เกิดเหตุไฟไหม้เรือน้ำมัน กลางน้ำโขงตรงสามเหลี่ยมทองคำดับทันก่อนเรือจม

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ (20 ก.ย. 62) น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผบ.หน่วยเรือรักษความสงบเรียงบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย นายสุรนาท ศิริโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย ได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้เรือบรรทุกสินค้าในแม่น้ำโขงที่เข้ามาเทียบท่าฝั่งไทยบริเวณท่าเรือห้าเชียงแสน ซึ่งเป็นท่าเรือเอกชนตั้งอยู่บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ชายแดนไทย-สปป.ลาว และใกล้กับประเทศเมียนมาตรงสามเหลี่ยมทองคำ จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติเมียนมา ชื่อว่า “ชะเว่ปู่ตี่ 1” มีระวางบรรทุกประมาณ 300 ตัน เกิดไฟลุกไหม้จนเปลวไฟและกลุ่มควันโพยพุ่งออกมาจากบริเวณด้าหน้าของตัวเรือโดยเรือจอดอยู่กลางแม่น้ำโขงและเทียบเข้าติดกับด้านข้างเรือเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ติดท่าเรือฝั่งไทย

เจ้าหน้าที่ นรข.เขตเชียงราย  ได้นำเรือบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงไปทำการฉีดพ่นน้ำอย่างเร่งด่วน ขณะที่เจ้าหน้าที่ภายในท่าเรือ ได้ระดมนำสายยางฉีดพ่นน้ำอย่างหนัก เนื่องจากเกรงว่าไฟจะลุกลามเข้าไหม้เรือบรรทุกน้ำมันที่อยู่ติดกัน ซึ่งต้องใช้เวลาดับเพลิงประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้  จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบว่า  ด้านบนมีคลังน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีไว้คอยเติมน้ำมันให้บริการเรือในแม่น้ำโขง ส่วนเรือที่เกิดเหตุได้บรรทุกสินค้ามาแล้วและกำลังจะเติมน้ำมันเพื่อเดินทางออกจากฝั่งไทย ไปทางสามเหลี่ยมทองคำ แต่กลับประสบเหตุไฟไหม้เสียก่อน

หลังเกิดเหตุพบว่า คนบนเรือที่เป็นชาวต่างชาติปลอดภัยและไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย แต่ตัวเรือโดยเฉพาะด้านหน้าเสียหายอย่างหนัก คาดว่ามูลค่าประมาณ 700,000 บาท ทำให้ต้องเทียบฝั่ง ยังไม่สามารถเดินทางออกไปไหนได้และต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสาเหตุก่อน ส่วนคนขับหรือกัปตันเรือที่เกิดเหตุทราบชื่อต่อมาว่านายซุนเฉียวซุน อายุ 52 ปี เป็นชาวต่างชาติระบุว่า กำลังจะเดินทางบรรทุกน้ำมันกลับไปยังท่าเรือเมืองสบหรวย เขตปกครองพิเศษที่ 4 ประเทศเมียนมา ที่อยู่ห่างไปทางทิศเหนือประมาณ 200 กิโลเมตร

น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผบ.หน่วยเรือรักษความสงบเรียงบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย กล่าวว่า ตามปกติเรือบรรทุกสินค้าก็จะแวะเข้ามาเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจะออกเดินทางไปตามปกติ ซึ่งเรือสัญชาติเมียนมาลำนี้ก็เช่นเดียวกัน โดยเมื่อเข้ามาเติมน้ำมันแล้วก็ยังไม่ทราบว่าเกิดความขัดข้องใดขึ้น จึงทำให้มีไฟลุกไหม้บริเวณด้านหน้าเรือเช่นนี้  ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้เข้าไประงับเหตุและกันพื้นที่เรือเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดการลุกลามเพิ่มเติมแล้ว ส่วนสาเหตุต้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยยังไม่ชี้ชัดว่าเกิดจากเศษไฟตกลงไป กระแสไฟฟ้าลัดวงจร ระบบควบคุมความร้อนด้วยน้ำใช้การไม่ได้ ฯลฯ หรืออย่างไรต่อไป

ด้าน น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย และนักธุรกิจลุ่มแม่น้ำโขง เปิดเผยว่า เรือบรรทุกสินค้าดังกล่าว เป็นเรือจากเมืองเชียงลาบ ประเทศเมียนมา ซึ่งคงเข้ามาขนส่งสินค้าตามปกติ เนื่องจากปัจจุบันการขนส่งสินค้าแม่น้ำโขงมีความคึกคักขึ้นอย่างมาก โดยสินค้าไทยมีขนส่งประเภทอาหารจากท่าเรือเชียงแสนขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนประเทศเวียดนามก็เริ่มเข้ามาค้าขายในแม่น้ำโขง โดยขนส่งสินค้าจากประเทศเวียดนามผ่านแขวงหลวงน้ำทาเข้ามาทางถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีน จากนั้นขนส่งต่อไปยังท่าเรือแม่น้ำโขงที่บ้านมอม แขวงบ่อแก้ว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อขนส่งทางเรือต่อไปยังท่าเรือเมืองสบหรวย เขตปกครองพิเศษที่ 4 ประเทศเมียนมา ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปประมาณ 200 กิโลเมตร จึงทำให้เรือสินค้าขนาด 60-90 ตัน สัญชาติลาวถูกนำขนส่งสินค้าแล้วนับพันเที่ยวทำให้เรือขาดแคลนและมีการขึ้นราคาค่าขนส่งด้วยซึ่งความคึกคักดังกล่าวก็อาจทำให้เกิดข้อขัดข้องซึ่งต้องระวังกันต่อไป

Previous articleหุ้นไทยส่งท้ายสัปดาห์ร่วง 4 จุด ซื้อขายหนาแน่น 6.8 หมื่นล้าน
Next article“หนองคาย” จัดกิจกรรมเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการสามล้อเครื่องรับจ้าง