เชียงรายจัดวิ่ง-กินนานาชาติต่อจากโอซาก้า “กิโลรัน เชียงราย 2019”

ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จ.เชียงราย เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งวางตัวเป็นเมืองแห่งสปอร์ตซิตี้ นอกจากนี้ยังเป็น 1 ใน 3 เมืองแห่งศิลปะของประเทศไทย ในปี 2561 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศไปเยือนกว่า 3,632,245 คน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 5.52% สร้างรายได้เข้าจังหวัด 28,548.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.57% โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากที่สุดคือชาวจีน รองลงมาคือฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ คาดว่าจะทำให้ขยับจากเมืองท่องเที่ยวเมืองรองเป็นเมืองหลักได้ในอนาคต ดังนั้นจึงมีกิจกรรมต่างๆ สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุดทางโดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย กลุ่มบริษัทอินเด็กซ์ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) จึงได้มีกำหนดจัดวิ่ง “กิโลรัน เชียงราย 2019” ขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อเป็นการออกกำลังกายที่แปลกใหม่สำหรับให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยการจัดการวิ่งและมีเมนูอาหารชื่อดังรองรับตามรายทางด้วย

ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ กล่าวว่า รายการวิ่งครั้งนี้มีความแตกต่างคือไม่ใช่วิ่งเพื่อความแข็งแกร่งหรือความเร็วอย่างเดียวแต่ยังมีเรื่องการกินเข้าไปด้วย ส่วนสถานที่ที่วิ่งผ่านต่างมีความสำคัญ เช่น ศาลากลาง จ.เชียงราย หลังเก่า ที่เป็นจุดเริ่มต้นและเส้นชัยนั้นสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย วัดพระสิงห์และวัดพระแก้วที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน หอนาฬิกาที่สวยที่สุดออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ฯลฯ ส่วนเมนูอาหารที่นำมาเสนอให้กับนักวิ่งได้รับประทานนั้นได้รับการคัดสรรที่มีชื่อเสียงอย่างน้อย 8 เมนู เช่น น้ำเงี้ยวป้าสุข ไส้อั่วป้าน้อง ข้าวซอยวิจิตรา บัวลอยป้าอ้วน ไอติมลุงชม ต้มเลือดหมูสหรส แกงฮังเลและข้าวเหนียวร้านเอกโอชา ฯลฯ โดยแต่ละร้านนั้นตามปกติต้องไปหาซื้อกันเร็วกว่าปกติเพราะจะขายจนหมดโดยเร็วทุกวันแม้แต่คนเชียงรายเองก็ยังขนขวายไปกินกันแถมด้วยเค้กที่ร้านเมลท์ อิน ยัวร์ เมาท์ ด้วย

น.ส.กรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย กล่าวว่าการวิ่งกิโลรันดังกล่าวจะจัดขึ้นเป็น 2 ช่วงคือการวิ่งตามปกติในช่วงเช้าโดยแบ่งเป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่ศาลากลาง จ.เชียงราย หลังเก่าไปตามถนนสิงหไคลสู่วัดพระสิงห์-วัดพระแก้ว โรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่เก่าแก่ของเชียงราย หอนาฬิกา-ห้าแยกพ่อขุน-สะพานแม่น้ำกก-ผ่านวัดร่องเสือเต้นหรือวัดสีน้ำเงินที่เลื่องชื่อ-สะพานขัวพญามังราย-และกลับสู่จุดเริ่มต้น ส่วนระยะทาง 5 กิโลเมตร เริ่มจากจุดเดียวกันแต่วนกลับเมื่อถึงหอนาฬิกาโดยไม่ต้องข้ามสะพานแม่น้ำกก ส่วนกิจกรรมวิ่งชิมอาหารหรือเคจี (KG) นั้นจะเริ่มในช่วงเย็นตั้งแต่ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย หน้าศากลาง จ.เชียงราย หลังเก่าระยะทางประมาณ 2.8 กิโลเมตร โดยภายในลานก็จะมีเมนูอาหารต่างๆ จำนวนมากอยู่แล้ว แต่ตามรายทางจะมีร้านดังๆ จำนวน 8 ร้าน และหากร้านใดอยู่นอกเส้นทางก็จะยกมาให้บริการทั้ง 8 ร้านดังกล่าว

ด้านนายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทอินเด็กซ์ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) และเป็นผู้อำนวยการสร้างสรรค์ “กิโลรัน เชียงราย 2019” ในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นระดับนานาชาติที่ทางอินเด็กซ์ฯ สนับสนุนด้วยการตระเวนจัดตามประเทศต่างๆ รวมทั้งกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยจัดมาแล้ว 4 ประเทศ 6 สนามคือที่กรุงเทพฯ ของประเทศไทย บาหลีของประเทศอินโดนีเซีย ฮานอยของประเทศเวียดนาม และล่าสุดคือที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เป็นสนามที่ 6 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22 ต.ค.นี้ ซึ่งนักวิ่งก็จะได้ผ่านจุดแลนด์มาร์คของเมืองโอซาก้าพร้อมชิมเมนูอาหารญี่ปุ่น 8 เมนูด้วย ทั้งนี้จากการจัดแต่ละประเทศพบว่ามีนักวิ่งจากชาติต่างๆ เข้าร่วมจำนวนมาก

นายเกรียงไกร กลาวอีกว่าสำหรับ จ.เชียงราย ถือเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก อากาศดีและมีอาหารอร่อย ด้วยเหตุนี้จึงได้รับเลือกให้จัดเป็นสนามที่ 7 ซึ่งคาดว่าจะมีทั้งนักวิ่ง นักกินและนักเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 2,500 คน ซึ่งผู้ที่ชนะเลิศระดับต่างๆ ในกิจกรรมเราจะไม่มีถ้วยรางวัลเหมือนจังหวัดอื่นๆ เพราะมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวแต่จะมีเสื้อและเหรียญที่ระลึก และสำหรับการวิ่งระยะทาง 5 และ10 กิโลเมตร ผู้ชนะเลิศทั้งประเภทชายและหญิงได้รับตั๋วเครื่องบินไปกลับเส้นทางในประเทศรางวัลละ 2 ที่นั่ง และมีรางวัลสำหรับผู้เข้าเส้นชัย 30 คนและ 50 คนแรกของแต่ละประเภทด้วย ส่วนประเภท 2.8 กิโลกรัมนั้นจะวัดกันที่น้ำหนักโดยเมื่อถึงจุดเส้นชัยก็จะชั่งน้ำหนักผู้ที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดเพื่อรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับเส้นทางในประเทศจำนวน 1 รางวัล 2 ที่นั่ง สำหรับผู้สนใจจองบัตรด่วนที่ WWW.KILORUN.COM

 

Previous article“ดร.สมชาย” แตกไลน์ธุรกิจ เล็งหาพันธมิตรตั้งบ.ผลิตยา
Next articleหุ้นปิดตลาดบวก 11.15 จุด ดัชนี 1,669 จุด มูลค่าซื้อขาย 5.9 หมื่นล้าน