“กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม” รุกดึงดิจิทัลหนุนเอสเอ็มอี ดันเพิ่มศักยภาพ 130 กิจการทุกภูมิภาค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เดินหน้าโครงการ Digital for SMEs นำระบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นระบบ หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตั้งเป้า SMEs 130 กิจการจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศใน 3 สาขาหลัก ทั้งภาคการผลิต ภาคการค้า และบริการ สามารถสร้างยอดขาย ลดต้นทุนการผลิต

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันการแข่งขันทางการค้าและระบบเศรษฐกิจโลกมีการปรับเปลี่ยนจากเดิม โดยมีปัจจัยที่สำคัญส่วนหนึ่งมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีระบบ เกิดประสิทธิภาพ และก้าวทันเทคโนโลยี ดังนั้นการนำระบบดิจิทัลมาใช้จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะโปรแกรมซอฟต์แวร์สำเร็จรูป ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้จะช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานและลดปริมาณการใช้กระดาษแล้ว ยังให้บริการบนระบบคลาวด์ (Cloud) ซึ่งเป็นระบบประมวลผลเก็บข้อมูล โดยผู้ประกอบการสามารถดึงข้อมูลจากที่ใดของโลกก็ได้ที่มีอินเตอร์เน็ต และสามารถใช้งานได้พร้อมกันหลายคน ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ง่ายต่อการบริหารจัดการ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความรู้ในการนำระบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม

สำหรับภาคการผลิต 13 สาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ 1. อาหารแปรรูป 2.เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3.ยานยนต์และชิ้นส่วน 4.เซรามิกและแก้ว 5.รองเท้าและเครื่องหนัง 6.สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 7.เหล็ก 8.ยา 9.พลาสติก 10.เครื่องจักรกล 11.ซอฟต์แวร์ 12.สิ่งพิมพ์ และ 13.อู่ต่อเรือ นอกจากนี้ยังรวมถึงภาคการค้า และบริการ และสาขาอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“สำหรับการดำเนินงาน จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและโปรแกรมซอฟต์แวร์สำเร็จรูปจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ซอฟต์แวร์ฯ เข้าเยี่ยมสถานที่ประกอบกิจการ เพื่อให้คำปรึกษาและวินิจฉัยธุรกิจ เพื่อคัดสรรระบบซอฟต์แวร์บริหารจัดการธุรกิจที่เหมาะสมกับกิจการนั้น ๆ เช่น ระบบการผลิต การขาย การบัญชี การบริหารบุคคล และการจัดการสินค้าคงคลัง โดยให้บริการผ่านระบบ Cloud Computing ในรูปแบบ SaaS สามารถใช้งานได้โดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป หันมาซื้อสินค้าและบริการผ่านออนไลน์ รวมถึงทำธุรกรรมอื่นๆ ผ่านออนไลน์มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการทำการตลาดใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการ” อธิบดีกล่าว

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าโครงการทั้งหมดจะสามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้มีรายได้เข้าประเทศถึงปีละ 1 พันล้านบาท แนวโน้มในอนาคตจะมีมูลค่าที่สูงขึ้น หากเอสเอ็มอีไทยหันมาใช้นวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น

Previous articleทรูรุกเจาะ”แท็กซี่-พี่วิน” เปิดแอปTrueRyde รับชำระค่าโดยสารพร้อมสะสมแต้มพิเศษ
Next articleผู้ร่วมก่อตั้ง “Map of the Money” ย้ำสตาร์ตอัพคือคีย์สำคัญธุรกิจใหญ่ ต้องฉลาดหา “พาร์ตเนอร์”