STeP ลุยปั้น Food Craft เหนือนำร่อง 30 สินค้าดันเพิ่มมูลค่า

STeP ลุยปั้น Food Craft เหนือนำร่อง 30 สินค้าดันเพิ่มมูลค่า
เพิ่มมูลค่า - อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP)ได้พยายามพัฒนาและวิจัย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมอาหาร

STeP เดินหน้าปั้น “Food Craft” “Food Innovation” ต่อยอด Food Valley ภาคเหนือ นำร่อง 30 ผู้ประกอบการ 30 สินค้าเด่น ยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปด้วยนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน คาดสามารถเพิ่มมูลค่าเชิงรายได้ 30 ล้านบาท ภายใน 1 ปี

ผศ.ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาคเหนือเป็นฐานการผลิตแหล่งใหญ่ของอุตสาหกรรมอาหาร มีโรงงานในกลุ่มสินค้าอาหารมากกว่า 2,000 แห่ง มีมูลค่าต่อปีราว 5,000 ล้านบาท โดยนับตั้งแต่ปี 2555 ได้มียุทธศาสตร์ขับเคลื่อนโครงการ “พื้นที่เศรษฐกิจนวัตกรรมด้านอาหารภาคเหนือ” (Northern Thailand Food Valley) เพื่อพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร (food) ให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งการพัฒนาจะต้องเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

STeP ลุยปั้น Food Craft เหนือนำร่อง 30 สินค้าดันเพิ่มมูลค่า

ล่าสุด ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบริษัท ฤทธิ์วิจิต จำกัด ได้ร่วมกันทำโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์อาหารที่มีศักยภาพด้านงานวิจัยและนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ ภายใต้โครงการเสริมสร้างนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะในอุตสาหกรรมอาหาร (Northern Thailand Food Valley to Smart Industry 4.0) มุ่งปลุกกระแสพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเมืองเหนือจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ยกระดับผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรมด้วยพลังนวัตกรรมและความสร้างสรรค์

ทั้งนี้ โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน (นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562) มุ่งเน้นกิจกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์อาหารฯ ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ การยกระดับผลิตภัณฑ์แปรรูปเกษตรเมืองหนาวด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ (Food Innovation) และการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารล้านนาสร้างสรรค์ (Northern Craft for Food) โดยจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการเพียง 30 ราย ทั้งผู้ประกอบการ

ด้านอุตสาหกรรมอาหารและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะได้ร่วมทำกิจกรรมเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญจนเกิดผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ใหม่ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการนำความคิดสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ รวมถึงได้เปิดเวทีจัดแสดงสินค้าและเชื่อมโยงจับคู่ธุรกิจ (business matching) กับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ

ผศ.ดร.เกษมศักดิ์กล่าวต่อว่า การยกระดับสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปด้วยการนำนวัตกรรม (innovation) มาพัฒนานั้น จะทำให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบันได้ เช่น การใช้นวัตกรรมเพื่อยืดอายุสินค้าให้นานขึ้น รวมถึงนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ ขณะที่การยกระดับอุตสาหกรรมอาหารล้านนาสร้างสรรค์ (Northern Craft for Food) เป็นการตอบโจทย์เทรนด์ตลาดผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์ ซึ่งการพัฒนา food craft เป็นการต่อยอดอาหารในเชิงความคิดสร้างสรรค์ ผ่านพื้นฐานเรื่องราววัฒนธรรม งานหัตถกรรม อันเป็นอัตลักษณ์ของเชียงใหม่ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถต่อยอดสินค้าให้เกิดมูลค่าได้สูงขึ้นหลังจบโครงการภายในระยะเวลา 6 เดือน คาดว่าภายใน 1 ปีจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มเชิงรายได้ราว 30 ล้านบาท จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 30 ราย 30 สินค้าเด่น

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ