“เจ้าสัวรังนกไทย” รุกตลาดพร้อมดื่มหมื่นล.

“เจ้าสัวรังนกไทย” จาก จ.ตรังผงาด รุกแชร์ส่วนแบ่งตลาด “ผลิตภัณฑ์รังนกแปรรูปพร้อมดื่ม” มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเกือบเท่าตัว ตีตลาดส่งออก จีน-ไต้หวัน-ฮ่องกง” พร้อมจับมือพันธมิตรโรงแรม-บริษัทนำเที่ยว “เปิดบูท” ขายตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวจีนนิยมไปทั่วประเทศ คาดภายใน 2 ปีนี้ดันยอดขายได้พุ่ง ตั้งเป้าปี 2562 เติบโตไม่ต่ำกว่า 20-25%

นางสาวสุธิดา สุนทรนนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจ้าสัวรังนกไทย บายวิวธุรกิจ กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์รังนก จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจจำหน่ายรังนกยังสดใส และเปิดกว้าง เนื่องจากยังมีผู้ประกอบการน้อยมากไม่ถึง 5% ทำให้ตลาดขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นปีนี้บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 20-25% ทั้งผลิตภัณฑ์รังนกนางแอ่นกึ่งสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์รังนกแปรรูปพร้อมดื่ม ซึ่งปีนี้มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตจาก 50 กิโลกรัมต่อเดือน หรือประมาณ 600 กิโลกรัมต่อปี มูลค่าผลผลิตต่อปีไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เพิ่มเป็น 70-80 กิโลกรัมต่อเดือน หรือเกือบ 1 ตันต่อปีให้ได้ภายในสิ้นปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทได้ให้ความสำคัญในการหันมาทำตลาดภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยวางแผนเปิดบูทจำหน่ายสินค้าตามโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ที่ชาวจีนนิยมไปเที่ยวทั่วประเทศ และตั้งเป้าว่าภายใน 2 ปีนี้จะสามารถเปิดบูทได้ทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการส่งออกแบ่งเป็น 80% และจำหน่ายตลาดในประเทศอยู่ที่ 20% เป็นอย่างน้อย โดยจะเน้นการสร้างพันธมิตรกับบริษัทนำเที่ยวต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวซื้อรังนกกลับไปเป็นของฝากเพิ่มมากขึ้น

“โดยเฉพาะตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ จีน ไต้หวัน และฮ่องกง ประชาชนนิยมบริโภครังนกจำนวนมาก แม้จะมีประเทศคู่แข่งสำคัญอย่างประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย แต่รังนกจากประเทศไทยถือว่ามีคุณภาพมากที่สุดในโลก จึงได้รับความนิยมจากลูกค้ามากกว่าประเทศอื่น ๆ โดยการส่งออกรังนกไปยังประเทศจีนนั้นถือว่าได้ราคาดีมาก จากราคาขายที่ประเทศไทย 80,000-100,000 กว่าบาทต่อกิโลกรัม แต่หากส่งไปจำหน่ายที่ประเทศจีนสามารถทำราคาขายได้ 300,000-400,000 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้มูลค่าการตลาดเฉพาะที่ถูกต้องตามกฎหมายหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ไม่นับรวมตลาดใต้ดินที่มีมูลค่าการตลาดอย่างมหาศาล”

นางสาวสุธิดากล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาทำธุรกิจรังนกมากว่า 15 ปีแล้ว เนื่องจากเดิมมีบ้านอยู่ในอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง มีนกนางแอ่นเข้ามาทำรังแล้วตนก็เก็บไปขาย ปรากฏว่าได้ราคาดีมาก จากนั้นจึงหันไปศึกษาเรื่องการเลี้ยงนกนางแอ่นอย่างจริงจังและเริ่มเลี้ยงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนปัจจุบันมีฟาร์มและโรงงานแปรรูปรังนกนางแอ่นได้เอง แต่ทุกวันนี้กำลังการผลิตรังนกดิบของฟาร์มบริษัทเองยังผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงต้องหาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นจากการไปประมูลรังนกนางแอ่นตามจังหวัดต่าง ๆ เดือนละประมาณ 2 ครั้ง แต่ต้องแข่งกับพ่อค้าชาวจีนที่เข้ามาเป็นคู่แข่งขันในการประมูล โดยการประมูลจะแบ่งราคารังนกออกเป็น 3 เกรด แยกเป็น เกรดรวม เกรดสวย และเกรดดี ถ้าเป็นเกรดรวมราคาประมาณ กก.ละ 30,000 บาท ส่วนเกรดดีจะมีรังนกดิบและรังที่ทำความสะอาดแล้ว ราคากิโลกรัมละประมาณ 80,000 บาท

สำหรับการทำตลาดภายในประเทศนั้น ทางบริษัทจะมีเซลส์ออกไปแนะนำและจำหน่ายสินค้าในแต่ละจังหวัด เปิดตลาดเข้าสู่กลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพ ส่วนรังนกที่นำมาแปรรูปนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรังนกบ้าน ซึ่งบริษัทถือเป็นผู้ผลิตอันดับต้น ๆ ของประเทศที่ส่งสินค้าออกจำหน่ายในต่างประเทศ และไม่มีปัญหาในเรื่องข้อกฎหมาย เนื่องจากส่งผ่านพ่อค้าคนกลางแทนการส่งจำหน่ายเอง และหันมาเปิดตลาดกลุ่มทัวร์มากขึ้น ทั้งนี้ ประเทศจีนกำหนดให้ประชาชนสามารถนำรังนกเข้าประเทศได้ไม่เกิน 200 กรัมต่อคน

“ทางบริษัทจะเน้นการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านคุณภาพมีความสะอาด คงสภาพให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด ทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั่วไป ตอนนี้มีกลุ่มคนรักสุขภาพขยายวงกว้าง มีความต้องการมากขึ้น ดังนั้น บริษัทจึงมั่นใจว่ารังนกแบรนด์เจ้าสัวรังนกไทย จะเป็นที่นิยมของลูกค้าทั่วโลก” นางสาวสุธิดากล่าวและว่า


ขณะนี้จังหวัดตรังมีผู้ประกอบการเลี้ยงรังนกประมาณ 70 หลัง ส่วนใหญ่เป็นบ้านที่ตกแต่งต่อเดิมเพื่อการเลี้ยงนกโดยเฉพาะ ไม่ได้เป็นตึกคอนโดฯนกที่สร้างขึ้นมาเพื่อเลี้ยงนกโดยเฉพาะ เมื่อสร้างเสร็จนกจะเข้าไปอาศัยใช้ระยะเวลา 6 เดือน นกจะแต้มน้ำลายเพื่อทำรัง หลังจาก 6 เดือนเก็บรังนกไปแล้วนกจะทำรังใหม่อีก 45 วัน