ฝุ่นละออง “แม่สาย” พุ่ง 198 มคก./ลบ.ม. เร่งสกัดไฟป่าฝั่งเมียนมา-ป้องลามเข้าไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 มี.ค.2562) สถานการณ์ฝุ่นละอองและหมอกควันในพื้นที่ จ.เชียงราย ยังคงหนาแน่น โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่มีอากาศขมุกขมัวติดต่อกันเป็นวันที่ 4 แล้ว โดยประชาชนต่างสวมใส่หน้ากากและเลี่ยงการออกไปอยู่ที่โล่งเพราะทำให้แสบตา ขณะที่เวลา 08.00 น. เครื่องวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษที่ตั้งอยู่สำนักงานสาธารณสุข อ.แม่สาย ใกล้ชายแดนพบปริมาณฝุ่นละอองและหมอกควันเล็กกว่า 2.5 ไมครอนในอากาศ หรือพีเอ็ม 2.5 จำนวน 198 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือพีเอ็ม 10 จำนวน 240 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร

ส่วนในเขต อ.เมืองเชียงราย ตั้งอยู่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงราย ห่างจากชายแดนประมาณ 60 กิโลเมตร พบมีค่าพีเอ็ม 2.5 จำนวน 95 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และค่าพีเอ็ม 10 จำนวน 123 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดกว่าช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหาร บก.ร้อย ม.23 ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับนายประเสริฐ ภาคภูมิ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าที่ 14 รวมทั้งผู้นำหมู่บ้าน และราษฎรหมู่บ้านลิเซ หมู่ 9 ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ต่างระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ในเขตพื้นที่ป่าตามแนวชายเเดนไทย-เมียนมา อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน เนื่องจากเกิดไฟลุกไหม้ในฝั่งประเทศเมียนมา และมีทีท่าว่าจะลุกล้ำเข้ามาใกล้เขตประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถสกัดไฟเอาไว้ได้และทำแนวกันไฟเอาไว้ อย่างไรก็ตามพบว่าในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านยังคงมีไฟลุกไหม้อยู่ ทำให้ บก.ร้อย.ม.2 ฉก.ม.2 ได้จัดชุดเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างไกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้จัดนำรถออกฉีดพ่นน้ำในหลายจุดของเขต อ.เมืองเชียงราย ซึ่งอากาศเริ่มอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยมีกำหนดนำรถออกฉีดพ่นน้ำที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนบ้านดู่ (สหราษฎร์พัฒนาคาร) ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ศาลากลาง จ.เชียงราย ห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราชติดถนนพหลโยธิน และโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ถนนบรรพปราการในเขตเทศบาลนครเชียงราย กำหนดฉีดพ่นน้ำวันละ 2 รอบ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. และเวลา 14.00 น. จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายต่อไป

ด้าน พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ได้นำเฮลิคอปเตอร์ออกบินสำรวจการเกิดไฟป่าตามแนวชายแดนตั้งแต่หมู่บ้านลิเซจนถึงบ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ซึ่งพบว่าอาจเกิดไฟป่าขึ้นอีก จึงได้จัดชุดปฏิบัติการดับไฟป่าและหมอกควันจำนวน 21 ชุด พร้อมยุทโธยปกรณ์ไปเตรียมพร้อมตามฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดน และสำรองชุดปฏิบัติเอาไว้อีก 2 ชุด เอาไว้ภายในค่ายเม็งรายมหาราชเขต อ.เมืองเชียงราย เพื่อพร้อมเข้าทำการสนับสนุนหน่วยต่างๆ ได้โดยทันทีต่อไป โดยมีการใช้ยานไร้คนขับหรือโดรนบินสำรวจจุดเสี่ยงเพื่อแจ้งข่าวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่นหรือทีบีซีไทย-เมียนมา ฝ่ายไทย ทาง พ.อ.ชาตรี ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังทีบีซีฝ่ายเมียนมา เพื่อให้ช่วยรณรงค์ให้งดการเผาทุกชนิดในช่วงนี้อย่างต่อเนื่องด้วยแล้ว

Previous articleคลังขยายศูนย์ราชการโซนC จ่อกู้1.5พันล้าน เร่งMDคนใหม่เซ็นสัญญา
Next article“กรณ์” แจง “สมคิด” ปชป. หนุน “อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ คือหลักสากล ชี้ นลท.หวั่น ส.ว.250 คน ชนวนขัดแย้ง