“พปชร.-ภูมิใจไทย” บุกเมืองคอน ชูแก้ยาง-ปาล์ม ไล่บี้ฐาน “ปชป.”

จังหวัดนครศรีธรรมราชนับเป็นจังหวัดที่มีการแข่งขันของพรรคการเมืองกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะนโยบายทางด้านเศรษฐกิจเกี่ยวกับการแก้ปัญหาสินค้าเกษตร เพื่อเตรียมเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง โดยหลายสิบปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ผูกขาดคะแนนเสียงมาอย่างต่อเนื่อง แต่การเลือกตั้งรอบนี้คาดว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ส่วนหนึ่งคือคนในพื้นที่บ่นระงมถึงความเบื่อหน่ายต่อพรรคประชาธิปัตย์ที่ครองตำแหน่งมายาวนานทั้งจังหวัด แต่ไม่มีผลงานที่ชัดเจนในการพัฒนา

โดยผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานจากจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า พรรคการเมืองตัวเต็งที่เปิดพื้นที่ช่วงชิงกันในตอนนี้มีอยู่ 2 พรรค คือ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้นำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.จ.) ของแต่ละพื้นที่มาลงสมัครผู้แทนในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยบรรดา ส.จ.เหล่านี้ในอดีตถือเป็นหัวคะแนนคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น ทำให้มีความคุ้นหน้าคุ้นตาและเข้าใจปัญหาในระดับจังหวัดได้เป็นอย่างดี

หนุนเกษตร-ประมง-ท่องเที่ยว

รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ผู้สมัคร ส.ส.เขตพื้นที่พรรคพลังประชารัฐ เขตเลือกตั้งที่ 1 นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายชัดเจนในเรื่องพื้นฐานโดยเฉพาะการพัฒนาคนเพื่อรองรับการแข่งขันทุนนิยมของโลก การแก้ปัญหาของประเทศจะเน้นการแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันผ่านนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมไปถึงแนวทางชดเชยการผลิต การกำหนดราคามาตรฐานของสินค้าเกษตร เช่น กำหนดราคาขั้นต่ำ และเพิ่มการชดเชย 3,000 บาท/ไร่ จากปัจจุบันกำหนดเงื่อนไขไว้ที่ 15 ไร่ ให้เพิ่มเป็น 30 ไร่ และครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิ

รวมถึงจะเร่งแก้ปัญหาการทำนาบริเวณลุ่มน้ำปากพนัง ที่มีพื้นที่นาข้าว 7 แสนไร่ แต่ทุกวันนี้ทำได้จริงเพียง 3 แสนไร่ เพราะมีปัญหาเรื่องของการดูดน้ำจากชลประทานลงสู่พื้นที่นาต้องใช้ต้นทุนสูง โดยมีแนวคิดดูดน้ำลงนาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมอาชีพชาวนา รวมถึงการทำโรงอบข้าวขนาดใหญ่เพื่อชะลอการขายข้าวให้ได้ราคาข้าวสูงขึ้น

ส่วนปัญหาประมงริมฝั่งจะมีการผ่อนผันการเข้มงวดเรื่องกฎหมายการจับกุมเพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงพื้นบ้านและริมฝั่ง โดยต้องมีการแยกกฎหมายโดยเฉพาะในพื้นที่นครศรีธรรมราช และจะไม่มีการตั้งกองทุนเพราะการตั้งกองทุนไม่เคยประสบผลสำเร็จ แต่จะมีการปรับเรื่องเครื่องมือประมงริมฝั่งแก้ปัญหาชาวประมงที่ยากจนไม่มีที่อยู่ทำกินจะมีกลไกเข้าไปช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ทางพรรคจะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาต่อยอดและพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวในจังหวัดนครศรีธรรมราช จะสนับสนุนกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งมีแนวคิดทำเรื่องท่องเที่ยว และร้านกาแฟ แต่มีปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ตั้งกองทุนดูแลเกษตรกร

ส่วน “ละม้าย เสนขวัญแก้ว” ผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย นครศรีธรรมราช กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเน้นการชูเรื่องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของราคาผลผลิต เพราะที่ผ่านมาราคาผลผลิตไม่ได้ตกต่ำ

โดยเฉพาะในต่างประเทศราคาดี แต่ราคาที่ประเทศไทยไม่ดี ทั้งราคายาง ปาล์ม และข้าว แต่มีสาเหตุมาจากราคาของพ่อค้าคนกลาง โดยกระบวนการหลักจากภาคเกษตรกำไร-ขาดทุนจะถูกผูกอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง เกษตรกรถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบมาโดยตลอด ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าไปจัดการให้เป็นประโยชน์กับเกษตรกร

“หากภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลจะมีการตั้งกองทุนให้ผู้ปลูกและกระบวนการดูแล เพราะภาครัฐมีตัวเลขเกษตรกรทุกคน ทั้งกระบวนการผลิต กระบวนการขาย และทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ แต่ที่ผ่านมากลับขาดการตรวจสอบและช่วยเหลือ ราคายางตกต่ำ ชาวสวนยางยากจน แต่ 5 เสือยางพารารวยเอา ๆ ตรงนี้ชี้ชัดได้แล้วว่า ราคาผลผลิตทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลไกตลาดและเป็นการถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางมากกว่า รัฐต้องเข้าไปจัดการปัญหาตรงนี้”

ปชป.ชูยางราคาเกิน 60 บาท

ในขณะที่ “วิทยา แก้วภราดัย” ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า การหาเสียงในครั้งนี้ ตนและพรรคประชาธิปัตย์ได้ชูนโยบายเรื่องเศรษฐกิจพื้นฐาน คือ การแก้ปัญหาเรื่องยางพารา และปาล์มตกต่ำชัดเจน โดยมีเป้าหมายว่าจะมีการประกันราคายางพาราจะต้องไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 60 บาท, ปาล์มจะต้องไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 4 บาท และข้าวราคาจะต้องไม่ต่ำกว่า 10,000บาท/เกวียน หากราคาตกต่ำกว่านี้จะต้องมีการอัดฉีดงบประมาณเข้าไป หากสูงกว่าก็ปล่อยเป็นไปตามกลไกของราคา

“สมัยที่ ปชป.เป็นรัฐบาลก็สามารถทำมาแล้ว และเรื่องการจ่ายเบี้ยให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย อายุ 60 ปีขึ้นไปจะจ่ายให้เดือนละ 1,000 บาท เพื่อเป็นการดูแล และจะเพิ่มเงินให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) คนละ 1,200 บาทต่อเดือน แบ่งเป็น เงินค่าตอบแทน 1,000 บาท และเงินออม 200 บาท และอีกประเด็น คือ เรื่องการประมง ที่ผ่านมารัฐบาลใช้ยากับภาคประมงแรงเกินไป ทำให้อาชีพประมงเจ๊งทั้งที่เป็นรายได้หลักของประเทศ อันนี้ก็ต้องแก้ไข”

อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองใดจะได้ที่นั่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช อาจต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายช่วยเหลือเหล่าเกษตรกรสวนยาง ซึ่งปวดร้าวใจจากราคาผลผลิตตกต่ำติดต่อกันมาหลายปี จนต้องหวังที่พึ่งสุดท้ายจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleสรรพสามิตดันทบทวนโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ ที่ได้รับผลกระทบจากลดปริมาณการรับซื้อ
Next articleเปิดตัว โรงพยาบาลชีวา ทรานสิชั่นนัล แคร์ (CHIVA TRANSITIONAL CARE HOSPITAL) ดูแล ฟื้นฟูสุขภาพหลังภาวะวิกฤติ เพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านอย่างปลอดภัย