กกร.สงขลาชง รมว.ท่องเที่ยวฯแก้ปมด่านไทย-มาเลย์

จี้รัฐแก้ปัญหา - คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน จ.สงขลา (กกร.จังหวัดสงขลา) ได้ประชุมเพื่อรวบรวมปัญหาต่าง ๆ นำเสนอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่เดินทางไปจ.สงขลาวันที่ 17 ส.ค.

กกร.จังหวัดสงขลาเตรียมชง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา 17 สิงหาคม ผลักดันแก้ปัญหาด่านเข้าออกชายแดนไทย-มาเลเซีย การอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว พร้อมเร่งก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา, รถไฟรางคู่ หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์, ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ด้าน “หมอเกรียงศักดิ์” ชงกระทรวงการท่องเที่ยวฯรับรองแบรนด์ “หาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มซิตี้” สร้างความเชื่อมั่นตลาดต่างประเทศ

นายวิศพงศ์ สิริธนนนท์สกุล ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน จ.สงขลา (กกร.จังหวัดสงขลา) ว่า ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ดังนั้น ทาง กกร.จังหวัดสงขลาจึงได้จัดประชุม เพื่อให้แต่ละองค์กรจัดทำข้อมูล รวบรวมประเด็นความต้องการ และสิ่งที่จะให้รัฐมนตรีเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา

นายสุรพล กัมพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ภาพรวมหลายองค์กรภาคเอกชน จะนำเสนอประเด็นเดิม ๆ คือ เรื่องการแก้ไขปัญหาด่านเข้าออกระหว่างชายแดนไทย-มาเลเซีย การบริการอำนวยความสะดวก โครงการมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-ชายแดนไทย-มาเลย์ (สะเดา), โครงการรถไฟรางคู่หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2

ทางด้าน นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา เจ้าของคลินิก นพ.เกรียงศักดิ์ พญ.พิพิธพร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 ส.ค.นี้จะนำโครงการหาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มซิตี้ และโครงการศูนย์การรักษาโรคด้วยกัญชาเสนอต่อนายพิพัฒน์ ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่มมีความพร้อมด้านทรัพยากร ทั้งตัวโรงพยาบาลรัฐและเอกชน บุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์เทคโนโลยีทันสมัย พยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ซึ่งมีตึกพรีเมี่ยม 300 เตียง โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ 3 แห่งใน อ.หาดใหญ่มาเข้าร่วมสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งได้รับงบประมาณ 1,300 ล้านบาท พร้อมกับสร้างตึกพรีเมี่ยมได้ประมาณ 200 เตียง

“ตอนนี้รอเพียงรัฐบาลเห็นชอบในโครงการ และรับเป็นเจ้าภาพรับรองแบรนด์ จะทำให้โครงการได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศทันที เนื่องจากรัฐบาลมีศักยภาพ มีความพร้อมในการทำตลาด และทำการประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะถ้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพทำการตลาด จะประสบความสำเร็จอย่างสูง และจะเป็นโมเดลให้กับจังหวัดชายแดนไทย เช่น จ.เชียงใหม่ อุดรธานี นครราชสีมา จะสามารถทำโครงการเมดิคอลทัวริซึ่มซิตี้ได้ และจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม รวมถึงเมืองคุนหมิง ประเทศจีน ส่วนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะเป็นเซ็นเตอร์ตอนล่าง ต้อนรับชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซียเป็นจำนวนมหาศาลแล้ว หากคิดราคาขั้นต่ำประมาณ 100,000 บาท/คนที่เข้ามาใช้บริการ ก็เป็นเม็ดเงินแสนล้านบาทต่อปี ที่จะสะพัดเข้ามาใน อ.หาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียง”

ทางด้านภาคธุรกิจการท่องเที่ยวในกลุ่มมัคคุเทศก์อาชีพ ได้มีการนำเสนอประเด็น เช่น ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ สภ. ตำรวจทางหลวง เรื่องประเด็นการสื่อสารภาษาขาดความชำนาญงาน การอำนวยความสะดวกมีอุปสรรค โดยเฉพาะด่านตรวจคนเข้าเมือง จะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการรอคอยการเข้าออก และเรื่องเจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันตรวจสอบ ตรวจค้น รถ และจับกุม และมีการตั้งข้อหาไม่ตรงข้อเท็จจริง จนเกิดเป็นปัญหาต่อนักท่องเที่ยว และในที่สุดนักท่องเที่ยวก็ยุติการเดินทางมาท่องเที่ยว จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในหาดใหญ่สงขลา และจังหวัดใกล้เคียง

Previous articleแสนสิริกาง 5 ปีผุดโรงแรมทั่วโลก 25 เมือง
Next articleการจัดการศึกษาท้องถิ่น มุ่งส่งเสริมการพัฒนาสู่อนาคต