17 จังหวัดเหนือจัดตลาดนัดชายแดน ดึงเมียนมา-ลาวร่วมบิสคลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สปป.ลาวโดยสำนักงานพาณิชย์ จ.เชียงราย ร่วมกับพาณิชย์ 17 จังหวัดภาคเหนือ เครือข่ายธุรกิจบิสคลับ ประเทศไทย และหอการค้า จ.เชียงราย ร่วมกันจัดกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสินค้า “ตลาดนัดชายแดนภาคเหนื” (Northern Thailand Border Trade Fair 2019) ขึ้น ณ สนามฝึกยุววรรณ เขตเทศบาล ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-4 ส.ค.2562 นี้

โดยภายในงานกำหนดให้มีการจัดวางจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพของผู้ประกอบการธุรกินขนาดกลางและย่อมหรือเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการค้าชายแดนในกลุ่ม 17 จังหวัดดังกล่าวจำนวน 150 ร้าน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าจากผู้ประกอบการจากประเทศมียนมาและ สปป.ลาว อีกจำนวน 15 ร้านรวมทั้งหมดเป็นจำนวน 165 ร้าน โดยสินค้าต่างๆ ล้วนมีการคัดสรรสินที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานรวมทั้งชนะเลิศระดับต่างๆ เช่น ข้าวหอมมะลิจาก อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ที่พึ่งชนะเลิศในปี 2562 และอื่นๆ จากทั้ง 17 จังหวัดมากมาย ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.เพื่อรองรับการปิดด่านพรมแดนเวลา 21.00 น.รวมทั้งมีการแสดงดนตรี ศิลปวัฒนธรรมและมินิคอนเสิร์ตตลอดงานทั้ง 5 วันด้วย

นางวนิดา ทิพย์ศักดิ์ พาณิชย์ จ.เชียงราย กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมหรือเอสเอ็มอีจาก 17 จังหวัดภาคเหนือให้ก้าวไปสู่ตลาดการค้าชายแดน เพราะพาณิชย์จังหวัดต่างๆ ดังกล่าวจะได้คัดสรรสินค้าคุณภาพดีของแต่ละจังหวัดไปจัดแสดงครบครัน รวมทั้งยังจะมีผู้ประกอบการจากประเทศต่างๆ เดินทางไปชมสินค้าและมีกิจกรรมเชื่อมโยงทางธุรกิจหรือบิสเน็ต แม็ชชิ่ง ระหว่างเจ้าของสินค้ากับผู้ประกอบกอบการจากประเทศเมียนมา สปป.ลาว ที่เดินทางไปร่วมกว่า 20 รายด้วย ทั้งนี้ในปี 2561 ประเทศไทยมีมูลค่าการค้าชายแดนมูลค่ารวม 1,392,629 ล้านบาทและในปี 2562 นี้ก็ตั้งเป้าให้ถึงระดับ 1.6 ล้านล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นอีก 15% ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนเพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าของผุ้ประกอบการจาก 17 จังหวัดภาคเหนือมีตลาดเชื่อมกับการค้าชายแดนได้ต่อไป

นางณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณิชย์ จ.อุตรดิตย์ กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของภาคเหนือตอนล่าง 1 และ 2 ที่มียุทธศาสตร์การเป็นระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เชื่อมแขวงไชยะบุรี สปป.ลาว-ด่านภูดู่ อ.แม่สอด จ.ตาก เข้าไปยังด่านเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ทำให้สามารถเชื่อมโยงการค้ากับด่านทางภาคเหนือได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะทั้ง 2 จังหวัดมีสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์มากมาย เช่น สินค้าเหล็กน้ำพี้ เครื่องเงินสุโขทัย นมเทียนเสวย ทุเรียนหลงหลิน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ ซึ่งในวันจัดงานจะคัดสรรนำไปร่วมงานให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ

นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า ผู้ประกอบการผลิตสินค้ามักจะพบปัญหาเดิมๆ คือมีสินค้าแล้วไม่มีตลาดขายโดยเฉพาะการจะเข้าถึงตลาดต่างประเทศ ดังนั้นการจัดงานจึงจะช่วยขยายตลาดของ 17 จังหวัดไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านและยังส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองชายแดนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ล่าสุดเมื่อตนนำคณะหอการค้า จ.เชียงราย เดินทางไปเยือนเมืองตองจี เมืองเอกของรัฐฉาน ประเทศเมียนมา พบว่าสินค้าไทยถูกวางจำหน่ายในรัฐฉานจำนวนมากเพราะได้รับความนิยมจากคนเมียนมาหรือแม้แต่คนจีนสูงมาก ขณะที่รัฐฉานมีการค้าชายแดนระหว่างด่านมูเซกับจีนตอนใต้มูลค่ากว่า 75% ของการค้าชายแดนทั้งหมดของประเทศเมียนมา ทำให้การจัดงานครั้งนี้ซึ่งจะมีทั้งการนำสินค้า 17 จังหวัดภาคเหนือไปจัดแสดงและมีบิสเน็ตแม็ชชิ่งกันด้วย เป็นโอกาสในการแสวงหาตลาดของสินค้าไทย โดยเฉพาะระดับเอส-  เอ็มอีได้เป็นอย่างดี

ด้านนายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานบิสคลับ ประเทศไทย กล่าวว่า บิสคลับมีการคัดสรรสินค้าในกลุ่มโดยแบ่งเป็นจำนวน 5 กลุ่มคือกลุ่มอาหารและเครื่องปรุงรส กลุ่มเครื่องสำอาง กลุ่มข้าว กลุ่มกาแฟ และกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันมีการคัดสรรเพื่อนำไปนำเสนอทางออนไลน์หรือแพลตฟอร์มไว้แล้ว และจะเปิดตัวในวันที่ 29 ก.ค.นี้ ดังนั้นการจัดกิจกรรมที่ชายแดน อ.แม่สาย โดยมีผู้ประกอบการจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมจึงจะเป็นอีกเวทีที่ทางบิสคลับจะได้เชิญชวนให้ประเทศเพื่อนบ้านได้นำผลิตภัณฑ์มา พัฒนาเพื่อเข้าสู่แพลตฟอร์มร่วมกัน เพราะการค้าปัจจุบันต้องเดินไปพร้อมๆ กันจะแข่งขันกันอย่างเดียวไม่ได้ โดยเฉพาะปัจจุบันการค้าออนไลน์มีอิทธิพลสูง สามารถขายสินค้าไปได้ทั่วโลกจึงต้องมีความหลากหลาย และที่สำคัญมีคุณภาพดีตรงกับความต้องการของตลาดด้วย ซึ่งหลังจากนี้ทางบิสคลับยังจะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในเวทีต่งาๆ ทั้งที่เมืองย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา และแขวงต่างๆ ของ สปป.ลาว เพื่อให้พัฒนาสินค้าเข้าสู่แพลตฟอร์มเพื่อขายไปทั่วโลกพร้อมกันต่อไป

Previous article“ประยุทธ์ 2” อยู่หรือคว่ำ!! เช็กโปรไฟล์ 10 รัฐมนตรีทีมปากท้อง กู้เครื่องยนต์เศรษฐกิจดับ
Next article“จีรังกรุ๊ป”ยกระดับสู่ศูนย์การแพทย์ทางเลือก ปั้น“จีรัง รีทรีท”หนุนเชียงใหม่ Wellness City