“พิงคนคร” เดินหน้าลุยแผนงานปี’62 ตั้งเป้าไนท์ซาฟารีรายได้พุ่ง 250 ล.

“พิงคนคร” รุกแผนงานปี’62 เร่งปรับโครงสร้างพื้นฐานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ให้มีมาตรฐานขึ้นชั้นเวิลด์คลาส ตั้งเป้ารายได้พุ่ง 250 ล้าน เผย ธพส.เตรียมเข้าบริหารจัดการศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ

นายอนุชา ดำรงมณี กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานของสำนักงานพัฒนาพิงคนครในปี 2562 จะขับเคลื่อนโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมมุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาส โดยเน้นการต่อยอดทรัพยากรที่มีสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในการดำเนินงานเพื่อสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างสูงสุด ใน 3 ส่วน คือ ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม การบริหารจัดการอย่างโปร่งใส

ด้านการศึกษา ได้ร่วมกับคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาใช้พื้นที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นแหล่งศึกษาวิจัย ด้านการพัฒนาสังคม ในปีนี้ได้จัดกิจกรรมเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดทุนทรัพย์ และด้านการบริหารจัดการ จะพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้สอดรับงานด้านการบริการ และระบบบริหารจัดการภายในที่สามารถตรวจสอบได้ รวดเร็ว โดยใช้ระบบการชำระเงินด้วย QR code ให้บริการผ่านระบบ E-Payment ลดการใช้เงินสด รวมทั้งตั้งเป้าการรองรับการให้บริการ We chat แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน

นายอนุชากล่าวว่า ในปีนี้ยังมีแผนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีหลายส่วน เช่น โครงการปรับปรุงลานน้ำพุ สร้างอาคารขายตั๋วใหม่ และปรับปรุงสวัสดิภาพของสัตว์ ซึ่งปีนี้ได้งบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล 145 ล้านบาท ที่จะนำมาบริหารจัดการทั้งโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ ขณะเดียวกันจะนำเงินสะสมของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่มีอยู่ราว 1,000 ล้านบาท นำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีด้วย คาดว่าจะใช้เงินในการพัฒนาทั้งสิ้นราว 200 ล้านบาท (เงินสะสม+เงินอุดหนุนจากรัฐ) ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายในปี 2562 เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจะมีรายได้เพิ่มเป็น 250 ล้านบาท จาก 220 ล้านบาทที่เป็นรายได้ของปี 2561

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยนำสื่อออนไลน์มาใช้ในการดำเนินงานของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศ และขยายฐานนักท่องเที่ยวให้มีความหลากหลาย รวมทั้งรักษาฐานลูกค้าเดิม ผ่านช่องทาง Youtube, Facebook, Line, Wechat และเว็บไซต์

สำหรับการดำเนินงานของศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ หลังจาก ครม.เห็นชอบร่างกฤษฎีกา ในวันที่ 2 มกราคม 2562 ซึ่งมีระยะเวลา 60 วัน ในการลงพระปรมาภิไธย ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 2 มีนาคม 2562 นั้น ส่งผลให้ในขณะนี้ยังไม่มีการส่งมอบศูนย์ประชุมฯ ให้กับกรมธนารักษ์ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ก็จะดูแลการดำเนินงานตามภารกิจเดิมต่อไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ล่าสุดจากการสอบถามกรมธนารักษ์ คาดว่าจะมอบให้บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เข้ามาดำเนินงานในระยะ 3 ปีแรก ซึ่งมีเครือข่ายในการเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้จัดการประชุมและแสดงสินค้าขนาดใหญ่ ที่สามารถดึงการประชุม หรืออีเวนต์ขนาดใหญ่ เข้ามาใช้พื้นที่ของศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯเชียงใหม่ได้ในอนาคต

นายอนุชากล่าวต่อว่า ในช่วงปิดเทอมนี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมชมความน่ารักและร่วมตั้งชื่อให้สมาชิกใหม่ “ลูกสมเสร็จบราซิล” หรือ “สมเสร็จอเมริกาใต้” เพศเมีย วัย 1 เดือน ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมในส่วนแสดงซาวันนาซาฟารี โดยสมเสร็จบราซิล เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในป่าดงดิบลุ่มน้ำอะเมซอน ทวีปอเมริกาใต้ พบตั้งแต่ประเทศเวเนซุเอลา, โคลอมเบีย, บราซิล และอาร์เจนตินา ปัจจุบันในประเทศไทยมีการเพาะเลี้ยงที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีแห่งเดียว ผู้ที่สนใจร่วมตั้งชื่อให้สมาชิกใหม่ สามารถส่งชื่อมาได้ที่ Facebook : เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari หรือ [email protected]: nightsafai