทำให้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism city) หรือหาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มซิตี้

นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา เจ้าของคลินิก นพ.เกรียงศักดิ์-พญ.พิพิธพร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และอดีตอาจารย์แพทย์โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาครัฐกับภาคธุรกิจ และภาคการท่องเที่ยวได้มีการฟอร์มทีม เพื่อดำเนินการโครงการหาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มซิตี้ โดยมีโรงพยาบาล 5 แห่งเข้าร่วม แบ่งเป็น โรงพยาบาลรัฐ 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลเอกชน 3 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพหาดใหญ่ โรงพยาบาลศิครินทร์ โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี ขณะเดียวกันได้รับความร่วมมือส่วนหนึ่งจากเครือข่ายในต่างประเทศ ล่าสุดได้ข้อสรุปแนวทางการดำเนินงานเบื้องต้นจะมีการก่อตั้งเป็นบริษัทมหาชนจำกัด (บมจ.) “หาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มซิตี้” ขึ้น โดยให้ชาวหาดใหญ่ที่สนใจสามารถได้เข้ามาถือหุ้นสูงสุดได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ต่อราย

สำหรับตลาดเป้าหมายหลักจะเป็นลูกค้าต่างชาติ เบื้องต้น คือ กลุ่มประเทศอาเซียน เนื่องจากหาดใหญ่อยู่ตรงจุดศูนย์กลาง สามารถเดินทางใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ทั้งจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย, กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย, ประเทศสิงคโปร์, เวียงจันทน์ สปป.ลาว, พนมเปญ ประเทศกัมพูชา, ไซ่ง่อน ประเทศเวียดนาม, ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา และเมืองคุนหมิง ประเทศจีน เป็นต้น

นายวิฑูรย์ ตันติพิมลพันธ์ รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดสงขลา ผู้ร่วมโครงการ เปิดเผยว่า โครงการหาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มซิตี้มีหลายฝ่ายเข้ามาหารือร่วมกัน โดยเฉพาะโรงพยาบาลทั้ง 5 แห่งเป็นสำคัญ โดยจะมีการหารือให้ตกผลึกชัดเจนภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และมีแนวทางจะทำการเชื่อมโยงกับเครือข่ายในต่างประเทศ โดยจะจัดทำแพ็กเกจขนาด 10-30 คน เป็นกรุ๊ปทัวร์ และเช่าเหมาลำสายการบิน เพื่อนำชาวต่างชาติเข้ามาทำการรักษาและท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ โดยจะทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับธุรกิจภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า เป็นต้น จะเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

โดยหาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มซิตี้ จะเป็นยุทธศาสตร์จุดขายที่สำคัญต่อไป เพราะเศรษฐกิจธุรกิจสำคัญที่ทำเม็ดเงินให้กับหาดใหญ่ดั้งเดิมที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้เปลี่ยนไป แต่หาดใหญ่ยังมีศักยภาพ คือ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีความทันสมัย และความพร้อมในการรองรับด้านสุขภาพที่โดดเด่น เช่น มอ. มีศักยภาพเป็นอันดับต้น ๆ ของภาคใต้ ทำให้สามารถเป็นเมดิคอลเซ็นเตอร์ได้ ทั้งนี้ การรักษาพยาบาลในหาดใหญ่ได้มาตรฐาน และมีราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับการรักษาพยาบาลในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังมีความคุ้มค่ากว่าเพราะได้ทั้งการรักษาพยาบาลและการท่องเที่ยว

นายวิฑูรย์กล่าวอีกว่า จากการประชุมร่วมกัน ประเด็นที่สำคัญ คือ การทำเด็กหลอดแก้ว โดยในหาดใหญ่ แพทย์ค่อนข้างเก่ง มีความเชี่ยวชาญ โดยมีการโฟกัสกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไปยังตลาดประเทศจีน เพราะรัฐบาลจีนมีนโยบายให้คู่สามีภรรยา มีบุตรเพิ่มขึ้น 1 คน และคู่สามีวัย 40-50 อัพ มีปัญหาเรื่องการมีลูก

“ที่ประเทศจีน การทำเด็กหลอดแก้วราคา 500,000 บาท แต่หาดใหญ่ ราคาประมาณ 250,000 บาท หรือราคาต่ำกว่าราวครึ่งหนึ่ง ดังนั้น การทำตลาดจะต้องทำโปรโมชั่นให้มาเป็นรูปแบบคู่ เป็นแพ็กเกจ กรุ๊ปทัวร์ ซึ่งไม่ต่างกับการทำแพ็กเกจการท่องเที่ยว เมื่อมาถึงหาดใหญ่ ก็จัดคิวรอโรงพยาบาล พร้อมกับใช้เวลาพักผ่อน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มสำหรับการทำบายพาสหัวใจ ราคา 300,000-400,000 บาท/ราย หากมีผู้มาใช้บริการรักษา 100 คนต่อเดือน จะสร้างรายได้ประมาณ 40 ล้านบาท ถ้ามีผู้มาใช้บริการรักษา 1,000 คนต่อปี จะสร้างรายได้ประมาณ 400 ล้านบาท เฉพาะกรณีหัวใจ ยังไม่นับรวมรายได้จากการท่องเที่ยว การใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ตามมาอีกมากมาย และการตลาดยังมีอีกมาก”

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ดันตั้ง บมจ. “หาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่ม”

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดันตั้ง บมจ. “หาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่ม”


ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ