เกาหลีป่วนทุนไทย “นาคราชนคร” สปป.ลาว

เกาหลีใต้แสบทำผู้ร่วมทุนไทยช็อก ให้ข้อมูลเท็จ โดนทางการลาวบุกไล่พ้น “โครงการนาคราชนคร”มูลค่า 500 ล้าน ล่าสุดแจ้งจับ “วี คีบ๊อค” ผู้ร่วมทุนเกาหลีใต้ข้อหา”ยักยอกทรัพย์”ได้แล้ว พร้อมเร่งเจรจาทางการลาวเข้าพัฒนาโครงการต่อ

นายอรรถสิทธิ์ คุณูปถัมภ์ ผู้รับอำนาจแทน บริษัท เอเอซี กรีนซิตี้ ลาว จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนที่พัฒนาโครงการนาคราชนคร แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้แจ้งความร้องทุกข์ไปยังทางการ สปป.ลาว และ สภ.เมืองเชียงราย ให้ติดตามหาตัวนายวี คีบ๊อค สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งเคยได้รับมอบหน้าที่จากบริษัทให้ดูแลกิจการต่าง ๆ ในข้อหา “ยักยอกทรัพย์” และ “หมิ่นประมาท” หลังจากบริษัทได้รับสัมปทานจากรัฐบาล สปป.ลาว ให้ดำเนินโครงการนาคราชนคร บนเนื้อที่ 1,200 ไร่ เป็นเวลา 40 ปี และได้พัฒนามา 10 ปีจนถึงปี 2560 พบว่ามีกิจการโรงแรม เขตปลอดภาษี อาคารพาณิชย์ สถานีเติมน้ำมัน จุดขนส่งสินค้า พัฒนาพื้นที่ทางการเกษตร ฯลฯ แต่ปรากฏว่านายวี คีบ๊อค ได้อ้างสิทธิ์เหนือโครงการและให้การเท็จกับเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว จนทำให้ทางสปป.ลาว ใช้อาวุธบุกเข้าไปภายในโครงการและให้พนักงาน 40-50 คน ออกจากพื้นที่ทั้งหมด และได้ย้ายมาอยู่ที่โรงแรมนาคราชนคร เชียงของ อ.เชียงของ เป็นการชั่วคราวแล้ว

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การเข้าไปลงทุนโครงการต้องหยุดชะงักไปโดยสิ้นเชิง หลังจากลงทุนไปประมาณ 500 ล้านบาท ล่าสุดบริษัทได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายวี คีบ๊อค เพื่อคลี่คลายเรื่องดังกล่าว กระทั่งล่าสุดศาลได้อนุมัติหมายจับนายวี คีบ๊อค กระทั่งเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2562 ได้รับแจ้งว่าตำรวจ สปป.ลาว ได้จับกุมตัวได้แล้ว และควบคุมตัวอยู่ที่นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว

หลังเกิดเหตุเข้ายึดโครงการผ่านมา 1 ปี 4 เดือนแล้ว ล่าสุดบริษัทได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว เพื่อขอให้ส่งตัวนายวี คีบ๊อค มาดำเนินคดีฝั่งไทย และจะได้หารือเรื่องโครงการที่มีการกล่าวอ้างจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว เข้าไปยึดโครงการเพื่อจะได้กลับเข้าไปลงทุนตามสัญญาสัมปทานต่อไป

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทได้รับความเสียหายอย่างมาก เพราะลงทุนไปแล้ว และต้องทิ้งอาคาร และทรัพย์สินต่าง ๆ ไว้จำนวนมาก และไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในโครงการ ซึ่งทางบริษัทไม่ได้กล่าวโทษผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว หรือผู้ใด เรากล่าวโทษเพียงนายวี คีบ๊อค ที่เป็นผู้วางแผนและสั่งการทั้งหมดเพียงคนเดียว ทั้งเรื่องการยักยอกทรัพย์และยังมีการส่งข้อความมาข่มขู่นักลงทุนไทยอีกด้วย นอกจากนี้ ความเสียหายยังเกิดกับนักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปร่วมลงทุนในโครงการ เพราะเอเอซีฯคือการร่วมทุนระหว่างทวีปเอเชียและแอฟริกา ซึ่งที่ผ่านมามีนักลงทุนเกาหลีใต้รายอื่นสนใจลงทุนในโครงการ แต่ประสบเหตุ ในวันที่ทางการลาวส่งกองกำลังบุกเข้ายึดโครงการ จนตื่นตกใจหนีกลับประเทศไปแล้ว ทำให้โครงการสูญเสียโอกาสการลงทุนไปเป็นอย่างมาก เราจึงคาดหวังว่าทาง สปป.ลาว จะนำตัวนายวี คีบ๊อคส่งมาให้ทางตำรวจไทยดำเนินคดี และจะได้ดำเนินการด้านเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพื่อแจ้งให้ทางการ สปป.ลาว ได้รับทราบสิทธิ์ที่แท้จริงในโครงการ และจะได้กลับเข้าไปลงทุนเพิ่มเติมต่อไป แต่จะเดินหน้าโครงการอย่างไรนั้น คงต้องมีการปรึกษาหารือกันในกลุ่มทุนในอนาคตต่อไป แต่ช่วงนี้ขอให้สามารถกลับเข้าไปลงทุนได้ก่อน” นายอรรถสิทธิ์กล่าว

ด้านพระแด ซอง ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งนำนักลงทุนจากประเทศเกาหลีใต้จำนวน 9 ราย เข้ามาลงทุนในโครงการดังกล่าว กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธบุกเข้าไปในโครงการ ตนและผู้ประกอบการที่จะเข้าไปลงทุน มูลค่า 100 ล้านบาท ได้ไปดูพื้นที่และพักอาศัยอยู่ภายใน แต่ปรากฏว่าช่วงนั้นได้มีการใช้กำลังบุกเข้าไป ทำให้ตนได้หลบหนีไปทางด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และข้ามมายังฝั่งไทยได้อย่างหวุดหวิด ส่วนลูกศิษย์อีก 9 คนถูกควบคุมอยู่ภายใน พร้อมกับพนักงานโครงการ และต่อมาได้ถูกปล่อยตัวแล้วจึงเดินทางกลับประเทศเกาหลีใต้ด้วยความตื่นตกใจกันหมดแล้ว ทั้งนี้ ปัจจุบันนักลงทุนรับทราบเรื่องราวข้อเท็จจริง และหากว่าพื้นที่มีความพร้อมก็จะกลับมาลงทุนอีกเช่นเดิม


รายงานข่าวแจ้งว่า โครงการนาคราชนครดำเนินการโดยบริษัท เอเอซี กรีนซิตี้ ลาว จำกัด เกิดขึ้นจากการร่วมทุนระหว่างนักลงทุนไทยและเกาหลีใต้ ได้รับสัมปทานจากรัฐบาล สปป.ลาว ให้พัฒนาโครงการบนพื้นที่ 1,200 ไร่ พื้นที่บ้านดอนขี้นก เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากจุดก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมระหว่างเมืองห้วยทราย กับ อ.เชียงของ จ.เชียงราย บนถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีน ประมาณ 300 เมตร และห่างจากสนามบินห้วยทราย ประมาณ 6 กิโลเมตร โดยโครงการมุ่งพัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว-สินค้าปลอดภาษีครบวงจร ตั้งเป้าลงทุนตั้งแต่ปี 2550 มูลค่ากว่า 1,320 ล้านบาท